การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะเป็นการพูดในปัญหาที่ละเอียดอ่อน แต่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านส่วนใหญ่ ต่างสงวนถ้อยสงวนคำ พูดตามหลักการ ไม่มีการปลุกระดมด้วยอารมณ์ และต้องถือว่านายกรัฐมนตรีสอบผ่าน ลุกขึ้นมาตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านอย่างใจเย็น โดยไม่แตะเรื่องการถวายสัตย์ฯทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงอารมณ์หงุดหงิดมาอย่างต่อเนื่อง อ้างว่ามีคนแช่งให้ตาย หงุดหงิดที่มีแต่คนขอเงิน และโจมตีนายกรัฐมนตรีทุกเรื่อง ทั้งปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาแรงงาน และระเบิดอารมณ์ว่า “ต่อให้ไปเรียกไอ้คนที่อยู่เมืองนอกกลับมา ก็ทำไม่ได้” ทั้งยังขู่ด้วยว่า “จะเอาผมแบบนี้หรือจะเอาผมแบบก่อน”นักวิเคราะห์การเมืองตีความว่า คำว่า “ผมแบบนี้” คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง หรือจะกลับไป “เอาผมแบบก่อน” คือเป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จตามมาตรา 44 ถ้าหากมีการตัดสินว่าถวายสัตย์ฯไม่ถูกต้อง ครม.ใหม่ยังไม่มี ต้องให้รัฐบาล คสช.อยู่ต่อแต่ในวันอภิปราย นายกรัฐมนตรีสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี หลังจากนั่งฟังคำอภิปรายที่เผ็ดร้อนของฝ่ายค้านแล้วจึงลุกขึ้นมาตอบตามหลักการ คอการเมืองส่วนใหญ่เชื่อว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์หงุดหงิด เนื่องจากยังไม่สามารถปรับตัวจากการเป็นผู้นำอำนาจนิยม มาเป็นนายกรัฐมนตรีประชาธิปไตยที่ต้องถูกตรวจสอบนายกรัฐมนตรีมักจะหงุดหงิด เมื่อมีคนอ้างถึงเรื่องกฎหมาย นี่ก็กฎหมาย นั่นก็กฎหมาย โน่นก็กฎหมาย เลยทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เป็นอาการหงุดหงิดที่เกิดจากความเคยชิน ในการกุมอำนาจเด็ดขาด เสมือนหนึ่งว่า ม.44 ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีเลือกตั้ง ต้องอยู่ในขอบของกฎหมาย ในการอภิปรายครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีถูกนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย วิพากษ์ว่าเป็น “โรคไม่แยแส” ไม่สนใจรัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุดของประเทศ คงจะหมายถึงการไม่สนใจที่จะกล่าวคำถวายสัตย์ฯให้ครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญ ไม่สนใจที่รัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่าทำผิดรัฐธรรมนูญเนื่องจากเป็นการอภิปรายที่ไม่มีการลงมติ ฝ่ายค้านจึงได้แค่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นห่วงเรื่องการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ไม่ยอมปฏิญาณว่า “จะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ น่าห่วงอนาคตประชาธิปไตย.