เด็กรุ่นหลังสงคราม เรียนชั้นประถม ท่องบทดอกสร้อย “เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา เมื่อเติบใหญ่เราจะได้ มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน...” กันคล่องปากทุกคนน่าแปลก ในหนังสือดอกสร้อยสุภาษิต ที่กรมวิชาการจัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2515 ไม่มีชื่อผู้แต่งในหนังสือ ดอกสร้อยสุภาษิต ฉบับที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงชักชวนให้กวี ช่วยกันแต่งไว้ 34 บท เป็นบทกลอนร้องเล่นในโรงเรียนเลี้ยงเด็กอนาถา ของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว...ก็ไม่มีเห็นเจตนาผู้ใหญ่ตั้งใจสอนให้เด็กขยันเรียนหนังสือ ผมเปิดหนังสือ “บทอาขยานภาษาไทย” หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดพิมพ์ก็พบว่าผู้ใหญ่ตั้งใจสอนเด็กๆไว้อีกหลายๆเรื่องหนึ่งใน 34 บทดอกสร้อย ฉบับสมเด็จฯกรมดำรงฯ มีชื่อผู้แต่ง นายแก้ว เรื่อง “กาดำ”กาเอ๋ย กาดำ รู้จำรู้จักรักเพื่อน ได้เหยื่อเผื่อแผ่ไม่แชเชือน รีบเตือนพวกพ้องร้องเรียกมา เกลื่อนกลุ้มรุมล้อมพร้อมพรัก น่ารักน้ำใจกระไรหนา การเผื่อแน่ะพ่อหนูจงดูกา อันโอบอารีรักดีนักเอยบทเรียนนี้ ผู้ใหญ่ตั้งใจสอนเด็กให้ใจกว้าง มองกาที่เคยคิดว่าเป็นสัตว์ไม่น่ารัก กลายเป็นสัตว์น่ารัก รักเพื่อนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อนนกกระจอก ตัวเล็กๆน่ารำคาญ ผู้ใหญ่ อาจารย์ฐะปะนีย์ นาครทรรพ ก็แต่งวิชชุมมาลาฉันท์ สอนให้เห็นแง่ดี...ตัวแทนของการมีน้ำใจฝนตกแดดออก นกกระจอกแปลกใจ โผผินบินไป ไม่รู้หนทาง ไปพบมะพร้าว นกหนาวครวญคราง พี่มะพร้าวใจกว้าง ขอพักสักวัน ฝนตกแดดออก นกกระจอกพักผ่อน พอหายเหนื่อยอ่อน บินจรผายผัน ขอบใจพี่มะพร้าว ถึงคราวช่วยกัน น้ำใจผูกพัน ไม่ลืมบุญคุณอ่านแล้ว นึกรักนกกระจอกขึ้นอีกมากดอกสร้อย บทแมวเหมียว ที่นายทัด เปรียญแต่ง ในชุดสอนเด็กเมื่อปี 2431 ผมเชื่อว่า จนถึงวันนี้ ยังมีเด็กๆท่องจำกันได้อยู่แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา ร้องเรียกเหมียวเหมียวเดี๋ยวก็มา เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง ค่ำค่ำซ้ำนั่งระวังหนู ควรนับว่ามันกตัญญู พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอยเด็กๆรุ่นที่เริ่มท่อง ดอกสร้อยบทแมวเหมียว...ถูกปลูกฝังให้รู้จักกตัญญูผู้ใหญ่...โดยใช้แมวเป็นต้นแบบเติบโตขึ้นมา เรียนเก่งทำท่าเป็นคนเก่งเหนือคน จนเผลอว่าไม่มีใครเทียบได้ ก็มีโคลงสี่สุภาพ บทชื่อ “โลก” ที่อังคาร กัลยาณพงศ์ แต่งเมื่อปี 2495 สอนเด็ก ม.4-6 ไว้ให้หยุดพิจารณาก้าวย่างตัวเองโลกนี้มิอยู่ด้วย มณี เดียวนา ทรายและสิ่งอื่นมี ส่วนสร้างปวงธาตุต่ำกลางดี ดุลยภาพ ภาคจักรพาลมิร้าง เพราะน้ำแรงไหนภพนี้มิใช่หล้า หงส์ทอง เดียวเลย กาก็เจ้าของครอง ชีพด้วย เมาสมมติจองหอง หินชาติ น้ำมิตรแล้งโลกม้วย หมดสิ้นสุขศานต์บทอาขยานเหล่านี้ ผู้ใหญ่ท่านตั้งใจคัดสรร มาบ่มเพาะเด็กๆวันนั้น ให้มาเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในระดับนำพรรคการเมืองการยื่นดาบการเมืองเข้าใส่ ถ้าผู้ใหญ่โกง ยังมีเวลาถึง 15 ปีที่จะตามไปชำระแค้น...คำประกาศนี้ถูกใจเด็ก แต่กระเทือนใจคนแก่ ที่พอรู้ว่าเหตุผลอะไร ผู้ใหญ่จึงมาดมั่นเดินหน้าไปทางนั้นผมนึกถึงโคลงสองบทท้าย ของท่านอังคาร...เมาสมมติจองหอง หินชาติ น้ำมิตรแล้งโลกม้วย หมดสิ้นสุขศานต์ แล้วก็ใจหาย แทนเด็กเอ๋ย เด็กน้อย ที่กำลังเผลอว่ายิ่งใหญ่ในวันนี้.กิเลน ประลองเชิง