น้ำท่วมและภัยแล้งเป็นวาระด่วนของรัฐบาลชุดใหม่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯให้ความสำคัญ ล่าสุดนายกฯได้ลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลายจุดในเขตบางเขน พื้นที่ กทม. รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงสุดที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยในส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีโครงการแก้ปัญหาเรื่องการระบายน้ำต่างๆมากมาย ทั้งระบบธนาคารน้ำใต้ดิน เสมือนแก้มลิงกักเก็บน้ำ ระบบท่อระบายน้ำแบบ Pipe Joking ที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะที่ผ่านมาพอเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ในพื้นที่เมืองหลวงของประเทศไทยมักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังบนท้องถนนหลายพื้นที่ทุกครั้งทาง กทม.จะอ้างสาเหตุต่างๆ ทั้งปริมาณฝน หรือข้อติดขัดจากระบบระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขยะอุดตันท่อระบายน้ำ กรณีไฟฟ้าดับที่ส่งผลต่อเครื่องสูบน้ำ รวมถึงเรื่องของการระบายน้ำไปสู่อุโมงค์ยักษ์ที่สร้างขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ กทม.ยังแก้ไม่ตก จนนายกฯต้องลงไปตรวจการสั่งการเองทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาในอันดับต้นๆ โดยในยุครัฐบาล คสช.ได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ทำหน้าที่วางแผนแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ ภายใต้การกำกับโดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแต่เนื่องจากเป็นการตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ ทำให้การทำงานที่ผ่านมาไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เพราะต้องบริหารจัดการองค์กรที่ดึงหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกัน ต้องวางกรอบการทำงาน กำหนดแผนงานโครงการ ปรับแก้กฎหมาย รวมถึงการกำหนดแผนใช้งบประมาณ ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง ระยะปลายโดยเมื่อต้นปี 2562 นายสมเกียรติ ประจำวงศ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ระบุว่า ได้จัดทำแผนขับเคลื่อนแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เป็นแผนงานโครงการในปี 2562–2565 เพื่อแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วม–น้ำแล้ง–น้ำเค็มรุกล้ำ จำนวนทั้งหมด 112 โครงการ ใช้งบประมาณ 3.3 แสนล้านบาทจะเห็นได้ว่าวันนี้ทั้งเรื่องหน่วยงาน โรดแม็ปแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาน้ำเป็นรูปเป็นร่าง ทยอยเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการระดับชาติ ว่าด้วยเรื่องน้ำ รวมไปถึงคณะรัฐมนตรี จากนี้ไปจึงต้องรอผลการปฏิบัติงานจะเป็นรูปธรรมมากน้อยเพียงใดกับปัญหาน้ำของประเทศไทย จะไม่แล้ง–ท่วมซ้ำซากได้หรือไม่.