ร่วม กมธ.แก้ รธน.ปชป.วัดใจรัฐบาลหนุนมาร์คหรือไม่โฆษก ปชป.กระตุกทุกฝ่ายร่วมแก้ รธน.เป็นประชาธิปไตย อย่าโต้เถียงจุดไฟขัดแย้งการเมือง รอวัดใจพรรคร่วมรัฐบาลหนุนหรือ ค้าน “อภิสิทธิ์” ด้าน “เทพไท” แฉ “ประยุทธ์” หัวหน้า พปชร.ตัวจริง จวกลูกพรรคเล่นพิธีกรรมกันท่าหรือจงใจซื้อเวลา “ชินวรณ์” ยกข้อบังคับสภาฯแก้ต่าง รบ.เตะถ่วง “พุทธิพงษ์” ยันวางตัว “สุชาติ-คนนอก” ชิงเก้าอี้ประธานศึกษา รธน. “สุทิน” ชี้ถึงเวลาโหวตแคนดิเดตมีมากกว่า 2 คน “เจ๊หน่อย” ย้ำ 6 เหตุผลจำเป็นรื้อ รธน. หยัน “นายกฯตู่” สั่งร่างมากับมือยังทำตามไม่ได้ อนค. ติงอย่าหลงกลเข้าทางป่วนหวังยื้อเวลา “ชำนาญ” ฉะสยองขวัญน่าเกลียดเกินลาก “มีชัย-บวรศักดิ์” กลับมาแก้งานตัวเอง โวยกีดกันนักชงชื่อ “ธนาธร” เข้าร่วม “สมเจตน์” ปัดเสียบโควตา ครม.ยังไม่ต้องแก้ รธน.ความเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แค่เริ่มต้นเสนอตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีการชิงไหว ชิงพริบระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐอย่างเข้มข้น ฝ่ายรัฐบาลโยนชื่อคนนอก อาทิ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ผู้ทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับมาร่วมวง ขณะที่ฝ่ายค้านต่อต้านระบุจงใจป่วนหวังยื้อไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปชป.กระตุกทุกฝ่ายแก้ รธน.เป็น ปชต.เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าขอให้ทุกฝ่ายอย่าโต้เถียงกันจนเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมือง แต่ควรยึดหลักให้ได้ว่าหลักสำคัญที่จะเดินไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบมากขึ้น ประชาชนประเทศชาติได้ประโยชน์ เราจะมาช่วยกันอย่างไรให้ไปถึงจุดนั้น แน่นอนว่าพรรคการเมือง รัฐบาล รัฐสภา จะเป็นหลักในการขับเคลื่อน เมื่อมีญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการฯ ขึ้นมาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้เข้าสู่การแก้ไข แต่เป็นการตั้งคณะกรรมาธิการมาศึกษา อย่าให้เสียหลักตั้งแต่เริ่มตั้งต้น มีส่วนไหนควรนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อกำหนดทิศทาง ส่วนใดของรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนไหนมีปัญหาทางปฏิบัติ ควรกำหนดไว้ให้เป็นสิทธิของประชาชนกลับคืนมา การแก้ไขที่กำหนดให้เป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขยากทำอย่างไรจะทำเป็นการแก้ไขโดยใช้เสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภา จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี คนที่มีความสามารถ คิดดี ทำดี มีแง่มุม มีประสบการณ์ ปราศจากอคติทั้ง 4 คิดโดยยึดหลักเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศ ทุกคนมีสิทธิจะเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยผ่านกลไกการเสนอของพรรคการเมืองหรือรัฐบาลรอวัดใจพรรค รบ.หนุน “มาร์ค” หรือไม่นายราเมศกล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรกที่ชูธงแก้ไขรัฐธรรมนูญ กำหนดเป็นเงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาล จนนำไปสู่การกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาล มีหลักการคิดเพื่อประโยชน์ของประเทศเพื่อระบบประชาธิปไตยที่ดีขึ้นชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ล่าสุดมติที่ประชุม ส.ส.ชัดเจนว่าสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการและพร้อมสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน คณะกรรมาธิการฯดังกล่าว แต่เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญมติที่ประชุม ส.ส.ให้วิปของพรรคไปพูดคุยกับวิปรัฐบาล พรรคร่วมและพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อได้ข้อหารือความเห็นพ้องต้องกันว่าทุกพรรคจะมีแนวทางอย่างไร ผลเป็นเช่นใดวันอังคารที่ 12 พ.ย.จะมีรายงานกลับมาว่ากันไปตามมติที่ประชุม ส.ส.พรรค มีกลไกเหล่านี้อยู่ ท้ายที่สุดต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ “เทพไท” โต้ “สิระ” ลุงตู่ หน.พปชร.ตัวจริงนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พาดพิงตนและพรรคประชาธิปัตย์ให้เสียหายว่า การที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ส่งสัญญาณถึงพรรคพลังประชารัฐ ไม่ให้ขัดขวางนายอภิสิทธิ์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงเจตนาชัดเจนว่ารัฐบาลจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ ให้เป็นเรื่องของรัฐสภา นายสิระออกมาปฏิเสธว่าพรรคพลังประชารัฐไม่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เป็นความจริง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์คือหัวหน้าพรรคตัวจริงของพรรคพลังประชารัฐ แม้แต่ชื่อพรรคพลังประชารัฐมาจากโครงการประชารัฐของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่พรรคพลังประชารัฐได้รับเลือกตั้ง ส.ส.เข้ามาจำนวนมากเพราะการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เปรียบเสมือนการซื้อเสียงล่วงหน้าของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯได้ตอนนี้ก็เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นผู้เสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกฯในนามพรรค ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์คือหัวหน้าพรรคตัวจริงของพรรคพลังประชารัฐ ตนสัมภาษณ์ถึง พล.อ.ประยุทธ์เป็นการแสดงความเห็นทางการเมือง เป็นเรื่องของผู้ใหญ่คุยกัน เด็กๆอย่างนายสิระไม่ควรมายุ่งเกี่ยว เหมือนแม่ทัพนายกองเขาเจรจากัน ทหารเลวหน้าค่ายไม่ควรมาสอดรู้สอดเห็นหรือจัดการงานนอกสั่งไล่ไปเตรียมสู้คดีกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต“นายสิระไม่จำเป็นต้องมาสอนมารยาททางการเมือง เพราะเป็น ส.ส.มาหลายสมัย ต่างกับนายสิระที่เป็น ส.ส.สมัยแรก ไม่แน่ใจว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้เข้าสภาฯ อีกหรือไม่ คุณก็เป็นได้แค่ ส.ส.แดดเดียว ที่อาศัยใบบุญ พล.อ.ประยุทธ์เข้าสภาฯ อยากบอกให้เอาเวลาไปเตรียมตัวแก้ข้อกล่าวหาที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นต่อ ป.ป.ช.กรณีไปมีพฤติกรรมกร่างใส่ตำรวจภูเก็ต เตรียมตัวขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะดีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคที่ได้คืบจะเอาศอกตามที่ถูกกล่าวหา การเป็นประธานสภาฯของนายชวน หลีกภัย เพราะความเห็นพ้องของทุกฝ่าย และทำหน้าที่ได้ดีที่สุด หากดูองค์ประกอบ ส.ส.ในสภาชุดนี้ที่หลากหลายเช่นนี้ ถ้าประธานสภาฯไม่ใช่คนชื่อชวน หลีกภัย ไม่รู้ว่าสภาฯจะวุ่นวายขนาดไหน” นายเทพไทกล่าวซัดจริงใจหรือเข้ามาแค่พิธีกรรมนายเทพไทกล่าวอีกว่า การที่พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อนายวีระกร คำประกอบ นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายวิเชียร เชาวลิต จนถึงนายสุชาติ ตันเจริญ ให้เป็นประธานกรรมาธิการฯยังไม่มีเสียงการตอบรับจากสังคมเลย จนวันนี้มีการนำชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ มาโยนหินถามทาง ต้องรอดูว่าจะมีการตอบรับหรือถูกวิพากษ์ วิจารณ์มากน้อยแค่ไหน พรรคเสนอนายอภิสิทธิ์เพราะมีศักยภาพสูง มีประสบการณ์การเมืองมายาวนาน เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อใครมาอยากให้สังคมเปรียบเทียบกับนายอภิสิทธิ์ว่าใครเหมาะสมมากกว่ากัน ถ้าจะอ้างสิทธิเป็นพรรคใหญ่ ต้องการให้คนของตัวเองมานั่งตำแหน่งประธาน กมธ.วิสามัญชุดนี้จริง อยากจะถามถึงเจตนาว่าจริงใจศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน หรือจะขอให้เป็นเพียงแค่พิธีกรรมหรือเพื่อซื้อเวลา ไม่ให้ถูกโจมตีว่าไม่ได้ทำตามนโยบายเร่งด่วนที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเท่านั้น“ชินวรณ์” ยกข้อบังคับโต้ครหาเตะถ่วงนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุมีการเตะถ่วงญัตติด่วนคณะ กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นการพูดแบบไม่มีความรับผิดชอบ การบรรจุระเบียบ วาระเป็นไปตามข้อบังคับที่ประธานบรรจุไว้ สัปดาห์แรกพิจารณาเรื่องรับทราบ มีสมาชิกอภิปรายกันมาก ส.ส.พรรคเพื่อไทยก็อภิปรายหลายคน วาระญัตติ ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญเป็นวาระเร่งด่วน ต้องได้พิจารณา ในสมัยประชุมนี้อยู่แล้ว หากมีเรื่องที่คณะ กมธ. พิจารณาเสร็จแล้วต้องนำมาพิจารณาก่อนตามข้อบังคับ จากนั้นเข้าสู่ญัตติด่วนที่ 2 คือตั้งคณะ กมธ.เพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 มีเสนอเข้ามา 6 ญัตติ รวมญัตติของเพื่อไทยด้วย จะเห็นว่าไม่มีใครเตะถ่วง หากจะให้พิจารณาญัตติตั้งคณะ กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ ทำไมไม่ถอนญัตติศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44 ออกไป ถ้าการอภิปรายในสภาฯรวดเร็ว การพิจารณาญัตติศึกษาแก้รัฐธรรมนูญอาจเป็นสัปดาห์หน้าก็ได้ ประธานวิปรัฐบาลนัดประชุม วันที่ 13 พ.ย.ที่รัฐสภาให้แต่ละพรรคมารายงานการประชุมวิปรัฐบาลครั้งที่แล้ว มอบหมายให้ไปพูดคุยกันในแต่ละพรรค เรื่องการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ตกผลึก รวมถึงข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ที่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เป็นประธานคณะ กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าแต่ละพรรคคิดเห็นอย่างไร พปชร.ยังวาง “สุชาติ-คนนอก” ชิงธงที่ไบเทค บางนา กทม. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการคัดเลือกบุคคลเข้าไปทำหน้าที่คณะ กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐว่า อยู่ระหว่างติดต่อทาบทามบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญมาร่วมงาน มีทั้งคนในและนอกพรรค ส่วนตัวบุคคลที่จะเสนอเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญมีชื่อคนในพรรค เช่น นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทราและรองประธานสภาฯคนที่ 1 รวมทั้งบุคคลภายนอกที่ทาบทามไว้ คาดว่าสัปดาห์หน้าสรุปความชัดเจนได้ คนที่จะมาเป็นประธาน คุณสมบัติต้องควบคุมการประชุมและรับฟังความเห็นแตกต่างของแต่ละพรรคได้ ส่วนคนนอกต้องมีความรู้ เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ร่างรัฐธรรมนูญและเป็นคนกลางรบ.เล็งหารือแก้ รธน.ช่วง ครม.สัญจรนายพุทธิพงษ์กล่าวว่า สำหรับรัฐบาลขณะนี้ได้ประสานงานเพื่อพูดคุยการจัดตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รองนายกรัฐมนตรี กับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด คาดว่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ จะดูช่วงเวลาที่เหมาะสมว่าจะเป็นวันใด เบื้องต้นอาจใช้ช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ย. เพราะหัวหน้า พรรคและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่อยู่ใน ครม.แล้ว หรือหลังจากนั้นต้องรอสรุปให้ชัดเจนว่าจะเป็นในวันใด เพื่อให้การพูดคุยและการตัดสินใจเป็นไปในแนวทางเดียวกันแจงไม่ได้สั่งปิดเรียนรับนายกฯนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีมีเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “ทุกวันที่ราชบุรี” โพสต์ภาพเอกสารใจความแจ้งปิดเรียนของนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ราชบุรีในวันที่ 11 พ.ย. โดย ผอ.โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ระบุเนื่องจากทางจังหวัดแจ้งนายกฯมาตรวจราชการในพื้นที่ จ.ราชบุรี ที่โรงยิมเนเซียม จ.ราชบุรี จะมีประชาชนในทุกอำเภอของจังหวัดมาร่วมกิจกรรม อาจกระทบต่อการจราจรการเดินทางมาโรงเรียน จึงให้ปิดเรียนวันดังกล่าว พร้อมโพสต์ข้อความว่า “คือทำไมการมาของนายกฯถึงต้องมาลงกับการต้องหยุดโรงเรียนของนักเรียน ต้องปิดถนน ปิดเมืองราชบุรีเลยมั้ย” ยืนยันนายกฯหรือทางทำเนียบรัฐบาลไม่ได้สิ่งปิด รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีไม่ได้สั่งปิด ทางโรงเรียนปิดเอง แต่ขณะนี้ได้ยกเลิกการปิดเรียนวันดังกล่าวแล้ว หลังฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจ แต่ได้ผ่อนผันให้เด็กนักเรียนเข้าช้ากว่าเวลาเรียนได้ มั่นใจพรรคร่วม รบ.ตกลงกันได้นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเลือกประธานกรรมาธิการฯศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จริงๆแล้วอยู่ที่การโหวตเลือกของคณะ กมธ. ต้องให้เกียรติทุกท่าน รายชื่อที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ส่วนจะเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่แล้วแต่มุมมองแต่ละคน นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯเหมาะสม เนื้อหาสาระการศึกษารัฐธรรมนูญสำคัญกว่าใครจะมานั่งเป็นประธาน ประชาชนจะได้ประโยชน์ อะไรบ้าง ที่สำคัญต้องคำนึงถึงประชาชน 16.7 ล้านเสียงที่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย วิปรัฐบาลต้องมีหารือกันเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะทำความเข้าใจกันได้ แกนนำพรรคพลังประชารัฐได้หารือกันบ้างแล้ว แต่ต้องหารือในที่ประชุมพรรคอีกครั้ง อยากฝากไปยังทุกพรรคให้ระมัดระวัง สิ่งที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก เท่าที่ทราบกำลังมีความ พยายามจากบางกลุ่มการเมืองจะออกมาเคลื่อนไหว บนถนนอีก มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ขอให้เลิกเถอะ บ้านเมืองมาไกลแล้ว หลายสิ่งอย่างที่หัวหน้าพรรคหนึ่งตกที่นั่งลำบากไม่ได้เกิดจากใคร แต่เกิดจากตัวเอง กรรมใครกรรมมัน ใครทำอะไรไว้ต้องรับกรรมที่ก่อไว้ อย่าโยนให้ใครเลย อย่าไปโทษใครเลย“สุทิน” ชี้ชิง ปธ.กมธ.แก้ รธน.มากกว่า 2นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเสนอชื่อประธาน กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ส่วนพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ว่า ถือว่าเหมาะสมทั้งคู่ แต่นายสุชาติจะแปลกและสับสนในหลักการ ที่รองประธานสภาฯ จะมาเป็นประธาน กมธ. ไม่ค่อยเห็นใครทำกัน คิดว่าถึงวันที่จะเลือกประธาน กมธ.จริงๆ น่าจะมีทางเลือกได้มากกว่า 2 ชื่อที่มีออกมา จะเป็นคนนอกก็ได้คนในก็ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นคนของพรรคแกนนำรัฐบาล แต่ต้องเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญต้องอาศัยความร่วมมืออย่างกว้างขวาง ส่วน กมธ.สัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการ จะพูดคุยสัปดาห์หน้าก่อนญัตติดังกล่าวเข้าที่ประชุมสภาฯ รวมถึงเราจะเสนอบุคคลไปชิงตำแหน่งประธานด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วถ้าพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์ ส่งบุคคลชิงประธานกัน พรรคฝ่ายค้านจะสนับสนุนใคร นายสุทินกล่าวว่า ยังไปไม่ถึงสัปดาห์หน้าคงหยิบยกมุมมองต่างๆมาหารือในหลักการไว้กมธ.สาย พท.มีทั้ง ส.ส.–คนนอกด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในสภาฯ ว่า กรณีตั้งกรรมาธิการวิสามัญตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 92 เขียนไว้ว่าให้ ครม.ตั้งได้ 1 ใน 4 ของกรรมาธิการทั้งหมด ที่เหลือให้เป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองตามจำนวนสมาชิก ถ้าตั้งกรรมาธิการ 49 มาหาร 4 ครม.จะได้ 12 คน ที่เหลือ 37 เป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง เมื่อคำนวณแล้วพรรคฝ่ายค้านจะได้ 19 เสียง รัฐบาลได้ 18 เสียง ใน 19 เสียงพรรคเพื่อไทยจะได้ประมาณ 10-11 เสียง กำลังพิจารณากันอยู่จะเป็นทั้ง ส.ส.และสมาชิกพรรคที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ส่ง “โภคิน–พงศ์เทพ–ชัยเกษม” ร่วมทีมผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า กมธ.ศึกษาปัญหาและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย จะเป็นมือกฎหมายที่มีความรู้ความสามารถและทำงานร่วมกับพรรคมานาน รวมถึง ส.ส.ที่คอยประสานงานกับพรรคร่วมในสภาฯ อาทิ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาฯ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม “สุดารัตน์” ย้ำ 6 เหตุผลจำเป็นแก้ รธน.ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังเป็นวิทยากรพิเศษบรรยาย นิสิตดุษฎีบัณฑิต คณะพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หัวข้อ “การนำหลักพุทธธรรม มาใช้กับอาชีพนักการเมือง” ถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เหตุผลที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มี 6 ประเด็นคือ 1.รัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างปัญหาและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ แม้แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ผู้สั่งให้จัดทำขึ้นมาก็ไม่สามารถปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญได้ รัฐบาล คสช.ต้องออกมาตรา 44 ยกเว้นการใช้บังคับรัฐธรรมนูญหลายครั้ง 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ทำโดยวิธีง่ายๆคือการแก้มาตรา 256 มาตราเดียว ปลดล็อกให้แก้ไขได้ โดยจัดให้มีการเลือกตั้งสสร.จากสาขาอาชีพ 3.ถ้าทุกพรรคจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศ ใช้วาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนทุกพรรค รวมทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน มาร่วมมือกันหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้ง สร้างความสมานฉันท์ ให้ได้รัฐธรรมนูญ เพื่อความก้าวหน้าของประเทศแนะโชว์วิสัยทัศน์ชิง ปธ.กมธ.แก้ รธน.คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า 4.รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างความมั่นคงและอนาคตให้คนไทย กระจายโอกาสกระจายรายได้อย่างเท่าเทียม ลดการใช้อำนาจและทุนผูกขาดประเทศ 5.ตำแหน่งประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกคนมีสิทธิเสนอตัวมาทำหน้าที่ แต่ผู้เสนอตัวควรแสดงวิสัยทัศน์และให้สัญญาประชาคมกับประชาชน ว่าจะมาทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง ด้วยวิธีการและขั้นตอนอย่างไร ให้ได้มาซึ่งการแก้มาตรา 256 จนถึงการจัดเลือกตั้ง สสร. และ 6.การทำหน้าที่ประธาน ต้องไม่มีวาระแอบแฝง ไม่เป็นประธานเพื่อมาป่วนและขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อความก้าวหน้าของประเทศ ขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาดูพฤติกรรมของแต่ละพรรคในการตั้ง กมธ.ชุดนี้ให้ดี เพื่อส่งเสียงเรียกร้องความจริงใจให้แก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะสื่อสารถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาของประเทศ 2 เรื่องใหญ่คือปัญหาความไม่ปรองดอง จากโครงสร้างที่เขียนในรัฐธรรมนูญ ไม่ยึดโยงกับประชาชน นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อมีการผูกขาดอำนาจ นโยบายต่างๆจึงเอื้อแค่กลุ่มทุนใหญ่ ทำให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำอย่างที่เห็นอนค.ขวางคนร่างมาแก้งานของตัวเองนายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงสัดส่วนคณะ กมธ.วิสามัญ ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคอนาคตใหม่ว่า พรรคจะได้ประมาณ 6 คน เบื้องต้นนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เสนอตัวเข้าร่วมแล้ว 1 คน แต่อีก 5 คนที่เหลือพรรคยังไม่สรุปว่าจะเป็นใครบ้าง แต่เท่าที่ปรึกษากันคิดว่ามีคนนอกเข้าร่วมด้วย จะเป็นคนที่มาจากแวดวงที่ทำเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ อาจประมาณ 1-2 คน เพราะคนในพรรคเรามีคนเชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญหลายคน ส่วนประธาน กมธ.เราไม่ได้สนใจว่าจะเป็นใคร เพียงแต่ต้องเป็นคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ 2560 จะดูน่าเกลียดเกินไปที่คนร่างจะเข้ามาแก้งานของตัวเอง สิ่งสำคัญคือมีความสามารถที่จะควบคุมการประชุมได้ มองประเด็นทะลุ มีความอาวุโสและความสามารถพอสมควร คุณสมบัติแค่นี้น่าจะเพียงพอ เพราะ กมธ.ชุดนี้ทำหน้าที่เพียงศึกษารัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้แก้ไข กีดกันนักจะส่งชื่อ “ธนาธร” เข้าร่วมเมื่อถามว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเข้ามาร่วมด้วยหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีกระแสทั้งอยากให้เข้าร่วม และกระแสที่ไม่อยากให้เข้าร่วม นายชำนาญกล่าวว่า ถ้าหากว่าการคัดเลือก กมธ.มันยากนัก หรือแสดงออกถึงการกันท่าไม่ให้นายธนาธรเข้าร่วม พรรคอนาคตใหม่ อาจเสนอชื่อนายธนาธรเข้ามาก็ได้ เมื่อถามว่าหากฝ่ายรัฐบาลเสนอชื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 2560 และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นายชำนาญกล่าวว่า คงสยองขวัญ แต่ประเด็นคือต้องเข้าใจว่าเกมเขาเป็นอย่างไร คือการพยายามจุดประเด็นเรื่องประธาน กมธ. เรื่องคนนอก อดีต กมธ.หรืออดีต กรธ. เพราะเขาพยายามจะทำให้เห็นว่าแค่เริ่มต้นแก้รัฐธรรมนูญก็ยุ่งแล้ว จะนำไปสู่การแตกความสามัคคีและความไม่สงบซัด รบ.ไม่อยากแก้ รธน.ป่วนให้ยืดเยื้อ“ตามเกมฝ่ายรัฐบาลไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เราต้องอย่าหลงทางว่าใครจะมาเป็นประธาน กมธ. ไม่เห็นด้วยต่อการมีคนจากสัดส่วนรัฐบาล เพราะ กมธ.ชุดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายงบประมาณ ตามปกติสัดส่วน กมธ.ฝ่ายค้านจะมากกว่าสัดส่วนฝ่ายรัฐบาลอยู่ 1 เสียง ครั้งนี้คือฝ่ายค้าน 19 คน และฝ่ายรัฐบาล 18 คน แต่เมื่อนำเอาสัดส่วนรัฐบาลมาเพิ่มเป็นสิ่งไม่สมควร และไม่เห็นด้วยหาก ส.ว.มาจากโควตาฝ่ายรัฐบาล หากจะเข้ามาร่วมจริงๆน่าจะดีอย่างน้อยจะได้ฟังความเห็นกัน การที่ญัตติเรื่องการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และญัตติเรื่องการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 กำลังถูกดึงเกมไว้อยู่ เพราะระเบียบวาระในที่ประชุมสภาฯ มีวาระรับทราบรายงานหลายเรื่อง แสดงออกว่าเขาต้องการให้ 2 ญัตตินี้เข้าสู่การพิจารณาช้า” นายชำนาญกล่าว“คารม” สวด ส.ว.พวกเห็นแก่ตัวนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณี ส.ว.คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญว่า ไม่แปลกใจความคิดของ ส.ว.จากการแต่งตั้งของ คสช. รู้สันดานคนบางพวกดีคือคนเห็นแก่ตัว ลงเลือกตั้งเมื่อใดแพ้ทุกที ประชาชนไม่เลือก ระบบเลือกตั้งจึงไม่มีทางเข้าสู่ตำแหน่งในสภาฯได้เลย คนพวกนี้จะเข้าสภาฯได้ต้องสมคบกับทหารหัวโบราณบางกลุ่ม สมคบกับกลุ่มทุนผูกขาดกับพวกหากินบนความทุกข์ชาวบ้าน เอาเปรียบประชาชน เป็นพวกเท้าไม่ติดดิน ทรยศหลักกฎหมายไม่เคยเห็นหัวชาวบ้าน ไม่เคยเข้าใจคนจน จึงคิดว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ควรแก้ อ้างว่าไม่มีข้อบกพร่อง วุฒิสภาคือสภาของคนมีวุฒิภาวะ มีความคิด มีความเป็นผู้ใหญ่แต่เท่าที่เห็นการแสดงออกหลายอย่างไร้วุฒิภาวะ ไม่เข้าใจโลกสากล ที่สำคัญคือไม่เข้าใจคำว่าประชาธิปไตย ส.ว.เหล่านี้หลอกประชาชนไม่ได้อีกแล้ว ขนาดเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองขนาดนี้ใช้เวทมนตร์คาถาขนาดนี้ ยังจะไปไม่รอดเลย ที่อยู่ได้เพราะ ส.ว.พวกกันเองหนุนอยู่จึงพออยู่ได้ แต่ต้องใช้วิธีพิเศษช่วยอีก ใครก็รู้พูดเพื่อตัวเองทั้งนั้น“พีระศักดิ์” ปัดตั้งธงค้านทุกเรื่องนายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และอดีตรองประธาน สนช.กล่าวถึงกรณีการพิจารณาญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า การพิจารณาเรื่องแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญประเด็นใด อย่างไร เป็นเรื่องสำคัญ เชื่อว่า ส.ว.ทุกคนมีความคิดและวุฒิภาวะ จึงมีสิทธิคิดหรือเสนอเเนะแต่ละประเด็น แต่มองว่าวันนี้ ส.ส.กำลังเถียงกันว่าจะตั้ง กมธ.มาศึกษาช่องทางวิธีการแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นที่บอกว่าจะแก้ตรงไหนประเด็นใดบ้าง จึงไม่อยากให้สังคมมองว่า ส.ว.จะตั้งธงค้านทุกเรื่อง จะเเตะอะไรไม่ได้เลย หรือมองว่า ส.ว.สั่งได้ไปเสียทั้งหมด เพราะเป็นเเค่การศึกษายังไม่ได้บอกว่าจะเเก้ประเด็นไหน ส.ว.เเต่ละคนรอฟังเสียงของชาวบ้านอยู่เเล้ว หากกระเเสสังคมเห็นไปทางใด ส.ว.คงเคารพและนำมาพิจารณา และอยากให้เรื่องนี้เป็นความเห็นร่วมกันของทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นตัวตั้ง“สมเจตน์” ปฏิเสธเสียบโควตา ครม.พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อร่วมเป็น กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในโควตา ครม.ว่า ขอปฏิเสธการเข้าร่วมเป็น กมธ.ดังกล่าว เนื่องจากมองว่าเป็นประเด็นที่สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาเอง ในฐานะเป็นผู้เสนอญัตติ ส่วนตัวยังไม่เห็นความจำเป็นต่อการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วน ส.ว.คนอื่นจะตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่เป็นดุลพินิจแต่ละคนจะตัดสินใจ เรื่องนี้ ส.ว.ไม่ควรเข้าไปร่วม การที่ปฏิเสธไม่ใช่เพราะรังเกียจการทำงานร่วมกับ ส.ส. แต่การทำงานของแต่ละสภาฯ ควรแยกออกจากกัน ควรให้สภาฯพิจารณา สำหรับประเด็นที่สภาฯจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ทุกฝ่ายยอมรับต้องชี้ให้สังคมเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สังคมได้ประโยชน์อย่างไร รวมถึงแก้แล้วมีผลดีอย่างไรต่อขบวนการประชาธิปไตย หากสภาฯตอบโจทย์ได้เชื่อว่าสังคมจะให้การยอมรับ“วันชัย” ซัดพวกดัดจริตรุกเร้ารื้อ รธน.นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ถ้าว่าแบบตรงไปตรงมาไม่เอาการเมืองมายุ่งไม่มีประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ มีแต่นักการเมืองบางกลุ่มเท่านั้น เลือกตั้งมา 6 เดือนกว่าไม่มีประเด็นใดเป็นอุปสรรคประเทศ คนที่อยากแก้รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่เป็นพวกดัดจริตทางการเมือง คือ 1.พวกแพ้การเลือกตั้งอยากแก้มือ 2.พวกกระสันอำนาจ อยากมีอำนาจ ทำอะไรก็ได้ที่จะสั่นคลอนสถานการณ์บ้านเมือง รอไม่ไหวกับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเป็นความเห็นพ้องของทุกฝ่ายการเมืองและฝ่ายประชาชน ควรหารือกันในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ไม่ใช่เกิดจากสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายเดียวแล้วดึง ส.ว.ไปเป็น กมธ. เป็นเรื่องประหลาดมาก กมธ.พัฒนาการเมือง วุฒิสภา ติดตามศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญมาตลอดแบบไม่มีอคติ ซุ่มทำแบบเงียบๆมานานรุดหน้าไปมากแล้ว แต่ไม่ต้องการสร้างประเด็น บอกได้เลยว่าทำเพื่อบ้านเมืองมากกว่าเล่นการเมืองคนไทยปลื้มจัดอาเซียนซัมมิตลุล่วงวันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “สุดยอดอาเซียนกับผู้นำประเทศ” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทั่วประเทศ 1,197 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 5-8 พ.ย.พบว่าผู้นำหรือตัวแทนประเทศที่ประชาชนประทับใจมากที่สุด คือ 1.ประเทศจีน ร้อยละ 23.6 อันดับ 2 ประเทศสิงคโปร์และประเทศไทยได้เท่ากัน ร้อยละ 7.9 ตามมาด้วยเวียดนาม ร้อยละ 6 เมื่อถามถึงประโยชน์ที่ประชาชนคาดว่าประเทศไทยจะได้รับมากที่สุด 3 อันดับแรก เศรษฐกิจจะดีขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจ ร้อยละ 56.6 การขยายตัวด้านอุตสาหกรรม ร้อยละ 11.4 และมีการลงทุนเพิ่ม ร้อยละ 8.1 ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 87.5 ภูมิใจที่ประเทศไทยได้จัดงานสุดยอดอาเซียน ค่าเฉลี่ยความสุขมวลรวมอยู่ที่ 7.61 จากเต็ม 10 คะแนน ถือว่ามีความสุขมากที่จัดงานสุดยอดอาเซียนได้สำเร็จเรียบร้อย