สุดสลด แม่อุ้มลูกน้อยรมควันฆ่าตัวตายคารถ ผู้เป็นแม่อาการสาหัส ส่วนลูกสาววัย 11 ขวบสิ้นใจคาอ้อมอก พ่อเผยปมเครียดจากเรื่องหนี้สินรุมเร้า เศรษฐกิจฟุบทำกิจการร้านขายไม้เก่าซบเซา รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว แถมจะถูกไฟแนนซ์ตามยึดรถกระบะที่ใช้หาเลี้ยงชีพ ก่อนก่อเหตุแม่พาลูกสาวคนเล็กแยกตัวไปนอนบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกันได้ 2 คืน พอตื่นเช้าให้ลูกสาวคนโตไปปลุกในบ้านแต่หาไม่เจอ จนมาพบทั้งคู่นอนหมดสติอยู่ในรถมีเตาถ่านรมควันวางในแค็บหลัง รีบแจ้งกู้ภัยมาช่วยพาแม่ส่งโรงพยาบาล ส่วนลูกสาวเสียชีวิตแล้วเหตุสลดใจ แม่-ลูกรมควันฆ่าตัวตายในรถ ลูกน้อยเสียชีวิต ส่วนแม่อาการสาหัสเปิดเผยเมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 18 ก.ย. พ.ต.ต.นิพนธ์ ศรีไพบูลย์ สว. (สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุผู้หญิงและเด็กรมควันหมดสติอยู่ในรถกระบะ จอดอยู่ที่ร้านขายไม้เก่าเลขที่ 254/2 ซอย 22-23 สายตรี หมู่ 9 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จึงรายงานให้ พ.ต.ท.โสวัชร์ ไชยสงคราม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.เอกรัฐ สุจริต สว.สส. พ.ต.ต.กู้เกียรติ กุลกั้ง สวป. นำกำลังตำรวจพร้อมแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นร้านจำหน่ายไม้เก่า มีบ้าน 2 หลังอยู่ใกล้กัน พบรถกระบะโตโยต้าวีโก้แค็บ สีบรอนซ์ ทะเบียน บม 7778 สระบุรี จอดดับเครื่องอยู่ ที่เบาะนั่งข้างคนขับพบร่างนางพิสมัย บุญหยาด อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ 9 ต.คำครั่ง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี นั่งปรับเบาะเอนนอนหมดสติหายใจรวยริน มีศพ ด.ญ.พรณิภา บุญหยาด อายุ 11 ขวบ ลูกสาวสวมชุดพละของโรงเรียน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนอ้อมอกผู้เป็นแม่ ภายในรถพบเตาอั้งโล่มีถ่านจุดไฟมอดไหม้หมดแล้วเหลือแต่ขี้เถ้าวางอยู่ในแค็บหลัง เจ้าหน้าที่นำศพเด็กออกไปวางที่ท้ายกระบะ พร้อมรีบนำร่างนางพิสมัยส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช อาการสาหัสสอบสวนนายสุจิตร บุญหยาด อายุ 55 ปี สามีของนางพิสมัย และเป็นพ่อของ ด.ญ.พรณิภา ให้การว่า ตื่นนอนตอนเช้าออกมารองน้ำประปาเห็นว่าภรรยาและลูกสาวคนเล็กที่นอนอยู่บ้านอีกหลังยังไม่ออกมา จึงบอกให้ น.ส.พรรณิดา บุญหยาด อายุ 26 ปี ลูกสาวคนโต ไปเรียกแม่ปลุกน้องไปโรงเรียน แต่ตามหาในบ้านไม่พบ กระทั่งเดินมาเห็นภรรยาและลูกสาวนอนอยู่ในรถที่จอดดับเครื่องอยู่ เปิดประตูรถไม่ได้ล็อกก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าลูกสาวนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนอกภรรยาที่หมดสติหายใจรวยริน ในรถมีกลิ่นควันคละคลุ้ง รีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือนายสุจิตรให้การอีกว่า ปกติครอบครัว 4 คนพ่อแม่ลูกจะนอนอยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่เมื่อ 2 คืนที่ผ่านมา ภรรยาขอพาลูกสาวคนเล็กไปนอนที่บ้านอีกหลังอยู่ติดกัน ไม่คิดว่าจะเป็นการวางแผนเพื่อรมควันฆ่าตัวตายพร้อมลูก ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเครียดปัญหาหนี้สิน เดิมทีตนและครอบครัวอยู่ จ.อุบลราชธานี ย้ายมาปักหลักทำมาหากินอยู่ที่ จ.ลพบุรี ประมาณ 10 กว่าปี หางานทำทุกอย่างที่ได้เงิน จนกระทั่งมาเปิดร้านขายไม้เก่าได้ประมาณ 2 ปี แต่ระยะหลังเศรษฐกิจตกต่ำค้าขายไม่ดี รายได้ไม่พอใช้จ่ายในครอบครัวจนทำให้ภรรยาเครียดจัด และที่สำคัญบริษัทไฟแนนซ์จะมายึดรถกระบะที่ภรรยารักมากเพราะเป็นเครื่องมือในการทำมาหากินทำให้ตัดสินใจรมควันพยายามฆ่าตัวตายในรถที่ตัวเองรัก จนลูกสาวเสียชีวิต ส่วนภรรยาอาการสาหัส หลังสอบปากคำเบื้องต้นตำรวจให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯนำศพ ด.ญ.พรณิภาส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง