ตะครุบตัวได้แล้ว 2 มือปืนทมิฬ หลังไล่ยิงถล่มคู่อริที่เขม่นกันในผับดัง ทำให้รถกระบะวัยรุ่นเสียหลักพุ่งเสยเสาไฟฟ้า ใกล้วงเวียนหอนาฬิกา กลางเมืองบ้านโป่ง คนในรถตาย 1 ศพ เจ็บสาหัส 4 ราย คนร้ายอ้างทำไปด้วยความคึกคะนองและต้องการโชว์เพื่อน ทั้งที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับกลุ่มผู้ตายโดยตรง หนีกบดานภาคใต้แต่ไม่รอดโดนตำรวจพลิกแผ่นดินไล่ล่า แจ้งดำเนินคดีหลายข้อหาหนักจากเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญ กรณีคนร้ายขี่รถ จยย.ไล่ยิงรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียน กธ 7584 กาญจนบุรี ของนายปฐมพงษ์ วิชิตเดชา อายุ 24 ปี ขณะขับรถออกจากร้านอาหารกึ่งผับ “Lit Banpong” กระสุนเจาะอกซ้าย 1 นัด อาการสาหัส แต่ยังแข็งใจขับรถมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลก่อนหมดสติ รถเสียหลักพุ่งเสยเสาไฟฟ้าข้างทาง บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา ถนนแสงชูโต เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นเหตุให้ น.ส.ชวัลญา วิชิตเดชา อายุ 18 ปี น้องสาวที่นั่งมาด้วยคอหักตายคาที่ ส่วนเพื่อนอีก 3 คน คือ นายโชติพัฒน์ จงเจริญ อายุ 29 ปี น.ส.อารีรัตน์ ขันแข็ง อายุ 23 ปี และนายเจริต วิเชียรสลาง อายุ 24 ปี บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานสาเหตุถูกคู่อริที่เขม่นกันในผับตามสังหารความคืบหน้าของคดี เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พ.ต.อ.โชติช่วง ภานุทัต ผกก.สส.ภ.จ.ราชบุรี พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี ผกก.สภ.บ้านโป่ง พร้อมชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ชุดสืบสวน ภาค 7 ชุดสืบสวน ภ.จ.ราชบุรี และชุดสืบสวน สภ.บ้านโป่ง แถลงจับกุมนายสุรชัย หรือปุ้ย ยางสง่า อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/2 หมู่ 2 ต.บ้านยาง อ.เมืองนครปฐม มือปืน และนายพิริยะ หรืออั๋น ใจซื่อ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141/3 หมู่ 2 ต.บ้านยาง อ.เมืองนครปฐม คนขี่รถ จยย. 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 143/2562 ลงวันที่ 24 มิ.ย.2562 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรเร่งด่วนสมควร พร้อมของกลางปืน 9 มม. และรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินขาว ทะเบียน ขมค 837 นครปฐมนายสุรชัยมือปืนให้การอ้างว่า คืนเกิดเหตุตนพร้อมกลุ่มเพื่อนมาเที่ยวผับดังกล่าว ระหว่างนั้นเพื่อนในกลุ่มเกิดเขม่นกับกลุ่มผู้ตายที่เป็นคู่อริเก่า และมาเจอกันโดยบังเอิญในผับ ทั้ง 2 ฝ่ายทะเลาะโต้เถียงแต่ยังไม่ทันลงไม้ลงมือ การ์ดของร้านได้เข้ามาห้ามสั่งให้แยกย้ายกลับบ้าน ต่อมาเพื่อนโทร.บอกว่าให้ย้อนกลับมาที่ร้านอีกรอบ เพราะคู่อริยังจับกลุ่มอยู่แถวลานจอดรถหน้าผับ ด้วยความรักเพื่อนได้โทร.เรียกนายพิริยะรุ่นน้องคนสนิทให้ขี่รถ จยย.พามาถึงหน้าผับ พร้อมพกปืน 9 มม. ติดตัวมาด้วย เมื่อเห็นกลุ่มคู่อริขึ้นรถกระบะขับออกจากลานจอดรถ รีบขี่รถตามประกบจนมาถึงจุดเกิดเหตุหน้าร้านยาง ห่างจากผับราว 15 เมตร ก่อนเปิดฉากใช้ปืนยิงใส่รถ 3 นัด ไม่ทราบว่ากระสุนถูกใครในรถบ้าง แต่เห็นคนขับรถกระบะเร่งเครื่องหนีเข้าไปในตลาดบ้านโป่ง พวกตนรีบขี่รถ จยย.ไล่ตามไปติดๆนายสุรชัยให้การอีกว่า กระทั่งเห็นรถกระบะกลุ่มคู่อริขับส่ายไปมาแล้วพุ่งชนเสาไฟฟ้าบริเวณวงเวียนหอนาฬิกา อย่างรุนแรงจนรถพังยับ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ด้วยความตกใจไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายและรุนแรงถึงขนาดนี้ รีบขี่หลบหนีมุ่งหน้าออกเส้นทางโคกหม้อ-บ้านยาง จนมาทราบว่าตนและเพื่อนถูกออกหมายจับ จากนั้นหนีไปกบดานบ้านญาติในจังหวัดทางภาคใต้ และถูกตำรวจกดดันอย่างหนักจนติดตามจับกุมตัวได้ ส่วนนายพิริยะถูกจับได้เช่นกัน สาเหตุที่ทำลงไปเพราะความเมาสุรา ทำให้คึกคะนองใช้ปืนยิงโชว์เพื่อน ทั้งที่กลุ่มผู้ตายไม่ได้เป็นคู่อริกับตนโดยตรง จากนี้ตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป