เงื่อนลึกปมลับประเด็น “ที่ดิน” ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตยาวนาน...มาถึงปี 2537 หากยังพอจำกันได้ ยุคชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี และสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกิน เข้าทำประโยชน์ในที่ดินกลายเป็นประเด็นถูกกล่าวหาว่า จัดสรรที่ดินให้กับ “นายทุน” บางคนที่ไม่ใช่เกษตรกร ที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้ว ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต แต่กลับได้รับที่ดินครั้งนั้น อ้างสิทธิ์ว่า “ต้นตระกูล” เป็นเกษตรกร สามารถเข้ามารับประโยชน์ได้ สิ่งสำคัญได้รับที่ดิน ส.ป.ก. sea view ภูเก็ต สามารถมองเห็นวิวทะเลล้อมรอบแบบ 360 องศากระทั่งมีเรื่องของที่ดิน ส.ค.1 หรือหนังสือสิทธิครอบครองที่ดิน ในพื้นที่บางแห่งนำมาออกเป็น น.ส.3 และ น.ส.3 ก. จนเป็น “โฉนดที่ดิน” ในพื้นที่บนเชิงเขา หรือเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงมีการนำ ส.ค.1 ที่เคยออกเอกสารสิทธิแล้ว และเสมือนรู้เห็นกับเจ้าหน้าที่? นำกลับมาหมุนเวียนออกโฉนดที่ดินซ้ำ สวมสิทธิ์บนที่ดินแปลงอื่น ที่เรียกกันว่า “ส.ค.1 บิน และ ส.ค.1 บวม...”นับเป็นจุดเริ่มต้น “จุดประเด็น” ในการตรวจสอบเอกสารสิทธิ ครอบครองที่ดินในพื้นที่ จ.ภูเก็ต นำมาสู่การตรวจสอบกระบวนการออก ส.ค.1 ที่กลายร่างมาเป็น “โฉนดที่ดิน” ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีการทำงานกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่กลุ่มนายทุน และเจ้าหน้าที่บางคน จนมีคน ถูกดำเนินคดี ในการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบนักธุรกิจผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงอสังหาฯ จ.ภูเก็ต ให้ข้อมูลว่า ยุคแรกๆ การออกเอกสารสิทธิที่ดิน ยังไม่ทันสมัยใช้วิธีเดินสำรวจที่ดิน มีเจ้าหน้าที่ที่ดินและฝ่ายปกครอง อาทิ เจ้าหน้าที่จังหวัด หรือหน่วยงานท้องถิ่น ออกเดินสำรวจที่ดินร่วมกัน ก่อนที่ต้องมีความเห็นร่วมกัน และเป็นผู้เซ็นชื่อรับรองออกเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินให้กับเกษตรกรกลายเป็นช่องโหว่กระบวนการออกเอกสารสิทธิจาก ส.ค.1 เปลี่ยนเป็น น.ส.3 ก. และยื่นเปลี่ยนเป็น น.ส.3 สุดท้ายเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน ได้ไม่ยาก ส่งผลให้แปลงที่ดินมีมูลค่าเพิ่ม และสามารถจำนองกับสถาบันการเงินหรือจำหน่ายจ่ายโอนได้... ต้องยอมรับว่า...สมัยนั้นไม่มีหน่วยงานทำหน้าที่ตรวจสอบการกระทำผิดเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอิทธิพลมากเท่ากับยุคนี้ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำให้กระบวนการตรวจสอบไม่เข้มงวดปัจจุบัน...ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต มีที่ดิน “ส.ค.1 บิน และ ส.ค.1 บวม” มากมาย หากอธิบายเรื่อง ส.ค.1 บิน ก็คือ...การอนุญาตให้ออกในพื้นที่ที่มีการเข้าทำประโยชน์ แต่มีการขอ ส.ค.1 พื้นที่ทั้งที่ไม่ได้มีการเข้าทำประโยชน์ อีกทั้งยังมี...ส.ค.1 บวม คือ การออกเกินกว่าขอบเขตตามหลักฐานเดิม หรือเขียนเพิ่มเนื้อที่ดินกันเอง“ส.ค.1 บิน และ ส.ค.1 บวม ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ที่เป็นปัญหาการออกเอกสารสิทธิ นำกลับมาหมุนเวียนออกที่ดินซ้ำสวมสิทธิ์บนที่ดินแปลงอื่น บางแห่งออกเป็นโฉนดแล้วด้วยซ้ำ และไม่สามารถตรวจสอบเอกสารต้นขั้วในสารบบได้ เพราะหลายปีก่อนหน้านี้ห้องเก็บเอกสารที่ดิน จ.ภูเก็ต เกิดเพลิงไหม้” นักธุรกิจภูเก็ตว่าตอนนี้มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน รอการพิสูจน์เพิกถอนมากมาย ทั้งการออกเอกสารสิทธิในทะเล ออกเอกสารสิทธิในที่ดินเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และออกเอกสารสิทธิทับพื้นที่ชายหาด...เคยมีแผนปฏิรูปตั้งแต่ยุคทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่หน่วยงานรัฐไม่ค่อยมีแรงขับเคลื่อนเท่าที่ควร เพราะที่ดินบางแห่งออกโดยมิชอบนั้น มีกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ครอบครองอยู่ เกรงจะถูกฟ้องกลับดำเนินคดี...น่าสนใจว่าปัญหา...ที่ดิน จ.ภูเก็ต ไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องที่ดินบนเขา หรือที่ดินติดชายหาดทะเลเท่านั้น หากแต่ยังมีที่ดินเหมืองแร่ดีบุก เพราะพื้นที่นี้มีทะเลล้อม ในใต้ทะเลและบนพื้นดินมีขุมทรัพย์ “แร่ดีบุกมหาศาล” ทำให้ยุคก่อนนี้มีการทำแร่ดีบุกใต้ท้องทะเล และขุดเจาะทำเหมืองแร่บนดินในอดีต...การทำเหมืองแร่นั้น “ภาครัฐ” จะต้องเปิดให้เอกชนเข้าทำประโยชน์ ที่เรียกกันว่า “สัมปทานบัตรเหมืองแร่” แต่เมื่อหมดอายุสัมปทานบัตรแล้ว กลับไม่คืนเอกสารสิทธิสัมปทานบัตรเหมืองแร่ ทำให้สิทธิครอบครองยังคงเดิม มีบางแห่งชาวบ้านเข้าใจผิดว่า เป็นที่ดินว่างเปล่าทิ้งร้าง เข้าไปอาศัยมานานเกือบ 10 ปี และต้องถูกนายทุนฟ้องเรียกค่าเสียหายการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้นถึงตรงนี้ต้องยอมรับว่า...การเจริญเติบโตของ จ.ภูเก็ต มาจากภาค การท่องเที่ยว สามารถทำรายได้ให้กับประเทศมากที่สุดอยู่ในอันดับสอง ที่รองจากกรุงเทพฯที่ถูกเรียกว่า “ห้องรับแขกโลก” รัฐบาลมีการเสริม ทั้งด้านสาธารณูปโภค ทางลอด รถไฟรางเบา ขยายสนามบิน และอื่นๆ อีกมากมายทำให้นักธุรกิจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาลงทุนกันมากมาย มีผลให้ที่ดินในพื้นที่ จ.ภูเก็ตเติบโตเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะพื้นที่ติดกับชายทะเล อาทิ ต.ป่าตอง ต.กะทู้ อ.กะทู้ หาดกะตะ กะรน อ.เมืองภูเก็ต มีราคาซื้อขายเริ่มต้น 200 ล้านบาทต่อไร่ ถ้าเป็นที่ดินบนเขา หรือที่ดินทั่วไปเริ่มต้น 50 ล้านต่อไร่ขณะที่หากสำนักงานที่ดินตีประเมินราคาเริ่มต้นไร่ละ 1 ล้านบาทแต่ทั้งนี้...ทั้งนั้น...ราคาซื้อขายที่ดิน ต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ซื้อมากกว่า ไม่สามารถกำหนดซื้อขายที่ดินแบบตายตัวหรือมีบรรทัดฐานได้ เพราะมีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเป็นตัวกลาง ปั่นราคาสูงขึ้นหลายเท่าอยู่ตลอดเวลา...ประเด็นสำคัญ...นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนโครงการขนาดใหญ่ มักผ่าน “บริษัทเอเจนซี” จัดหาที่ดินที่ต้องการขาย ใน จ.ภูเก็ต มีการตรวจสอบ “โฉนด” ออกถูกต้อง แต่ความจริง...โฉนดบางแห่งนี้มีขั้นตอนการออกโดยมิชอบมาตั้งแต่ต้น...เคราะห์ร้ายมาตกอยู่กับนักลงทุน ที่มั่นใจว่าซื้อมาโดยชอบตามกฎหมายแล้ว...สาเหตุเพราะ “โฉนดถูกปลอม” มาตั้งแต่แรก หมายความว่า... ในพื้นที่บางแห่งไม่สามารถออก ส.ค.1 ได้ แต่กลับมีวิธีออกมาได้ ด้วยการใช้วิธีออกเป็น ส.ค.1 บิน และนำมาฟอกให้บริสุทธิ์ด้วยการออกเป็น น.ส.3 และออกเป็นโฉนด ถือว่าเป็นการออกเอกสารไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกแล้วย้ำว่าที่ดิน จ.ภูเก็ต มีทั้งเขตป่า เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตทะเล เป็นปัญหาคาราคาซัง มาตั้งแต่ 40 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาตรวจสอบ เพื่อคลี่คลายปม เพราะถูกซ้อนทับไว้ใต้พรมมานาน เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย นำทรัพย์สินของแผ่นดินกลับคืนมาจากมือนายทุนหัวใส...ล่าสุดโรงแรมริมหาดในยาง เขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ถูกดีเอสไอ เข้าตรวจสอบและอายัดไว้ เพราะการออกเอกสารสิทธิที่ออกโดยไม่ชอบหากย้อนอดีต...นักท่องเที่ยวกลุ่มแรก ที่เข้ามาทำธุรกิจภาคท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต คือเกาหลีเหนือ จากนั้นมีการถอนกำลังกลับประเทศ กลุ่มที่สอง...นักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่มีสายการบินตรงถึงประเทศไทย และประมาณ 3-4 ปี ที่ผ่านมากลายมาเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จนเกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวชาวจีน ล่มกลางทะเล มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทำให้ตั้งแต่ปี 2561-2562 สถานการณ์ท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต มีความซบเซามาก เพราะนักท่องเที่ยวชาวจีน ถือว่าเป็นกลุ่มหลัก ถอนกำลังมุ่งไปยัง “ดานัง” ประเทศเวียดนาม ด้วยค่าเงิน ค่าครองชีพ และที่ดินถูก แถมยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามใกล้เคียงกับ จ.ภูเก็ต ประเทศไทยบริษัทยักษ์ใหญ่ชาวจีนย้ายไปตั้งฐานในเวียดนามมากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวจีนมีกำลังใช้จ่ายมุ่งตามไปด้วย ส่วนระดับล่างก็มุ่งมายังประเทศไทยแทน สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเศรษฐกิจโลก และรัฐบาล ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเมืองหลัก แต่มีการเชิดชูเมืองรองขึ้นมา รวมถึงเหตุการณ์เรือจีนล่มกลางทะเลนี้ด้วย...“สิทธิ” ครอบครอง “ที่ดิน” ถูกออกโดยมิชอบมาตั้งแต่แรกกลายเป็นปัญหาบางพื้นที่เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ออกเอกสารสิทธิ ถูกต้องตามกฎหมาย...ฝากเตือนไว้ใครที่จะเข้าไปลงทุน...ควรต้องศึกษา ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพราะอาจต้องจ่ายค่าโง่ด้วยเงินก้อนโต.