นับตั้งแต่ปี 2558 ปลาทูในทะเลอ่าวไทยมีแนวโน้มลดลง จากเดิมเคยจับได้ 1.2 แสนตันต่อปี เหลืออยู่เพียง 1.1 หมื่นตันต่อปี และปลาทูที่ถูกจับมาได้นั้น มีบางส่วนนำออกมาขายตามท้องตลาด กลับมีขนาดเล็กอย่างต่อเนื่องอาจเพราะผู้บริโภคมีความต้องการมากกว่า “ศักยภาพการขยายพันธุ์” ประกอบการ “เครื่องมือทำประมง” ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ ในการจับสัตว์น้ำสูงมากกว่าอดีต ทำให้พ่อแม่พันธุ์ถูกจับมาเป็นจำนวนมากแม้มีมาตรการอนุรักษ์หรือปิดอ่าวไทยในช่วงปลาทูวางไข่...ก็ยังไม่ได้ผล กลายเป็นข้อกังวลถึงสถานการณ์ปลาทูไทยกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ...ที่มีโอกาสสูญหายจากทะเลอ่าวไทยในอนาคตอันใกล้นี้เรื่องปลาทูไทยวิกฤติถึงขั้นไหนนั้น อรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมง ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์จับปลาทูฝั่งทะเลอ่าวไทยมีแนวโน้มลดลงจากอดีตมาก...หากเปรียบเทียบกับในปี 2557 ที่มีการจับปลาทูได้ 128,835 ตัน จากเครื่องมือประมงหลักอวนล้อม ร้อยละ 75.6 อวนลอยปลาทู ร้อยละ 18.6 และอวนลาก ร้อยละ 4.9น่าสนใจว่าตั้งแต่ปี 2558-2561 ปริมาณการจับปลาทูมีแนวโน้มลดลงในปี 2558 สามารถจับได้ 48,522 ตัน และในปี 2561 จับได้ 11,290 ตัน และในปี 2562 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-เม.ย. มีปริมาณจับปลาทูได้ 4,550.9 ตันหากมองถึงด้านฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่ปี 2552-2561 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ พบว่า ชาวประมงใช้อวนล้อมจับ ร้อยละ 48.48 อวนติดตา ร้อยละ 35.18 และอวนครอบปลากะตัก ร้อยละ 7.71 ส่วนที่เหลือเป็นเครื่องมืออื่น ร้อยละ 8.63 ในปี 2552 จับปลาทูได้ปริมาณ 33,823 ตัน ในปี 2553 จับได้ 35,536 ตันกระทั่งในปี 2554–2558 “ปลาทู” เริ่มลดลง ในระดับ 18,094 -11,847 ตัน และต่ำสุดในปี 2560 อยู่ที่ 3,604 ตัน แต่ก็กลับเพิ่มขึ้นในปี 2561 อยู่ที่ 9,171 ตัน ในปี 2562 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-เม.ย. จับปลาทูได้ 3,153 ตันตามที่เคยศึกษาพฤติกรรม “ปลาทู” มักอาศัยรวมกันเป็นฝูง ในน่านน้ำทะเลเปิด ได้แก่ อินเดีย แปซิฟิก อ่าวไทย ทะเลอันดามัน ทะเลจีนใต้ และทะเลญี่ปุ่น อาศัยใกล้ฝั่งมีสภาพน้ำลึกไม่เกิน 30 เมตร หากินตอนกลางคืน พวกลูกปลาสัตว์ แพลงก์ตอนพืช และสัตว์มีการวางไข่มาก ในช่วงเดือน ก.พ.-พ.ค.ทุกปีเริ่มสืบพันธุ์วางไข่ได้ที่ร้อยละ 50 มีความยาว 16.5 เซนติเมตร ในปลาทู 1 ตัว วางไข่ครั้งละประมาณ 2 แสนฟอง ลักษณะไข่ลอย และพ่อแม่พันธุ์จะปล่อยลูกปลาตามธรรมชาติ ไม่มีการดูแล ทำให้อัตราการตายค่อนข้างสูง ถ้าการรอดตายโตมีขนาด 4 เซนติเมตร ถือว่าเป็นขนาดเริ่มเข้าข่ายถูกจับจากการทำประมงแล้วนั่นหมายความว่า ปลาทู 1 ตัว วางไข่แล้ว จะมีลูกปลาเหลือหลุดรอดเป็นสัตว์น้ำรุ่นใหม่ทดแทนในแหล่งประมง มีเพียงประมาณ 20 ตัว...ทว่า...ในทะเลไทยมีปลาทูอาศัยฝั่งทะเลอันดามันร้อยละ 20 และอ่าวไทยร้อยละ 80 ที่มีกลุ่มปลาทู 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก...เคลื่อนย้ายระหว่างอ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยฝั่งตะวันตกตอนบน จนถึงอ่าวไทยตอนใต้กลุ่มที่สอง...เป็นปลาทูเคลื่อนย้ายไปมาชายฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย และน่านน้ำกัมพูชา กลุ่มที่สาม...เป็นกลุ่มปลาทูในอ่าวไทยตอนใต้สันนิษฐานว่าบางส่วนเคลื่อนย้ายมาจากอ่าวไทยตอนกลาง และบางส่วนมาจากน่านน้ำมาเลเซีย ทำให้เห็นว่าปลาทูมีการเคลื่อนย้ายอยู่ตลอด และเป็นปลาประจำทะเลแปซิฟิกทว่า...การสูญพันธุ์ถือว่าเป็นไปได้ยาก แต่มีโอกาสลดน้อยลงที่เกิดขึ้นมานับตั้งแต่ปี 2558 ถึงปี 2561 ปลาทูลดจำนวนลงอย่างมาก หากเปรียบเทียบกับในอดีตด้วยมีสาเหตุมาจาก 2 เรื่อง เรื่องที่หนึ่ง...เกิดจากสภาวะทรัพยากรแวดล้อมธรรมชาติและสัตว์น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา...อย่างไม่เหมาะสม ใน เรื่องที่สอง...มีการทำประมงเกินกว่าอัตราการผลิตของธรรมชาติ ในแต่ละปีมีลูกปลาทูเกิดขึ้น และอาศัยอยู่ในแนวชายฝั่ง ที่ถูกจับขึ้นมาเป็นจำนวนมาก“เพราะความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะระยะหลังมานี้ มีเรือประมงใช้เครื่องมือบางชนิด ที่มีประสิทธิภาพสูงเข้าทำการประมงในพื้นที่อรุณชัย ให้ข้อมูลต่อว่า ที่ผ่านมามีการสำรวจศึกษาวงจรชีวิตปลาทูในอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาเป็นแนวทางกำหนดพื้นที่อ่าวไทย หรือมาตรการครอบคลุม 34,080 ตารางกิโลเมตร และเครื่องมืออนุญาตทำการประมง ให้สอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทู ในการช่วยฟื้นฟูทรัพยากรให้กลับฟื้นคืนมานำมาสู่มาตรการ “ปิดอ่าวไทย” ที่ดำเนินมากว่า 60 ปี และปรับเปลี่ยนทุกยุคสมัยตามวงจรชีวิตปลาทูเคลื่อนตัวอาศัยในพื้นที่นั้น ลักษณะปิดบางส่วน...บางที่...บางเวลา และห้ามบางเครื่องมือเริ่มปิดอ่าวไทยตอนกลาง ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.-15 พ.ค.ของทุกปี ควบคุมพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี และปิดอ่าวต่อที่เขตพื้นที่พิเศษ 7 ไมล์ทะเล ในวันที่ 16 พ.ค.-14 มิ.ย. รวมถึงพื้นที่อ่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพราะปลาทูมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัววัยอ่อน ให้มีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทยตอนในอีกทั้งมีการปิดอ่าวไทยตอนในหรืออ่าวไทย “ตัว ก” ควบคุมพื้นที่ 8 จังหวัด แบ่งออก 2 ช่วง คือ ช่วงที่หนึ่ง...วันที่ 15 มิ.ย.-15 ส.ค.ของทุกปี ในพื้นที่จับสัตว์น้ำอ่าวไทยตอนใน ฝั่งตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร เริ่มจาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสุดที่ อ.เมืองสมุทรสาครช่วงนี้เรียกว่า ช่วงปลาสาว ขนาดเฉลี่ย 13–14 เซนติเมตร ยังไม่สามารถสืบพันธุ์วางไข่ได้ช่วงที่สอง...วันที่ 1 ส.ค.- 30 ก.ย.ทุกปี พื้นที่อ่าวไทยตอนในด้านเหนือ บางส่วน จ.สมุทรสาคร กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และ ชลบุรี เริ่ม อ.เมืองสมุทรสาคร และสิ้นสุด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ช่วงนี้ปลาทูมีขนาดเฉลี่ย 16-18 เซนติเมตร ถือว่าแม่ปลาพร้อมผสมพันธุ์ ที่จะกลับลงไปวางไข่ในอ่าวไทยตอนกลางแต่ด้วยยุคนี้...เครื่องมือการจับสัตว์น้ำมีความทันสมัยกว่าอดีต ที่มีประสิทธิภาพการจับสัตว์น้ำสูง โดยเฉพาะอวนล้อม ใช้แสงไฟเข้ามาช่วยหลอกปลามาตอมไฟ ทำให้ปลาทูในวัยช่วงพร้อมผสมพันธุ์กลับไปวางไข่ถูกจับมากขึ้น แต่ละปีจับกุมผู้แหกกฎกระทำผิดกฎหมาย แบ่งเป็น...เรือประมงพาณิชย์ 10 คดี ในคดีเข้าทำประมงเขตทะเลชายฝั่ง และเรือประมงพื้นบ้านไม่ต่ำกว่า 10 คดี ในคดีใช้เครื่องมือต้องห้าม...มีผล...พ่อแม่พันธุ์ปลาทูถูกจับมากมาย ขณะที่การฟื้นฟูจำนวนปลาทูต้องค่อยเป็น...ค่อยไป และตัวเลขของการเพิ่มจำนวน ยังคงไม่พุ่งกระโดดไปได้ หากมีการลักลอบประมงผิดกฎหมายกันอยู่ที่ผ่านมาเรือประมงขนาด 10 ตันกรอส หรือขนาดแรงม้า 280 แรงม้า ต้องขึ้นทะเบียนเรือประมงพาณิชย์ มีอยู่ทั่วประเทศ 10,510 ลำ หากมีเครื่องประมงประสิทธิภาพ เช่น อวนล้อมจับ อวนลาก ต้องติดตั้ง VMSในการควบคุมตรวจจับตำแหน่งเรือ ป้องกันการลักลอบจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย และแจ้งเข้าออกเดินเรือ ไปยังศูนย์ควบคุม PIPO จะเข้าเขตทะเลชายฝั่งต่ำ 1.5-3 ไมล์ทะเล ไม่ได้ ส่วนเรือประมงพื้นบ้าน มี 27,000 ลำ แต่ไม่ควบคุมมาก ยกเว้นปิดอ่าว ขอให้ใช้อวนติดตาไม่ต่ำกว่า 2 นิ้ว และจับปลาต้องห่างจากฝั่งไม่ต่ำกว่า 1,200 เมตรเงื่อนปัญหาสำคัญมีว่า...ตัวเลขการจับปลาทูลดน้อยลงนี้ ทำให้กลุ่มประมงพาณิชย์ และกลุ่มประมงพื้นบ้าน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความกังวลเกรงว่า “ปลาทู” อาจจะสูญพันธุ์หมดไปจากอ่าวไทย และอันดามันสิ่งนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ดี ทุกฝ่ายต่างห่วงใย นำสู่ความร่วมมือกันในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ให้มีปริมาณมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญพันธุ์ หายไปจากทะเลไทย สิ่งสำคัญต้องหยุดบริโภคปลาทูขนาดเล็กตากแห้ง เพราะหาก “ผู้ค้า” ขายได้...มีการบริโภคกัน ย่อมมีผลให้การจับ “ลูกปลา” เพิ่มขึ้นตามไปด้วย“หยุด” ใช้อวนดักจับปลาผิดกฎหมาย...“หยุด” จับพ่อแม่พันธุ์ ก่อนช่วงวางไข่...ไม่ตัดวงจรชีวิตปลา...แค่นี้ “ปลาทู” ก็มีโอกาสขยายเพิ่มอัตราการเกิดใหม่...ไม่เสี่ยงสูญพันธุ์แล้ว...