กรมปศุสัตว์ยืนยันการนำเข้าไข่ผงจากสหภาพยุโรป ไม่มีผลกระทบต่อมาตรการแก้ปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพราะไม่ได้นำมาใช้ในการบริโภคในประเทศ นำเข้ามาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารส่งออกไปอียูเท่านั้นน.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า การนำเข้าไข่ผงจากอียู จะไม่ทำให้เกิดปัญหาไข่ไก่ในไทยล้นตลาดอย่างแน่นอน แต่กลับเป็นผลดีกับอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เพราะการนำเข้าดังกล่าวเพื่อนำมาใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารเพื่อส่งออกไปยังอียู ภายใต้มาตรฐานข้อกำหนดอาหารแปรรูป วัตถุดิบที่ใช้ต้องผ่านการรับรองจากสหภาพยุโรปเท่านั้น เราถึงจะส่งออกได้ง่าย โดยไม่ติดเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น “การนำเข้าไข่ผงจากอียูมีมานานกว่าสิบปี เรียกว่ามีการนำเข้ามาตั้งแต่ยุคเราเริ่มทำการค้ากับสหภาพยุโรป หนึ่งในเงื่อนไขเจรจาการค้าที่อียูกำหนด เราต้องนำเข้าไข่ผงแลกกับการให้เราส่งผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เพราะอียูต้องการนำมาตรการนี้มาแก้ปัญหาผลผลิตไข่ไก่ล้นตลาดในกลุ่มประเทศสมาชิกเหมือนกัน แม้วันนี้ผู้ประกอบการไทยบางรายจะสามารถผลิตไข่ผงและไข่เหลวได้ก็จริง แต่ยังไม่สามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปส่งไปอียูได้ เพราะติดเงื่อนไขไข่ไก่ที่เราผลิตได้ ยังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสหภาพยุโรป โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่เลี้ยงไก่ไข่ต้องปลอดเชื้อซาโมเนลลา 100% เลยทำให้เราไม่สามารถส่งไข่ไปขายอียูได้ และต้องนำเข้าไข่ผง ไข่เหลวจากอียูมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารส่งกลับไปขายสหภาพยุโรป” ด้าน น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะมิสเตอร์ไก่ไข่ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้พยายามพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่ไข่ของไทยให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับกับนานาประเทศ โดยปี 2560 กรมปศุสัตว์ได้ทำหนังสือไปยังสหภาพยุโรป เพื่อขอให้รับรองมาตรฐานการเลี้ยงไก่ไข่ของไทย และหนึ่งในมาตรฐานที่เราต้องทำให้ได้คือ การเลี้ยงไก่ไข่ต้องควบคุมให้ปลอดเชื้อซาโมเนลลาให้ได้ แต่ต้องใช้เวลาในการปรับแก้พอสมควร เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อนชื้น ทำให้เชื้อดังกล่าวเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้น จึงต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่และมีจำนวนมาก.