ผมมีภาพนายกฯ ประยุทธ์จับมือ ปลูกไมตรีกับฝรั่ง กับภาพ รองนายกฯสมคิด เดินเกมเศรษฐกิจกอดเอวแน่นแฟ้นกับจีน กรณีล่า เซ็นสัญญา 5 จีกับบริษัทหัวเว่ย ซ้อนทับอยู่ในใจประเทศเล็กๆ เล่นกับมหาอำนาจ ก็คงต้องต่อรองในทำนองพัวพันอย่างสร้างสรรค์ เอาตัวรอดไปได้แค่นี้เองแต่หากจะตั้งคำถาม...ระหว่างจีนกับฝรั่ง เรารักใครมากกว่า ก็น่าจะย้อนอดีต อ่านประวัติศาสตร์จีน เรื่องแผ่นดินของใคร ตามหาแชงกรี-ลา เป้าหมายสุดท้ายของนักล่าเมืองขึ้นไกรฤกษ์ นานา เขียนไว้ถึงตอนที่ 5 ในศิลปวัฒนธรรมฉบับประจำเดือนตุลาฯ 2562อ่านให้จบ แล้วคงตอบโจทย์นี้ได้หลังปฏิญญาอังกฤษ-ฝรั่งเศส ฉบับ ค.ศ.1896 จัดสรรผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน “ยูนนาน” สุดเขตแดนจีน ซึ่งตอนนั้นถูกเรียกที่ว่างบนแผนที่ อุดมด้วยทรัพยากรมหาศาลที่ยังไม่ถูกสำรวจ ก็เป็นเป้าหมายใหญ่ชื่อยูนนานคุ้นหูคนไทย...ตั้งแต่ พ.ศ.2453 เมื่อหมอดอดด์ ใช้เวลากว่าสามเดือนครึ่ง เดินทางจากล้านนาไทย สำรวจทำเลที่ตั้ง วัฒนธรรม และภาษาพูดของคนเผ่าพันธุ์ไต-ไทยหมอดอดด์ พบว่าปี พ.ศ.นั้น ฝรั่งเศสได้เข้าไปมีอิทธิพลอยู่ในยูนนานแล้วยูนนานถูกวางหมากให้เป็นเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจใหม่ เป็นศูนย์กลางทวีปเอเชีย ที่ฝรั่งมหาอำนาจ ตั้งใจรุกเข้าไปถึงแผ่นดินใหญ่จีนไกรฤกษ์ นานา บอกว่า ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในทวีปยุโรป คริสต์ศตวรรษที่ 18 คนอังกฤษเป็นหัวหอกเดินทางออกไปค้นหาตลาดการค้า และแหล่งทรัพยากรที่ยุโรปขาดแคลนคนอังกฤษตอนนั้นนิยมดื่มน้ำผลไม้หมักจากแอปเปิ้ล แต่เมื่อเจอ “ใบชาจีน” ก็เปลี่ยนมาดื่มชาจนถือเป็นวัฒนธรรม พร้อมๆกับแฟชั่น กระเบื้องเคลือบและถ้วยชามกังไส ที่เริ่มจากอังกฤษ และแพร่หลายไปทั่วยุโรปความต้องการสินค้าจีนเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่สินค้าอังกฤษ เช่น เสื้อผ้าขนสัตว์ ไม่เหมาะกับเมืองร้อนอย่างกวางเจา เมืองท่าจีนมีดและช้อนส้อม ที่ส่งไปขายไม่ได้ คนจีนใช้ตะเกียบ เปียโนก็ขายไม่ได้ คนจีนยังสนุกกับขลุ่ยและพิณแทนที่ฝรั่งจะรับความผิดพลาดทางการตลาด แต่ไพล่ไปเข้าใจว่าสินค้าที่ขายไม่ได้เพราะติดสนธิสัญญานานกิง อังกฤษเรียกร้องให้จีนเปิดเมืองท่าเพิ่มขึ้น เกิดสงครามฝิ่นรอบสอง(ฝรั่งขี้โกงขายสินค้าให้จีนไม่ได้ จึงยัดเยียดฝิ่นเข้าไป มอมเมาจีน)ฝรั่งยึดเทียนสิน จีนยอมให้เปิดเมืองท่าเพิ่มขึ้นเป็น 15 เมือง ค่าปฏิกรรมที่รัฐบาลจีนต้องใช้ ยูนนานแหล่งทรัพยากรใหญ่ ทอง เงิน ทองแดง ดีบุก ตะกั่ว เหล็ก สังกะสี ฯลฯ ต้องรับบทหนักจีนในสภาพคนป่วยแห่งเอเชีย จึงถูกรุมสกรัม รัสเซียมาทางเหนือ ญี่ปุ่นก็กันท่า เยอรมนีตามเข้ามา ถึงขั้นนี้ สหรัฐอเมริกาทนดูยุโรปชุบมือเปิบไม่ไหว ก็เข้ามาขอส่วนแบ่งไกรฤกษ์ นานา จบข้อเขียนตอนนี้ว่า ผลการกินโต๊ะจีนครั้งนั้น ฝรั่งเศสถือว่าชิ้นปลามันคือยูนนาน ถึงขนาดประกาศว่าเป็นอาณานิคมหนึ่งของตัวเองทรัพยากรที่ฝรั่งเศสได้ไป ก็หมดไปกับเยอรมนี ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ชั่วเวลาห้าปี ฝรั่งเศสแพ้สงคราม หมดแรงยอมปล่อยยูนนานหลุดจากมือผมตั้งใจคัดย่อ พอให้เห็นเค้าว่า แต่ไหนแต่ไร พวกฝรั่งดั้งขอ เล่นบทนักเลงโตข่มเหงจีนเป็นลูกไล่เรื่อยมา จึงคงไม่ต้องถามว่า ถ้าจะให้เลือกรักเลือกชัง เรารักเราชังใครแต่ในเกมการเมืองเกมการค้านั้น ต้องยอมให้ท่านประยุทธ์ ท่านสมคิด สลับบทเล่นของท่านตามลีลา เกลียดน้ำหน้าคุณทรัมป์แค่ไหน ก็ต้องทนจับมือยิ้มกับมัน ขอต่อรองผ่อนปรนกันไปส่วนชาวบ้านอย่างเราๆจะใช้แม่ไม้เก่า เจอหน้าฝรั่ง เอาเค้กโปะหน้า ถ้าทำได้ก็ทำ อย่างน้อยก็ให้มันรู้ว่ากูไม่ชอบหน้ามึง.กิเลน ประลองเชิง