วันที่ 11 พ.ย. 62 พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ศ. ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า ตร.เตรียมจัดประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับข้อกำหนด ตร.และกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถ การกำหนดคะแนน โดยกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ทุกประเภทมีคะแนนความประพฤติในการขับรถ เพื่อใช้ในการบันทึกคะแนน คนละ 12 คะแนน ไม่ว่าผู้นั้นจะได้รับใบอนุญาตขับขี่ประเภทใด การตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถด้วยวิธีทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามจำนวนและวิธีการที่กำหนด โดยจะคืนคะแนนความ ประพฤติในการขับรถเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับจากวันที่ถูกตัดคะแนน ทั้งนี้ผู้กระทำความผิดจะต้องเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจรด้วยพล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวว่า สำหรับหัวข้อในการประชุมสัมมนาแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 เรื่องการบันทึกคะแนน และการตัดคะแนน โดยให้มีการบันทึกประวัติการกระทำผิดคะแนนและตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ ผู้ครอบครองรถ หรือเจ้าของรถที่กระทำความผิด โดยการตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้กระทำความผิด ตามฐานความผิดมีดังนี้ ครั้งละ 1 คะแนนได้แก่ ขับรถขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถบนทางเท้า ไม่ชำระค่าปรับ ขับรถเร็ว ขับรถไม่หลบรถฉุกเฉิน ขับรถไม่หยุดให้คนเดินข้ามทาง ครั้งละ 2 คะแนน ได้แก่ ขับรถฝ่าไฟแดง ขับรถย้อนศร ขับรถประมาทหวาดเสียว ขับรถระหว่างถูกพักใบอนุญาตขับรถขณะเมาสุราหรือเมาของอย่างอื่น ตัดครั้งละ 3 คะแนน ได้แก่ ขับรถขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ ขับรถขณะเมาสุรา โดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขับขี่ลักษณะผิดปรกติวิสัย จัด สนับสนุน หรือส่งเสริม การแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ขับรถขณะเสพยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ขับรถก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือทรัพย์สินและไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร ไม่แสดงตน และไม่แจ้งเหตุต่อตำรวจที่ใกล้เคียง ตัดครั้งละ 4 คะแนน ขับรถขณะเมาสุรา โดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขับรถขณะเมาสุราหรือเมาของอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้รับอันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตพล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวว่า ส่วนการประชุม ส่วนที่ 2 ได้แก่ เรื่องการระงับใช้ใบอนุญาตขับขี่ ตามมาตรา 140/2 และส่วนที่ 3 เรื่องเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ เนื่องจากผู้ขับขี่กระทำผิดร้ายแรงมีผลต่อสาธารณะ ตามมาตรา 142/5 จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมประชุมสัมมนาและแสดงความคิดเห็นในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 13.00 น. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต.