ผมเขียนถึง ประเทศฟินแลนด์ บ่อยมาก การจัดอันดับ “คุณภาพระดับโลก” ทุกปี ฟินแลนด์ ก็คว้าตำแหน่ง อันดับ 1 ไปครองแทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะ การศึกษาดีที่สุดในโลก ประชาชนมีความสุขที่สุดในโลก เมื่อต้นเดือนนี้ผมไปสัมผัส ฟินแลนด์ มาอีกครั้งกับ ประธานและซีอีโอในเครือ ปตท. เชิญสื่ออาวุโสไปร่วมสัมผัส 3 ประเทศในกลุ่มนอร์ดิก แต่ผมไปได้เพียง ฟินแลนด์ ประเทศเดียว ต้องบินกลับก่อนผมเคยเขียนแนะนำรัฐบาลไทยไปหลายครั้ง คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน สำคัญกว่าตัวเลขการเติบโตของจีดีพี ที่ทุกรัฐบาลใช้โชว์ความเก่งไป ฟินแลนด์ ครั้งนี้ ผมก็ได้คำตอบมายืนยันอีกครั้ง จีดีพีที่เติบโตสูงลิ่ว ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีความสุขเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามกลับทุกข์หนักยิ่งขึ้น มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากขึ้น คนยากจนจึงเต็มบ้านเต็มเมือง ปี 2561 จีดีพีฟินแลนด์เติบโตเพียงร้อยละ 1.9 ขณะที่ จีดีพีไทยเติบโตร้อยละ 4.1 โตกว่าถึงสองเท่าตัว แต่ ฟินแลนด์ กลับเป็น ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก สุขกว่าทุกประเทศในกลุ่มนอร์ดิกด้วยกัน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ตามมาเป็นอันดับ 2–3–4 ของไทยไม่ต้องไปเทียบเลยการไป ฟินแลนด์ ครั้งนี้ ปตท. จัดให้พบกับผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวงกิจการเศรษฐกิจและการจ้างงาน (Ministry of Economics Affair and Employment) กระทรวงเดียวเอาอยู่ ไม่ต้องแบ่งเป็น 3-4 กระทรวง เพื่อแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีเหมือนประเทศไทยมร. Pekka รองผู้อำนวยการในกระทรวงฯเปิดเผยว่า หน้าที่หลักของกระทรวง คือ การสร้างพื้นฐานทุกด้านให้อุตสาหกรรมและภาคเอกชนสามารถแข่งขันได้ รัฐบาลฟินแลนด์ใช้ “จุดแข็งของประเทศ” คือ “คุณภาพคน” หรือ “คนที่มีคุณภาพ” มาเป็นแกนการสร้างความเติบโตของประเทศไปสู่นานาประเทศ รวมทั้ง การสร้างความสุขให้กับประชาชน เพื่อ ตอบแทนให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตในระดับสูง ถ้าคนในรัฐบาลไทยคิดได้อย่างนี้บ้าง ผมว่าประเทศไทยก้าวหน้าไปไกลกว่าปัจจุบันหลายเท่าผมฟังแล้วได้แต่ชื่นชม รัฐบาลฟินแลนด์ เป็นอย่างยิ่ง แม้ ฟินแลนด์ จะมี รัฐบาลผสม เหมือนไทย แต่คุณภาพความคิดและจิตใจของคนในรัฐบาลฟินแลนด์ ต้องเรียกว่า “สูงขั้นเทพ” คือ สามารถตัดผลประโยชน์ส่วนตัวออกไปได้ แล้วยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีความสุขเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตในระดับสูง เมื่อประชาชนมีความสุข ประเทศก็มีความสุข ไม่ใช่รวยกระจุก แต่จนกระจายอย่างไทยทุกวันนี้ ชาวฟินแลนด์มีสิทธิเสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิตตามที่ปรารถนา โดยสะท้อนผ่านหอสมุดกลาง Helsinki Central Library ชื่อ Oodi เปิดกว้างรับคนทุกเพศวัย เด็กเล็ก คนข้ามเพศ ผู้สูงวัย คนพิการ ห้องน้ำในหอสมุดก็ไม่มีการแยกเพศ หญิง–ชาย ผู้หญิง ผู้ชาย คนสองเพศ ต่างก็ใช้ห้องน้ำร่วมกัน ผมเข้าไปตอนแรกยังตกใจอีกปัจจัยที่ ทำให้ชาวฟินแลนด์มีความสุขกันมาก คือ ภาครัฐไม่มีการคอร์รัปชันทุกระดับชั้น ไม่ยึดเอากระทรวงรัฐวิสาหกิจเป็นของส่วนตัว ฟินแลนด์ใช้เทคโนโลยีระดับสูงบริหารประเทศ จึงทำให้มีประสิทธิภาพสูง ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เมื่อรัฐบาลไม่คอร์รัปชัน รายได้ประชาชนต่อหัวก็สูงขึ้น ไม่ถูกนักการเมืองขโมยเอาไป ทำให้ ชาวฟินแลนด์เป็นคนที่มีเมตตาระดับสูง เกือบครึ่งหนึ่งของชาวฟินแลนด์บริจาคเงินเพื่อการกุศลทุกปี ทุก 1 ใน 3 ชาวฟินแลนด์อุทิศตนทำงานเพื่อการกุศลทุกเดือน เพื่อแบ่งปันความสุขสู่สังคมสิ่งหนึ่งที่ รัฐบาลฟินแลนด์ ทุ่มเทอย่างมากก็คือ การส่งเสริมงานวิจัยเพื่อลดต้นทุนพลังงานให้มากที่สุด โดยให้เงินสนับสนุนการวิจัยปีละ 500 ล้านยูโร 17,500 ล้านบาท เมื่อต้นทุนพลังงานถูกลงต้นทุนทุกอย่างก็ถูกลง ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนก็ลดลง คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น ประชาชนก็มีความสุขมากขึ้น ไปดู ฟินแลนด์ แล้วก็รู้สึกว่า ไม่มีอะไรยากที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข ขอเพียง “มีรัฐบาลที่ซื่อสัตย์” เท่านั้นเอง.“ลม เปลี่ยนทิศ”