คุณอดุล จันทรศักดิ์ ฝากหนังสือเล่มสวย “คืนวันที่ผันผ่าน” บทกวีของ นิภา บางยี่ขัน (พิมพ์ครั้งที่ 1 สำนักพิมพ์เพลงวรรณ มิ.ย.2562) มาให้ในฐานะบรรณาธิการ “ท่านดุล” เขียนกลอนแนะนำไว้ในหน้าสุดท้าย “แต่ละคำคือทิพย์สุคนธา รจนาราวจะให้หัวใจจำ จำว่าคือ “นิภา ทองถาวร” จำบทกลอนแต่ละวรรคซึ่งหว่านร่ำ”ขึ้นชื่อว่านักกลอนขอให้ได้เล่นบทเสาวรจนีย์ก็ชื่นก็อิ่มเต็มหัวใจไปทุกคำ ทั้งๆที่ความนัยในอดีตกาลยาวนานครั้งหนึ่ง ชื่ออดุล จันทรศักดิ์ เป็นนักกลอนฟากจุฬาฯ ชื่อนิภา บางยี่ขัน อยู่ฟากธรรมศาสตร์เชือดเฉือนฝีปากกันในสมรภูมิกลอนสดคนรักกลอนรุ่นหลัง 2500 ที่ไม่มีสถาบันอย่างผม...เพิ่งมารู้เอาเมื่อ ปิยะพันธ์ จัมปาสุต รวมเล่มกลอน...ไม่กี่ปีมานี่เอง มีเรื่องเบื้องหลังเล่าว่า กลอนธรรมศาสตร์ขึ้นชั้นมหาอำนาจ...ไร้เทียมทาน เอาชนะกลอนจุฬาฯได้เรื่อยมาหลังปีที่ “พี่งู” (อดุล จันทรศักดิ์) เรียนจุฬาฯปี 3 วิ่งมารับ “ปิยะพันธ์” น้องใหม่ ชวนร่วมทีมกลอนสู้ธรรมศาสตร์ ประฝีปากกันแล้ว จุฬาฯก็ยังแพ้ธรรมศาสตร์วิเคราะห์เหตุที่แพ้ ทวีสุข ทองถาวร จบกลอนบาทส่งบาทสุดท้าย...เหมือนวรรคทอง ได้เฉียบคมประทับใจกรรมการตัดสินพี่น้องร่ำเบียร์ฉลองความพ่ายแพ้ แล้วก็จับมือกันประกาศปณิธาน...เราจะไม่แพ้ในสมรภูมิกลอนครั้งต่อไปและอีกหลายๆครั้ง...จุฬาฯพลิกชนะธรรมศาสตร์ ท่าไม้ตายที่ฝ่ายจุฬาฯเพิ่งเอามาคลี่...ก็คือ “ปิยะพันธ์” รับบทมือส่งกลอน...ทันทีที่รู้หัวข้อก็เขียน “บาทจบ” เอาไว้ก่อน...ขนบกลอน 8 หนึ่งบทแบ่งเป็นสี่บาท บาทสดับ บาทรับ บาทรอง บาทส่ง อดุลรับบาทรอง ทำหน้าที่เชื่อมโยงกลอนที่สองเพื่อนประคอง แล้วส่งไปให้ปิยะพันธ์ถ้าเป็นวอลเลย์บอลก็มือชงส่งไปให้มือตบ...นั่นล่ะกระมังความลับของทีมกลอนจุฬาฯ จุดไต้เข้ากลางใจ...ผมเคยส่งกลอนไปคอลัมน์ “กวีศรีสยาม” นิตยสารศรีสยาม ทวีสุข ทองถาวร ลงพิมพ์ให้ราวๆปี 2510-2511 ถึงสี่ชิ้นกลอนชื่อ “บนเกลียวคลื่น” ความเป็นชายสอนให้ไม่รู้ว่าทะเลบ้าฟ้าครางหรือกลางฝนถูกคัดไปตีพิมพ์คู่กับกลอน “ถึงที่นี่มีหางนกยูงอยู่ ไหนจะสู้ชงโคบานลานอักษร” ของคุณประยอม ซองทอง คอลัมน์ กังวานหวานคำ นิตยสารขวัญเรือน...ภูมิใจไม่หายจนถึงวันนี้ 50 ปีแล้วเมื่อรู้ ทวีสุข ทองถาวร คือคู่ชีวิตของนิภา บางยี่ขัน...นี่คือความผูกพันที่ผมรับและนับชื่อ “นิภา” เอาไว้...ในใจ...นักกลอนทะเลเร่ร่อน ไม่กล้า...ในฐานะเพื่อน ห่างชั้นกันมากคำนำหนังสือ นับแต่ประยอม ซองทอง ขรรค์ชัย บุญปาน นรนิติ เศรษฐบุตร วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ พิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล หรือ ชาญชัย ลวิตรังสิมา ถ้าใช้สนามกลอนเป็นจุดร่วมเรียกเพื่อนหลายท่านแยกย้ายไปเติบใหญ่ เป็นต้นไม้ใบหนาให้นกกาอาศัย...หรือปลีกวิเวกบวชเป็นพระ...มีกลอนชื่อ “เพื่อนนิภา” อยู่หลังปกหนังสือ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ลองอ่านกันสักบทหนึ่งเป็นเพื่อนรักเพื่อนรู้เพื่อนคู่เพื่อน เป็นคนเหมือนไกลมากที่อยากใกล้ เป็นคนใกล้คล้ายเคลื่อนว่าเหมือนไกล เป็นเพื่อนผู้รู้ใจประจำมา...นิยาม “เพื่อนนิภา” ลึกซึ้งงดงามปานนี้...คงไม่มีกล้าเรียกตัวเป็นเพื่อนนิภาได้ง่ายๆรสกลอนวันที่ผันผ่านของนิภา บางยี่ขัน เป็นฉันใด...ผมชิมทุกบท...ซึ้งมาก ลำนำแห่งเจ้าพระยา และบทชื่อ ครู คนรักกลอนอื่น จะรักมากน้อยแค่ไหน ควรไปหาอ่านกันเอง.กิเลน ประลองเชิง