วันนี้คำพูดของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เป็นคำพูดที่เชื่อถือไม่ได้เสียแล้ว ไม่ต่างจาก นักการเมืองที่พูดโกหกคำโตในบ้านเรา นักวิเคราะห์มองว่าคำพูดของ ประธานาธิบดีทรัมป์ มีลักษณะเหมือน นักปั่นหุ้น ทุกครั้งที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์หรือส่งทวีตจะมีผลต่อดัชนีหุ้นดาวโจนส์ วันนี้ทรัมป์ส่งทวีตในเชิงบวก ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ก็พุ่งขึ้น รุ่งขึ้นทรัมป์ส่งทวีตในเชิงลบ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ก็ร่วงคนที่รู้แกว ซื้อขายหุ้นตามทวีตของประธานาธิบดีทรัมป์ สองปีมานี้คงรวยเละวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ แถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “ผมไม่คิดว่าผมมีความจำเป็นที่จะต้องบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับจีนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี (สหรัฐฯ) ในปี 2020 ผมคิดว่าประชาชนรู้ว่าเรากำลังทำงานที่ยิ่งใหญ่ จีนกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่เรา (สหรัฐฯ) ไม่ได้รับผลกระทบ” และยังกล่าวอีกว่า เขาไม่ต้องการทำข้อตกลงบางส่วนกับจีน แต่ต้องการทำข้อตกลงที่สมบูรณ์คำให้สัมภาษณ์ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลให้ การเจรจาระดับรัฐมนตรีช่วย ของจีนและสหรัฐฯระงับไปทันที รัฐมนตรีช่วยเกษตรจีนท่ีจะเดินทางไปยังเมือง บอสแมน รัฐมอนทานา เพื่อพบปะกับเกษตรกรสหรัฐฯที่ได้รับความเดือดร้อนจากสงครามการค้าก็ระงับไปด้วยคำให้สัมภาษณ์ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ครั้งนี้ ตรงกันข้ามกับข้อความในทวิตเตอร์เมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ที่ทรัมป์ทวีตว่า “เพื่อแสดงไมตรีจิต (ที่จีนประกาศเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 16 ประเภทไป 1 ปี) สหรัฐฯจะเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 250,000 ล้านดอลลาร์ ที่จะขึ้นจาก 25% เป็น 30% ในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ไปเป็นวันที่ 15 ตุลาคม” โดยเลื่อนออกไป 15 วันเพื่อรอทำข้อตกลงประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า “จีนกำลังซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯจำนวนมากและการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนอาจมีขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า หรือหนึ่งวันหลังเหตุการณ์ดังกล่าว”แต่เมื่อวันศุกร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ กลับให้สัมภาษณ์ไปอีกอย่าง วันนี้คำพูดของผู้นำสหรัฐฯจึงกลายเป็นคำพูดที่เชื่อถือไม่ได้ แม้แต่ประโยคที่ว่า “สหรัฐฯไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า” ก็ ไม่เป็นความจริง เพราะผลสำรวจซีอีโอบริษัทชั้นนำสหรัฐฯ ใน “บิสซิเนส ราวด์เทเบิล” กลับพบว่า ความเชื่อมั่นของซีอีโอบริษัทชั้นนำในสหรัฐฯร่วงลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 มาอยู่ที่ 79.2 จากระดับ 118.6 ในไตรมาสแรกปี 2561 เป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ทรัมป์ขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯซีอีโอสหรัฐฯยังคาดการณ์ว่า ยอดขายของบริษัทจะปรับลดลงอีก 9% ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ผู้บริหาร 20% คาดว่าจะมีการปลดพนักงานออกในช่วงเวลา 6 เดือนข้างหน้า และ ซีอีโอบริษัทชั้นนำสหรัฐฯยังปรับลดจีดีพีสหรัฐฯปีนี้ลงเหลือ 2.3% จากที่คาดการณ์ในไตรมาสก่อนว่าจะขยายตัวได้ 2.6% แสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างหนักเช่นเดียวกัน คำพูดของ ประธานาธิบดีทรัมป์ที่ว่าสหรัฐฯไม่ได้รับผลกระทบ จึงไม่เป็นความจริงส่วน เศรษฐกิจจีน แน่นอนว่า ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รัฐบาลจีนตั้งเป้าว่า จีดีพีปีนี้จะขยายตัวได้ 6.0–6.5% ซึ่งต่ำแล้ว แต่นักวิเคราะห์คาดว่า เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 อาจขยายตัวต่ำกว่า 6.0% ต่ำกว่าไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 6.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี และไตรมาส 4 ก็ยังชะลอตัว ไตรมาสแรกปีหน้าก็ยังชะลอตัวต่อ คาดว่าจีดีพีขยายตัวได้เพียง 5.5% จากที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 6.0% แสดงว่าสาหัสกว่าที่คาดไว้มากก็เก็บข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังครับ ยุคนี้คนไทยต้องพึ่งตัวเองให้มาก อย่าไปเชื่อผู้นำแบบคนอเมริกัน พูดกลับไปกลับมา มีแต่คนรวยที่รวยขึ้น คนจนกลับจนลงเรื่อย.“ลม เปลี่ยนทิศ”