รัฐบาลอังกฤษยืนกรานสถานการณ์ “เบร็ก-ซิต” หรืออังกฤษถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู อย่างไม่มีข้อตกลง จะไม่ก่อผลกระทบรุนแรงมากนักต่อสหราชอาณาจักรตามที่หลายฝ่ายห่วงกังวล ภายหลังจากพรรคแรงงานฝ่ายค้านพยายามเรียกร้องฝ่ายรัฐบาลเปิดเผยเอกสาร “ปฏิบัติการค้อนสีเหลือง” หรือมาตรการเตรียมความพร้อมของอังกฤษเพื่อออกจากสหภาพยุโรปอย่างไร้ข้อตกลงใดๆตามกำหนดการวันที่ 31 ต.ค.นี้ความหวั่นวิตกผลกระทบที่จะเกิดแก่สหราชอาณาจักรภายหลัง “เบร็กซิต” อาทิ จะก่อให้เกิดความต้องการอาหารสดมากมาย ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารสดในประเทศ ราคาอาหารและเชื้อเพลิงในสหราชอาณาจักรจะสูงขึ้นกระทบถึงกลุ่มคนรายได้ต่ำ เพราะเกิดความไม่สมดุลสัดส่วนการแบ่งปันอาหารและเครื่องใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน สถานการณ์เหล่านั้นจะก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวประท้วงทั่วประเทศ ขณะที่รถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนเข้าออกอังกฤษจะประสบปัญหาต้องรอคิวตรวจสอบสถานะตามจุดตรวจบริเวณพรมแดนนานมากกว่า 2 วัน ทำให้ปริมาณรถบรรทุกสินค้าผ่านข้ามช่องแคบอังกฤษจากฝรั่งเศสจะลงลดเฉลี่ยวันละมากถึงราว 40-60 เปอร์เซ็นต์ส่วนความเคลื่อนไหวของรัฐบาลอังกฤษภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กำลังถูกกดดันอย่างหนักภายหลังศาลสกอตแลนด์ตัดสินระบุการปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาลนายจอห์นสันตั้งแต่วันอังคาร 10 ก.ย.62 ไปจนถึงวันที่ 14 ต.ค.62 ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้เรื่องนี้จะถูกนำขึ้นพิจารณาชั้นศาลสูงของอังกฤษในวันอังคาร 17 ก.ย.เพื่อให้มีการเปิดประชุมสภาหรือไม่อีกครั้งทั้งนี้ พรรคแรงงานฝ่ายค้านกล่าวหาพรรครัฐบาลอังกฤษปิดการประชุมสภาเพราะต้องการสกัดพรรคฝ่ายค้านไม่ให้ต่อต้านการถอนอังกฤษจากสหภาพยุโรปโดยไร้ข้อตกลงใดๆ ส่วนนายจอห์นสันกำลังถูกบีบให้ต้องขอเลื่อนกำหนดการ “เบร็กซิต” ออกไปจากกำหนดวันที่ 31 ต.ค. ไปเป็นวันที่ 31 ม.ค.ปีหน้าถ้ากระบวนการเจรจากับเหล่าผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรปช่วงวันที่ 17 ต.ค.ยังไม่ได้ข้อตกลงใดๆอีก แม้ว่านายจอห์นสันยังต้องการถอนอังกฤษจากสหภาพยุโรปตามกำหนดวันที่ 31 ต.ค.