เมื่อ 10 พ.ย. ศาลกรุงพนมเปญ ในกัมพูชา แถลงว่า นายกึม ซกคา วัย 66 ปี หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านกู้ชาติกัมพูชา หรือซีเอ็นอาร์พี ได้รับการปล่อยตัวจากการกักบริเวณภายในบ้านพักนานร่วม 2 ปีเศษตามข้อหากบฏ เพราะพยายามโค่นล้มรัฐบาลของสมเด็จ ฮุน เซน ที่ปกครองประเทศมานาน นับแต่ปี 2528 ขณะที่นายชิน มาลิน โฆษกประจำกระทรวงยุติธรรมกัมพูชาเผยว่า นายกึม ซกคา สามารถเดินทางไปไหนก็ได้ แต่ห้ามออกนอกประเทศและห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง เนื่องจากยังต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ซึ่งต่อมา นายกึม ซกคา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ในฐานะผู้บริสุทธิ์ที่ถูกจำคุก 2 ปี ตนจะยังคงเรียกร้องให้ถอนคดีทุกข้อกล่าวหาของตน การตัดสินของศาลวันนี้เป็นขั้นแรก แต่ตนและชาวกัมพูชาอีกมากที่ไร้เสรีภาพทางการเมืองยังคงต้องการความยุติธรรมและการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงวันเดียวกัน นายสม รังสี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคซีเอ็นอาร์พี ประชุมร่วมกับสมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พีที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซียเพื่อหายุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับรัฐบาลของสมเด็จ ฮุน เซน และเตรียมประชุมร่วมกับกลุ่ม ส.ส.มาเลเซียช่วงสัปดาห์นี้ และถึงแม้นายสม รังสี ถูกห้ามเข้าประเทศ แต่นายซอร์ เค็ง รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า นายสม รังสี อาจกลับประเทศได้แต่จะต้องถูกขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีในหลายข้อหาทั้งนี้ พรรคซีเอ็นอาร์พีถูกศาลสั่งยุบพรรคและห้ามลงเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีกลาย ทำให้พรรครัฐบาลของสมเด็จ ฮุน เซน ชนะการเลือกตั้ง แต่ได้รับการประณามจากกลุ่มประเทศตะวันตก จากนั้นรัฐบาลกัมพูชาก็ตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักจากสหภาพยุโรป (อียู) ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่าจะเพิกถอนสิทธิพิเศษทางการค้าภายใต้โครงการ “ทุกอย่างยกเว้นอาวุธ” (อีบีเอ) กับกัมพูชาหรือไม่ ซึ่งนายเท็ดดี้ บากุยลัต คณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนสมาชิกรัฐสภาอาเซียน และเป็นอดีต ส.ส.ฟิลิปปินส์ มองถึงการคลายกฎเข้มงวดกับนายกึม ซกคา ว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลกัมพูชาที่ป้องกันการถูกนานาชาติคว่ำบาตรสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างนายกึม ซกคา กับนายสม รังสี ที่แม้เป็นคู่หูทางการเมือง แต่ก็ยังเป็นคู่อริและความรู้สึกไม่ดี ก็ยังหลงเหลือระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนของสองคน ด้วยเจตนาของนายกึม ซกคา ขออยู่ในประเทศ แต่นายสม รังสี เลือกที่จะลี้ภัยตัวเอง เพราะต้องการเลี่ยงถูกตัดสินจำคุก ซึ่งนายสม รังสี มองว่าเป็นคดีการเมือง.