เป็นมิติการเมืองในระบบเลือกตั้งที่ต้องใช้สภาเป็นเวทีเพื่อแก้ไขปัญหา ญัตติ ม.157 ที่ฝ่ายค้านเสนอคงได้ฤกษ์ว่ากันเป็นเรื่องเป็นราวเสียที เชื่อ นายกฯลุงตู่คงพร้อมที่จะเข้าสภา เพื่อชี้แจงข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้คงเป็นวิถีการเมืองเรื่องของสภาที่จะต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศพูดง่ายๆเป็นเวทีถกเถียงที่เชื่อว่าดีกว่าสู้กันบนถนนเมื่อเป็นเช่นนี้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภาจึงต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันรวมถึงการแสดงกิริยา มารยาท พูดจา อภิปราย จึงต้องพึงแสดงถึงวุฒิภาวะในการแสดงบทบาทด้วยเพราะเป็นเวทีที่ประชาชนในฐานะผู้หย่อนบัตรเลือกให้เป็นตัวแทน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ชาติบ้านเมืองนับแต่เปิดสภาสมัยสามัญครั้งแรก หลังจากปิดเกมไปนานหลายปี ล่าสุดก็จะปิดสมัยประชุมในอีกไม่กี่วันคือ 18 ก.ย.62เพื่อให้บรรดา ส.ส.ได้พักสมองกันบ้าง อีกทั้งต้องการให้ไปเยี่ยมเยียนประชาชน เพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบหาคะแนนเสียงกันไปแต่ก่อนที่จะปิดสภามีประเด็นที่ได้รับความสนใจกันมากคือญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ ซึ่งฝ่ายค้านได้ยื่นให้ประธานสภาผู้แทนฯ บรรจุในวาระการประชุมประธานสภาผู้แทนฯ “ชวน หลีกภัย” ระบุว่าจะบรรจุในวาระก่อนปิดประชุมสภานั่นก็คือต้องดำเนินการก่อนวันที่ 18 ก.ย.62ประเด็นก็คือญัตติของฝ่ายค้านนั้นมุ่งไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ดังนั้นจึงควรที่จะต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจมีอยู่ 2 เรื่องที่อยู่ในญัตติตาม ม.1571.การถวายสัตย์ที่ไม่ครบถ้วน2. ต้องตอบคำถามว่างบประมาณที่รัฐบาลประกาศใช้นั้นทำไมไม่มีตัวเลขจำนวนเงินที่จะนำไปใช้และจะเอางบมาจากไหนทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นกติกาใหม่ในรัฐธรรมนูญปี 60ว่าไปแล้วในเรื่องที่ 2 นั้นคงว่ากันไปตามเทคนิคที่จะต้องมีข้อมูลและความเป็นไปเพื่อชี้แจง คงไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใดแต่เรื่องที่ 1 นั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา อยู่ที่ว่าจะชี้แจงทำความเข้าใจกันอย่างไรปัญหาที่ผ่านมานั้นคือฝ่ายค้านพยายามที่จะตั้งกระทู้ถามมา 2 ครั้ง แต่เนื่องจากนายกฯอ้างว่า “ไม่ว่าง”จึงถูกมองกันว่าเป็นวิธี “หลบมุม” ไม่ยอมมาชี้แจงล่าสุดประธานสภาผู้แทนฯได้ทำหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาล เพื่อให้รับทราบและตกลงกันว่าจะเอาวันนั้นดีและเหมาะสมพูดตรงไปตรงมาก็คือนายกฯจะต้องมาชี้แจงเพื่อทำหน้าที่ตัวเองมีการกำหนดคร่าวๆว่าน่าจะเป็นศุกร์ที่ 6 ก.ย.62 ให้เวลา 1 วัน และอาจจะมีการประชุม “ลับ” เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนการขับเคลื่อนอย่างนี้จึงเป็นปมที่นายกฯลุงตู่คงยากที่จะหลบเลี่ยงได้ เพราะเป็นเรื่องของการ “ทำหน้าที่”ไปก็จบเรื่อง ไม่ไปก็จะเจออีกหลายเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเชื่อว่านายกฯจะเดินไปทางประชุมและชี้แจงเรื่องนี้เพื่อจะได้ไม่ต้อง “แบกหนัก” จน “หลังแอ่น” มาพอสมควรนี่เป็นการแสดงตัวตนในฐานะนักการเมืองในระบบเลือกตั้ง!!!“ลิขิต จงสกุล”