ก็เพราะสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่เคยชิงดีชิงเด่นกับใคร จากนางบำเรอผู้ไร้การศึกษา “มาร์ทา สกอฟรอนสกา” จึงได้เลื่อนขั้นเป็นพระมเหสีคู่ใจของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชแห่งรัสเซีย และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ผงาดขึ้นเป็น “สมเด็จพระจักรพรรดินีองค์แรกของจักรวรรดิรัสเซีย” มีวาสนาสูงส่งเหนือนางสนมทั้งปวงถ้าไม่แน่จริงคงไม่สามารถเอาชนะใจกษัตริย์นักรบผู้ดุดันอย่างพระเจ้าปีเตอร์มหาราช จนยกราชบัลลังก์ให้ก่อนสวรรคต ความดีเด่นของ “แคเธอรีนที่หนึ่งแห่งรัสเซีย” อยู่ที่ความอ่อนโยนเรียบง่ายติดดิน เธอคือน้ำเย็นที่คอยปลอบประโลมใจอันคุกรุ่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นสตรีที่ไร้ความทะเยอทะยาน ชอบจะมีความสุขอย่างเรียบง่าย และเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเป็นอย่างดีถึงการศึกษาจะต่ำต้อยเป็นเพียงลูกชาวนาจนๆ ต้องกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และชีวิตระหกระเหินกลายเป็นนางบำเรอขุนนางคนแล้วคนเล่า แต่ความงามแบบบ้านๆจริงใจใสซื่อ บวกกับรูปลักษณ์ที่อวบอิ่มรัญจวนใจ ทำให้เธอเป็นที่ต้องตาต้องใจของกษัตริย์หนุ่มตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งได้สนทนาด้วยยิ่งหลงรักในความมีอารมณ์ขันแรกเริ่มแม้จะเข้าไปอยู่ในวังในฐานะนางบำเรอ แต่สถานภาพของ “แคเธอรีนที่หนึ่งแห่งรัสเซีย” ก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามจำนวนของพระโอรสพระธิดาที่ทรงให้กำเนิดไว้ถึง 12 องค์ ท่ามกลางความกังขาของประชาชนและทหารจำนวนไม่น้อย ที่ปักใจเชื่อว่าสตรีไร้การศึกษาผู้นี้จะต้องทำเสน่ห์คุณไสยใส่กษัตริย์หนุ่มเป็นแน่แท้จึงหลงรักชนิดหัวปักหัวปํา ทั้งๆที่มีอิสตรีล้อมหน้าล้อมหลังพร้อมพลีกายถวายชีวิตจุดหนึ่งที่เป็นข้อดีของ “แคเธอรีนที่หนึ่งแห่งรัสเซีย” ซึ่งแตกต่างจากพระสนมองค์อื่นๆที่ทะเยอทะยานกระหายในอำนาจ คือ เธอไม่เคย ใช้เส้นสายของพระสวามีเพื่อสร้างฐานอำนาจให้ใคร และไม่เคยก้าวก่ายเรื่องการบ้านการเมือง สิ่งที่สนใจมีเพียงอย่างเดียว คือ การปรนนิบัติเอาใจพระเจ้าปีเตอร์มหาราช หากรู้ว่าพระสวามีสนพระทัยในสิ่งใด ก็จะศึกษาจนถ่องแท้เพื่อหาเรื่องสนทนาด้วยอย่างออกรส เธอจึงรู้หมดทั้งเรื่องการรบ การทหาร และเรือรบ คุยด้วยสนุกทั้งๆที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้“แคเธอรีนที่หนึ่ง” ยังรู้พระทัยพระสวามียิ่งกว่าใครๆจึงเลือกห้องนอนขนาดเล็กๆที่อบอุ่นแสนสบาย แทนที่จะร้องขอห้องบรรทมใหญ่โตสมฐานะ เนื่องจากเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ “พระเจ้าปีเตอร์มหาราช” เคยประสบเหตุการณ์ขวัญผวาในห้องบรรทมกว้างใหญ่ เมื่อเข้าบรรทมครั้งใดก็ชวนให้นึกถึงการฆาตกรรมหมู่คนใกล้ชิดพระองค์ จึงพอพระทัยมากกว่าที่ได้บรรทมหนุนตักพระมเหสีคู่ใจในห้องนอนเล็กๆขณะที่ “พระเจ้าปีเตอร์มหาราช” ประชวรหนัก ได้ทรงแต่งตั้งให้ “แคเธอรีนที่หนึ่ง” เป็นผู้ปกครองร่วม กระทั่งเมื่อเสด็จสวรรคต นางก็ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทหารผู้จงรักภักดีให้ขึ้นครองราชย์เป็น “สมเด็จพระจักรพรรดินีองค์แรกในประวัติศาสตร์ของรัสเซีย” เปิดทางให้รัสเซียมีพระประมุขเป็นอิสตรีตามมาอีก 2 องค์ โดยหนึ่งในนั้นเป็นพระราชธิดาของพระองค์เองนอกจากการสานต่อนโยบายของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ทรงปรารถนาจะสร้างรัสเซียให้เข้มแข็งทัดเทียมกับชาติยุโรปตะวันตก หนึ่งในมรดกที่องค์จักรพรรดินีได้ฝากไว้ให้แผ่นดินรัสเซีย คือ การก่อตั้งสภาที่ปรึกษาสูงสุด เพื่อถ่วงอำนาจดุลการบริหารปกครองประเทศ ในยุคของ “สมเด็จพระจักรพรรดินีแคเธอรีนที่หนึ่ง” ยังทรงขึ้นชื่อว่าเป็นประมุขที่น่าเคารพรักของประชาชน และเป็นขวัญใจของคนยากคนจน น่าเสียดายที่มีโอกาสได้ปกครองประเทศอยู่เพียงปีเศษ ก็ต้องเสด็จสวรรคต ขณะมีพระชนมพรรษาเพียง 43 พรรษา.มิสแซฟไฟร์