โล่งอกขึ้นมาเป็นกองในซีนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้วินิจฉัยกรณี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำ ครม.กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญเนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใดตามรัฐธรรมนูญ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นการกระทำทางการเมืองของ ครม.ถอดชนวนอันตรายที่มีผลต่อสถานะของรัฐบาลลุล่วงไปด้วยดี เรือเหล็กได้รับการการันตียังแล่นต่อได้ หมดห่วงปัญหาเทคนิคข้อกฎหมายที่ค้ำคอมาพักใหญ่ช่วย “บิ๊กตู่” คลายความกดดันในเวทีซักฟอกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในวันที่ 18 ก.ย. ลงไปเยอะ เพราะมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นเกราะป้องกันต่อให้ฝ่ายค้านปล่อยของหนักแค่ไหนก็แป้ก เพราะศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดแล้วว่า ปมการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใดตามรัฐธรรมนูญทุกองค์กรไม่มีอำนาจก้าวล่วง เรื่องที่ตั้งท่าจะหนักหนาสาหัสถูกลดทอนจนเบาหวิว เกมโอเวอร์จบลงด้วยดี หากใครจะไปขยายความต่อ ต้องรับผิดชอบคำพูดกันเอง“ลุงตู่” ได้รับการปลดล็อกด้านข้อกฎหมายไปอีกด่าน แต่รูปการณ์ยังต้องเหนื่อยต่ออีกพักใหญ่ ตามสถานการณ์พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก เจอเรื่องร้ายๆซ้ำเติมไม่หยุดหย่อนยังต้องไล่ดับไฟมือเป็นระวิงอีกหลายกองตัวอย่างที่เห็นชัดๆคือ การขุดคุ้ยประวัติของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มือประสานสิบทิศรัฐบาล ที่มีข้อครหาพัวพันคดียาเสพติดตามที่สื่อออสเตรเลียเขี่ยไฟให้ลุกโชนขึ้นมาใหม่ ลามมาถึงกรณีวุฒิการศึกษาปลอมประดังเพิ่มเติมเข้ามาพวกรุ่นใหญ่พากันตีกรรเชียงหนี ไม่มีใครกล้าออกหน้าการันตีแทน กลัวเข้าเนื้อถูกยำไปด้วย ปล่อยตัวจี๊ดเผชิญชะตากรรมโดนรุมกินโต๊ะอยู่คนเดียวสายล่อฟ้ารัฐบาลถูกจับขึงพืดรุมสกรัม เปิดช่องให้มีการผสมโรงลาก “ลุงตู่” เข้ามาคลุกฝุ่น ฐานแต่งตั้งพวกมีตำหนินั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ฝ่ายค้านได้ทีขย่มภาพลักษณ์รัฐบาลกันสนุกมือในภาวะที่ “บิ๊กตู่” เองก็อยู่ในอาการอึกอัก แก้ตัวลำบาก ได้แต่อ้อมแอ้ม โบ้ยทุกรัฐบาลล้วนมีตำหนิ ฟาดหางไปถึงรัฐบาลเก่าๆก็มีแผลไม่ต่างกันหรือกรณีพรรคประชาธรรมไทยของ นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรค ถอนสมอจากการร่วมรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ สมทบกับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ไม่ทนผิดหวังซ้ำซากตั้งแต่การแบ่งโควตา ครม. เลขาฯ-ที่ปรึกษารัฐมนตรี และประธานกรรมาธิการชุดต่างๆฝูงลิงเลิกเชื่องกับคนเลี้ยง ไม่อยู่ทนกินกล้วยต่อ และยังไม่แน่ว่าจะมีลิงตัวอื่นๆออกจากฝูงอีกหรือไม่ เรื่องพรรคเล็กทำท่าจะไม่เล็ก ส่อทีท่าบานปลาย หากยังบริหารจัดการเคลียร์ใจไม่ลงตัวเลี่ยงไม่ได้ที่จะสะเทือนถึงความเข้มแข็งของรัฐบาลในภาวะปริ่มน้ำที่แต้มฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านทิ้งกันไม่ขาดล่าสุดที่นั่งฝ่าย “ลุงตู่” หายไปอีกหนึ่ง หลัง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ติดชนักโดนศาลฎีกาสั่งจำคุก 4 ปี ในคดีล้มประชุมอาเซียนที่พัทยา ต้องสิ้นสภาพ ส.ส.จากต้นทุนที่ออกสตาร์ต 254 เสียง หักลบเสียงประธานและรองประธานสภาฯ 3 คน บวก 2 พรรคเล็กที่ชิ่งไปเป็นฝ่ายค้านอิสระมาถึงกรณี พ.ต.ท.ไวพจน์ล่าสุด เสียงฝ่ายรัฐบาลวูบลงมาเหลือไม่ถึง 250 เสียงและอาจเข้าเนื้ออีก 3 เสียงในอนาคต หากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับฟ้องคดีทุจริตสนามฟุตซอลที่มี 3 ส.ส.พลังประชารัฐเป็นจำเลยช่องว่างคะแนนส่อเค้าลงมาคู่คี่กับฝ่ายค้านที่มีทุนเดิมอยู่ที่ 246 เสียงเรือเหล็กโคลงเคลงมากขึ้น สารพัดคลื่นลมกระหน่ำใส่ “บิ๊กตู่” จนโรคเครียดถามหาปัญหาต่างๆรุมเร้าเข้ามาให้แก้อย่างต่อเนื่อง ยังไม่นับรวมโจทย์เก่าเรื้อรังที่แก้ไม่ตกอย่างเรื่องเศรษฐกิจ ตามที่ 2 โพลดังให้คะแนนรัฐบาลสอบตกในการแก้ปัญหาหรือโจทย์ใหม่ที่กำลังตั้งเค้าให้ปวดหัวคือ การแก้รัฐธรรมนูญที่ทั้งฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลผนึกกำลังยื่นญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญส่งสัญญาณให้รัฐบาลเหยียบคันเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ สวนกับท่าทีฝั่ง “บิ๊กตู่” ที่อยากแตะเบรกไว้ก่อนอนาคตรัฐบาลเรือเหล็กชักน่าห่วง มีโจทย์ให้ตามแก้เยอะขึ้นเรื่อยๆในห้วงที่เสียงกำลังแกว่ง เผชิญมรสุมที่นั่ง ส.ส.หดหายได้เวลาวัดใจลูกเรือพรรคร่วมรัฐบาลที่เหลือยังเต็มใจลงเรือลำเดียวกันต่อไปหรือไม่!!!ทีมข่าวการเมือง