ชุดสืบสวน 191 ขยายผลบุกทลายเครือข่ายขนยาเสพติดจากภาคเหนือเข้าจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตาม “ใบสั่งนายทุน” ยึดของกลางยาบ้า-ยาไอซ์มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท รวบตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้งทีม 8 ราย ผู้ที่รับจ้างขนลำเลียงจากฝั่งภาคเหนือ เจ้าของบ้านพักเก็บยาพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และคนที่มารับยานำลงพื้นที่ภาคใต้พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. ร่วมแถลงผลจับผู้ต้องหายาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 6,517,800 เม็ด ยาไอซ์ 600 กิโลกรัม เฮโรอีน 44 แท่ง หนัก 15.4 กิโลกรัม เคตามีน 51 กก. รถกระบะ 7 คัน มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทพล.ต.ต.สำราญได้ข้อมูลนักค้ายาเสพติดใน จ.นราธิวาส และ จ.สงขลา จะลงมารับยาเสพติดลอตใหญ่ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพื่อไปส่งมอบให้กับนายทุนในพื้นที่ จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พล.ต.ต.สำราญ ให้ พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ ควบคุมแผนการปฏิบัติและมอบหมายให้ พ.ต.ท.อัครพล โทยะ รอง ผกก.สายตรวจ จัดทีมเฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มคนร้ายนานกว่า 3 เดือน พบข้อมูลนัดส่งมอบยาเสพติดระหว่างวันที่ 10-12 ก.ค. ที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาพอร์โต้ ชิโน่ ริมถนนพระราม 2 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อลำเลียงยาเสพติดส่งต่อไปให้นายทุนใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้คนร้ายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งขับรถกระบะเปล่าขึ้นมาบรรทุกผลไม้เพื่อนำรถผลไม้ไปให้คนร้ายอีกกลุ่มที่รับยาเสพติดจากภาคเหนือมาพักเก็บไว้ที่ กทม.และปริมณฑล ก่อนนำยาเสพติดซุกซ่อนอำพรางในรถขนผลไม้ นำมาสลับกับรถกระบะคนร้ายกลุ่มที่สองที่ขึ้นมาจากภาคใต้มารับช่วงขับรถยาเสพติดไปส่งในพื้นที่ภาคใต้ชุดสืบสวน 191 ที่แกะรอยพบความเคลื่อนไหวกลุ่มคนร้ายชุดแรกใช้รถกระบะเปล่าไปซื้อผลไม้ที่ตลาดไท และพบรถต้องสงสัยของคนร้ายชุดที่สองวิ่งลงมาจากภาคใต้เข้าพักที่โรงแรมย่านปทุมธานี คนร้ายอีกกลุ่มวิ่งไปซื้อตะกร้าผลไม้สำหรับไว้ใส่มะม่วงเพื่อนำมาใช้ซุกซ่อนอำพรางยาเสพติดที่บ้านพักที่ใช้พักยาพื้นที่ จ.สมุทรสาครวันที่ 12 ก.ค. รถกระบะโตโยต้าทะเบียน 2ฒภ 6613 กรุงเทพมหานคร บรรทุกตะกร้าผลไม้ที่ซุกซ่อนยาเสพติดมาจอดที่ร้านแมคโดนัลด์ มี นายสุรธี หรือทีม สุรรัตน์ อายุ 27 ปี และ นายพลรัตน์ หรือแม็ค จันทร์ศิริ อายุ 22 ปี ขับมาจอดไว้ที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ และ นายไพรัตน์ หรือแจ็ค จั่นสามัญ อายุ 41 ปี ขับรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน กฉ 1075 เพชรบูรณ์ และ นายกิตติศักดิ์ หรือแม๊ค แดงประเสริฐ อายุ 27 ปี ขับรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน 1ฒอ 1414 กรุงเทพมหานคร เป็นผู้คุ้มกันและดูลาดเลา นายมูฮัมมัด หรือมิน พุทธคุณ อายุ 29 ปี นายอนุชา หรือชี บินยูโซะ อายุ 33 ปี ขับรถกระบะเชฟโรเลต ทะเบียน บบ 8943 บุรีรัมย์ มาจอดต่อท้ายเพื่อสับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกผลไม้ที่ซุกซ่อนยาเสพติดที่นายสุรธี และนายพลรัตน์ ขับมาจอด ตำรวจเข้าตรวจค้นพบยาไอซ์ 550 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกระบะด้านท้ายรถ มีผลไม้อำพรางตบตาเจ้าหน้าที่ จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน ส่วนนายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหาอีกคนขับรถกระบะหลบหนีไปได้ชุดสืบสวน 191 ขยายผลค้นที่พักยาเสพติดอยู่ในย่านบางขุนเทียน พล.ต.ต.สำราญนำทีมตำรวจตรวจค้นพบยาไอซ์ 50 กิโลกรัม ยาบ้า 5,619,800 เม็ด เฮโรอีน 44 แท่ง หนัก 15.4 กิโลกรัม เคตามีน 51 กิโลกรัม จับกุมตัว น.ส.จุฑารัตน์ หรือกัน ศิริคุณ อายุ 26 ปี เจ้าของบ้าน สอบสวนขยายผลทราบว่ามี นายชัยทัตร์ หรือนัท พลายแก้ว อายุ 26 ปี หนึ่งในตัวการสำคัญถูกจับได้ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีส่วนนายกิตติศักดิ์ที่ขับรถหลบหนีถูกชุดสืบสวน 191 ตามรวบตัวได้ที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติตัวการนายทุนใหญ่ระดับสั่งการในพื้นที่ภาคใต้เป็นงานสืบสวนจับกุมยาเสพติดใหญ่ของชุดสืบสวน 191 ขยายผลเครือข่ายทั้งขบวนการพล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.บก.สปพ. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “การจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่สั่งให้ทุกหน่วยบูรณาการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล ตำรวจ 191 สืบสวนทราบว่ามีกลุ่มนักค้ายาเสพติดขบวนการใหญ่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดส่งภาคใต้ เฝ้าติดตามพฤติการณ์กว่า 3 เดือน ก่อนมีข้อมูลการนัดส่งและขนยาเสพติดลอตใหญ่จากพื้นที่ กทม.ส่งลงภาคใต้ ใช้รถกระบะไปรับผลไม้ที่ตลาดไทมาอำพรางปิดหัวปิดท้ายรถซุกซ่อนยาเสพติดตบตาเจ้าหน้าที่ จับกุมตัวผู้รับจ้างขนพร้อมยาไอซ์ 550 กิโลกรัม ก่อนที่จะขยายผลค้นบ้านที่ใช้เป็นโกดังพักยาเสพติด ยึดของกลางยาบ้า 5.6 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 50 กิโลกรัม ขณะนี้ทราบตัวการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว มีตัวการใหญ่ที่สั่งขนยาอยู่ในพื้นที่ภาคใต้อยู่ระหว่างขออนุมัติหมายจับกุมตัวการใหญ่ ซึ่งเครือ-ข่ายกลุ่มนี้ทำเป็นระบบมีทีมขนลำเลียงยาเสพติดภาคเหนือมาพักไว้บ้านพักยาย่านสมุทรสาคร ใช้รถขนผลไม้เพื่อขนลำเลียงลอตใหญ่ส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้ มีคนในพื้นที่ภาคใต้ลงมารับยาเสพติด” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า “คดีนี้ต้องชมเชยชุดสืบสวนตำรวจ 191 ที่ใช้ความอดทนในการเฝ้าติดตามสืบสวนคนร้ายขบวนการค้ายาเสพติดกว่า 3 เดือน ก่อนที่จะจับกุมได้ครบเครือข่ายทั้งผู้ขนยา คนขับรถคุ้มกันและบ้านที่เป็นแหล่งพักยาเสพติด ได้สั่งให้ขยายผลไปยังตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ให้ใช้กฎหมายฟอกเงินติดตามยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด ทั้งนี้ตำรวจทุกหน่วยจะเร่งรัดปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง”เห็นผลงานของตำรวจ 191 ยุคนี้ทำงานเป็นทีม สืบสวนแกะรอยติดตามพฤติการณ์กลุ่มนักค้ายาเสพติดรัดกุมมานาน ก่อนวางแผนจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดใหญ่ยกทีม ยึดของกลางยาเสพติดได้จำนวนมากทลายเครือข่าย “ยานรก” ที่ไหลลงพื้นที่ภาคใต้.ทีมข่าวอาชญากรรม