สถาบันอินเตอร์เน็ตแห่งออกซ์ฟอร์ด (The Oxford Internet Institute-OII) เปิดผลวิจัยที่ค่อนข้างแตกต่าง เมื่อพบว่าคนอังกฤษเกือบ 1 ใน 5 หรือราว 20% ของประชากรทั้งหมด ไม่นิยมใช้อินเตอร์เน็ต โดยในจำนวนดังกล่าวมีถึง 18% ที่จำกัดความตัวเองว่า “ไม่ใช้เลย”สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า งานวิจัยของ OII ชี้ให้เห็นว่า คนอังกฤษจำนวนถึง 18% ของประชากรทั้งหมด ไม่ใช้งานอินเตอร์เน็ตเลยนั้น เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างแตกต่างจากผลงานวิจัยอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ระบุตัวเลขคนอังกฤษที่ไม่ใช้อินเตอร์เน็ตมีอยู่ราว 7.4%บีบีซี อธิบายถึงความแตกต่างดังกล่าวว่า เป็นเพราะทั้ง 2 หน่วยงานเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน ขณะที่ OII เก็บข้อมูลจากคนอังกฤษ 2,000 คน โดยสุ่มตัวอย่างจากแหล่งพำนัก ซึ่งรวมถึงคนทำงาน ไม่ทำงาน ผู้ป่วยทุพพลภาพ ตลอดจนคนที่พำนักอยู่ในศูนย์พยาบาลผู้สูงวัยด้วย ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติสุ่มตัวอย่างจากกลุ่มคนทำงานเป็นหลักอย่างไรก็ตาม หากตัวเลขของ OII เชื่อถือได้จริง ย่อมทำให้รัฐบาลอังกฤษ ต้องย้อนกลับไปทบทวนนโยบายสนับสนุนการเข้าถึงและใช้งานอินเตอร์เน็ตของคนอังกฤษเสียใหม่ เพราะดูเหมือนจะยังมีคนอีกกลุ่มใหญ่ ที่ปฏิเสธการใช้งาน ทำให้เสียโอกาสในการเข้าถึงข้อมูล หรืออาจรวมทั้งโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นงานวิจัยของ OII ระบุว่า คนที่ปฏิเสธการใช้อินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัย มีรายได้และการศึกษาที่ไม่สูงนัก คนพวกนี้ไม่นิยมการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะผ่านคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป หรือแม้แต่มือถือ ที่กำลังได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกOII เปิดเผยต่อว่า คนอังกฤษส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตในช่วงอายุก่อน 50 ปี แต่หลังจากนั้น พวกเขามักถอยห่างจากโลกออนไลน์ โดยเฉลี่ยความถี่ในการใช้งานจะลดลงปีละ 2% จนเลิก เหตุผลหลักคือเมื่อแก่ตัวลง ความจำเป็นในการสนใจเรื่องอื่นใดจะน้อยลงไปด้วย วงจรเพื่อนเริ่มหดหาย จึงไม่ต้องเห็นอะไรเยอะแยะ โดยเฉพาะจากโลกออนไลน์ โดยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเป็นคนที่เติบโตในยุคที่อินเตอร์เน็ตยังไม่มีปรากฏขึ้นบนโลกแต่อย่างใดส่วนสาเหตุอื่นๆที่บ่งชี้จากงานวิจัย ได้แก่ 10% บอกว่าไม่ใช้อินเตอร์เน็ตเพราะห่วงความเป็นส่วนตัวจะถูกรุกล้ำ, 40% กลัวเปลืองเงินเพราะมีรายได้ต่ำกว่าปีละ 12,500 ปอนด์ (475,000 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 38 บาทต่อ 1 ปอนด์), 70% รำคาญโฆษณาและเบื่อที่ถูกตามเก็บข้อมูลส่วนตัวว่าเข้าเว็บไซต์อะไร ชอบค้นหา (Google) อะไร, 12% เคยถูกไวรัสคอมพิวเตอร์โจมตี และ 11% มีประสบการณ์ได้รับอีเมลข่มขู่ หลอกลวงสิ่งที่น่ากังวลก็คือ ขณะนี้รัฐบาลอังกฤษกำลังพยายามผลักดันการให้สิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือสำหรับคนสูงวัยผ่านทางอินเตอร์เน็ต เพราะเป็นวิธีที่ประหยัดกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า เสียเวลาน้อยกว่า แต่หากกลุ่มคนสูงวัยปฏิเสธบริการบนโลกออนไลน์ การพยายามลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร จัดการ ก็คงไม่ไปถึงไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนในวัยนี้ เป็นวัยที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐมากที่สุด ตั้งแต่เรื่องความเป็นอยู่ ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาล.