แลกเปลี่ยน...เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องปรับตัวเพื่อป้องกันอาชญากรรมต่อไป ล่าสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เรียกประชุมหารือผู้มีหน้าที่รายงานการธุรกรรม เรื่องการทบทวนแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหลังจากที่ผ่านมามีการแอบอ้าง ขโมยบัตรประชาชน หรือการปลอมแปลงเอกสาร มาทำธุรกรรมทางการเงิน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก!กำชับให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปปง. เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกัน เคาน์เตอร์ชำระเงินผู้ให้บริการ e-wallet และบัตรเงินต่างๆรวมถึงร้านค้าทอง ค้ารถ ค้าของเก่า และวัตถุโบราณ ต้องเรียกขอดูบัตรแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ เป็นต้น เพื่อตรวจสอบตัวตนลูกค้าขอความร่วมมือประชาชนให้พกบัตรประชาชน แสดงตนทุกครั้งที่ทำธุรกรรมการเงินต่อพนักงาน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการถูกแอบอ้างไปใช้ในการกระทำความผิดการแสดงตนอาจสร้างความยุ่งยากให้ประชาชนบ้าง หากไม่มีการป้องกัน มิจฉาชีพจะสามารถใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน!เป็นการกระทำความผิดมูลฐาน หรืออาจเป็นการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายได้เรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก เป็นมาตรการป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้น กำลังเกิดอยู่ และกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต?อีกอย่างเพื่อเก็บข้อมูลที่ถูกต้องของตัวผู้ทำธุรกรรม เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัวชิ้นสำคัญในการดำเนินคดี ยิ่งถ้าเป็นคดีใหญ่ที่ทำเป็นขบวนการ เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ทำความผิดได้อย่างชัดเจนไม่ให้คนร้ายเอาเอกสารที่ถูกแอบอ้างไปใช้ โดยที่เจ้าของตัวจริงไม่รู้เรื่อง?!งานนี้ผู้มีหน้าที่รายงานการธุรกรรมก็ยุ่งยากขึ้นหน่อยแต่สำหรับสุจริตชนคงไม่เดือดร้อนมาก ทำไปก็เพื่อป้องกันเหล่า “คนเลว” เท่านั้น?"สหบาท"