เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมชาวเอกวาดอร์ขว้างก้อนหินและปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตา ใกล้อาคารรัฐสภา ในกรุงกีโต เมื่อ 3 ต.ค. ซึ่งถือว่ารุนแรงสุดในรอบหลายปี เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลยกเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน ทำให้ราคาพุ่งขึ้น 120 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นายมาเรีย พอลลา โรโม รัฐมนตรีมหาดไทยเอกวาดอร์ เผยว่า มีผู้ประท้วงถูกจับกุมตัว 19 คนเพราะปิดกั้นถนน หลังประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 60 วัน และอาจขยายเพิ่มเวลาไปอีก 30 วัน ส่งผลให้โรงเรียนทุกแห่งปิดการเรียนการสอน ขณะที่รถบัสกับรถแท็กซี่หยุดให้บริการทั้งในกรุงกีโตและเมืองใหญ่อีกหลายแห่งทั้งนี้ โมเรโนเผยถึงการยกเลิกอุดหนุนราคาน้ำมันที่มีมานาน 40 ปี ว่า เป็นไปตามแผนปฏิรูปงบประมาณประจำปี การยกเลิกพยุงราคาน้ำมัน รวมถึงการปฏิรูปภาษีจะช่วยให้รัฐบาลมีเงินเพิ่มราว 2,270 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อนนี้เอกวาดอร์ประกาศถอนตัวเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปก เพื่อผลิตน้ำมันให้มากขึ้นและเพิ่มรายได้ ซึ่งสามารถผลิตน้ำมันได้เกือบ 550,000 บาร์เรลต่อวัน.