สพฐ.ทวงงบฯ-ระบบซ่อมบำรุง ป้องกันเยาวชนสกัดเว็บไม่เหมาะสมดร.อำนาจ วิชยานุวัติ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยใช้ระบบอินเตอร์เน็ตโรงเรียนเข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องดังกล่าวนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้าตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งพบว่าโรงเรียนสังกัด สพฐ.จำนวน 10,000 แห่ง ใช้งานอินเตอร์เน็ตระบบยูนิเน็ตของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) แต่โรงเรียนในจำนวนนี้มีปัญหาเรื่องของระบบการซ่อมบำรุง เนื่องจากทั้งงบประมาณและระบบการดูแลซ่อมบำรุงอยู่กับ สกอ. และขณะนี้ สกอ.ก็แยกไปรวมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นคนละกระทรวงกันแล้ว ดังนั้น สพฐ.จึงมีข้อเสนอต่อ อว. ว่า ขอให้โอนงบประมาณ และระบบการซ่อมบำรุงรักษามาอยู่กับ สพฐ.ได้หรือไม่ เนื่องจาก สพฐ.และโรงเรียนเป็นผู้ใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตดังกล่าวโดยตรง หรือ อว.จะมีรูปแบบอื่นในการดำเนินการ เพื่อให้การทำงานในเรื่องนี้เป็นทิศทางเดียวกันในการพัฒนาคุณภาพการศึกษารักษาราชการแทนเลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ส่วนจำนวนโรงเรียนที่เหลือเป็นการใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (เอ็มดีอีเอส) ตามโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐในการวางสายไฟเบอร์ออปติกขยายจากหมู่บ้านให้มาถึงหน้าประตูโรงเรียนฟรี และระบบ USO Net ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในโครงการอินเตอร์เน็ตโรงเรียนชายขอบซึ่งถือว่าการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยระบบอินเตอร์เน็ตนั้น เรามีความพร้อมอย่างเต็มที่ และคิดว่าครอบคลุมหมดแล้วโดยจากนี้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศจะต้องมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและมีการใช้งาน 1 กิกะไบต์ เพราะที่ผ่านมา การให้บริการความเร็วเน็ตมีการให้ความเร็วในการใช้งานไม่จริง แต่จากนี้ไปความเร็วจะต้องเป็นไปตามที่กำหนด สำหรับข้อห่วงใยเมื่อมีอินเตอร์เน็ตเข้าถึงโรงเรียนแล้วอาจทำให้นักเรียนเข้าไปใช้งานและดูสื่อที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายนั้น เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะเมื่อติดตั้งอินเตอร์เน็ตแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมไว้ด้วยเช่นกัน.