อนค.ยันทำถูกตามกฎหมายลุ้นระทึก กกต.เคาะคดี “ธนาธร” ถือหุ้นสื่อขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. “อิทธิพร” อ้อมแอ้มน่าจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นแจกใบส้มใบเหลือง จับตาแจ้งข้อกล่าวหาให้มาแก้ต่าง “ปิยบุตร” ดักคออย่าเร่งรีบปิดคดี สกัดไม่ให้เป็น ส.ส.เข้าสภาฯ ยันโอนหุ้นถูกต้องตามกฎหมาย อนค.ไม่มีเจตนาล้มล้างอะไรทั้งสิ้น ทนายหอบหลักฐานยันนิติกรรมจริง 8 ม.ค. “ธนาธร” บึ่งจากบุรีรัมย์กลับ กทม.โอนหุ้นตอนเย็น “ศรีสุวรรณ” รอให้ถ้อยคำอนุกรรมการไต่สวนฯ จ่อสอยอีก 7 ว่าที่ ส.ส.อนาคตใหม่ครองหุ้นสื่อ 7 พรรคเล็กดันตั้งรัฐบาลสามัคคีสร้างชาติ ชงสูตรคิดปาร์ตี้ลิสต์ตัดทิ้งคะแนน พท. “ชูศักดิ์” วางแนวตั้ง สสร.แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ “วิษณุ” ชี้ต้องทำประชามติ 2 รอบ “บิ๊กตู่-ฮุนเซน” ชื่นมื่นเปิดสะพานมิตรภาพ ฟุ้งนายกฯกัมพูชาอวยพรได้นั่งนายกฯต่อจากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดพิจารณาคำร้องกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องให้ตรวจสอบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามไม่ให้ลงสมัคร ส.ส. ล่าสุดนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดแถลงชี้แจงระบุเป็นการเร่งรัดจะปิดคดี โดยยังไม่ได้ให้โอกาสได้ชี้แจง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้นายธนาธรได้เป็น ส.ส.เข้าสภาฯ ยืนยันนายธนาธรได้โอนหุ้นไปแล้วโดยถูกต้องตามกฎหมาย “ปิยบุตร” ยัน “ธนาธร” โอนหุ้นถูก ก.ม.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงข่าวกรณีการถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคว่า ถ้าใครเรียนวิชากฎหมายการโอนหุ้นและเห็นหลักฐานต่างๆเหล่านี้ จะพบว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรจบได้ทันที แต่ยังมีสื่อบางสำนักยังคงเผยแพร่ข่าวอย่างต่อเนื่องและชี้นำมากเรื่อยๆ ต้องการลดความน่าเชื่อถือและความชอบธรรมของพรรคหรือไม่ นายธนาธรเตรียมตัวเป็นอย่างดี ขออย่าสับสนปนเปตามสื่อบางสำนักรายงานว่าการถือครองหุ้นเป็นการเข้าไปแข่งขันกับสัมปทานของรัฐ การโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา เสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.62 มีเอกสาร เช็คขีดคร่อมชำระค่าหุ้น ใบหุ้นและตราสารโอนหุ้น ที่แสดงว่ามีการโอนหุ้นจริง จากนั้นวันที่ 14 ม.ค.นางสมพรได้โอนหุ้นให้หลานชาย ให้เข้ามาดูแลกิจการและติดตามหนี้สินจากลูกหนี้ค้างชำระ ตามที่ฝ่ายบัญชีของบริษัทแนะนำ ที่มีข้อสงสัยว่าโอนหุ้นเสร็จวันที่ 8 ม.ค.แต่ไปยื่นวันที่ 21 มี.ค. การโอนหุ้นมีผลทางกฎหมายแล้ว เป็นเพียงขั้นตอนการแจ้ง ไม่เกี่ยวกับการถือหุ้นของนายธนาธรเลยโวยสกัดเข้าสภาฯจ่อฟันไม่ให้แจงนายปิยบุตรกล่าวอีกว่า มีการสืบสาวร้องเรียน กกต. เพื่อไม่ให้นายธนาธรเป็น ส.ส. ไม่ได้เข้าสภาฯ เราจึงรวบรวมหลักฐานเพื่อชี้แจง แต่จนถึงวันนี้เรายังไม่ได้ชี้แจงเลย กกต.จะชี้มูลหรือลงมติจำเป็นต้องฟังความทุกฝ่าย การตัดสินจะไม่ยุติธรรมเลย ถ้าเอาคำร้องของฝ่ายร้องมาพิจารณาฝ่ายเดียว ต้องขอความเป็นธรรมนำเอกสารหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายมาพิจารณาด้วย ตั้งแต่ตั้งพรรคอนาคตใหม่มาเราถูกกล่าวหาโจมตีมาตลอด โดนนักการเมืองบางคนบางกลุ่มวาดภาพเป็นปีศาจร้าย อย่าทำแบบนี้เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ เมื่อถามว่าได้เผื่อใจไว้หรือไม่ว่านายธนาธรอาจไม่ได้เป็น ส.ส. นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่เคยกังวลหากบ้านเมืองนี้ปกครองกันโดยยึดกฎหมายและความยุติธรรมอย่างแท้จริง หากองค์กรที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรอิสระ เป็นอิสระอย่างแท้จริงมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางทำอะไรได้อนค.ไร้เจตนาล้มล้างอะไรทั้งสิ้นนายปิยบุตรยังกล่าวถึงกรณี ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. หรือว่าที่ ส.ส.กว่า 30 คนถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน ผู้ยื่นมีเจตนาแบบใด หากเป็นนัก ตรวจสอบมืออาชีพ ทำไมถึงไม่ตรวจสอบพรรค สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช.ด้วย พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นมาด้วยความปรารถนาดีกับชาติบ้านเมือง รวมตัวกันเพื่อหวังจะออกจากความขัดแย้งแบบเดิม เดินหน้าไปสู่อนาคตแบบใหม่ ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร หากจะขัดแย้งเป็นพิเศษ คือกับอำนาจเผด็จการเท่านั้น ถ้าบ้านเมืองต้องการเป็นประชาธิปไตยเราจำเป็นต้องขัดแย้งเผด็จการ ไม่ได้ต้องการล้มโน่น ล้างนั่นใดๆทั้งสิ้นทนายยื่นหลักฐานอย่ารีบปิดคดีต่อมาเมื่อเวลา 11.15 น. ที่สำนักงาน กกต.นายวรวุฒิ บัตรมาตร ฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมทนายความได้เข้ายื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธรพร้อมกล่าวว่า ขอให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.เกี่ยวกับข้อมูลการถือหุ้น เนื่องจาก กกต.พยายามจะปิดสำนวนภายในวันที่ 9 พ.ค. หากไม่มีผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลจะเร็วเกินไปที่จะปิดคดี ยืนยันว่าดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่สามารถทำให้ถูกกฎหมายกว่านี้ได้แล้ว ได้นำหลักฐานทั้งตราสารโอนหุ้น เช็คชำระค่าหุ้นและหลักฐานประกอบทางกฎหมายมาเข้าให้ข้อมูล ส่วนข้อสังเกตว่า ในวันโอนหุ้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2562 นายธนาธรลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ นั้น นายธนาธรอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์จริงเฉพาะช่วงเช้า จากนั้นได้เดินทางกลับมากรุงเทพฯเพื่อโอนหุ้นช่วงเย็น “ศรีสุวรรณ” ให้ถ้อยคำยุบ รปช.เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าพบเจ้าหน้าที่คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัย สำนักงาน กกต.กรณีสมาคมฯเคยร้องเรียนให้ยุบพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) จากนั้นนายศรีสุวรรณเปิดเผยว่า ได้เข้าให้ถ้อยคำที่เคยยื่นร้องนางเบญญา นันทขว้าง ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความและปราศรัยหาเสียงว่า “หากเลือกพรรคตระกูลเพื่อ... จะไปจบที่ราชดำเนิน” สื่อให้เห็นถึงการชุมนุมประท้วงบนถนนราชดำเนิน ที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย แสดงให้เห็นว่าผู้สมัครและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไม่มีเจตจำนงจะรักษาระบอบประชาธิปไตย ไม่เคารพสิทธิของประชาชน จึงไม่สมควรจะมีพรรคเช่นนี้อีกต่อไป จึงขอให้ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากเข้าข่ายความผิดขอให้ศาลสั่งยุบพรรครอให้ถ้อยคำอนุ กก.คดี “ธนาธร”นายศรีสุวรรณ ยังกล่าวอีกว่า เดิมวันที่ 22 เม.ย. เวลา 10.00 น. กกต.ทำหนังสือเชิญตนเข้าให้ถ้อยคำประกอบคำร้องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขาดคุณสมบัติเนื่องจากถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด แต่ตนต้องไปขึ้นศาลปกครอง จึงต้องรอให้คณะอนุกรรมการไต่สวนทำหนังสือเชิญมาอีกครั้ง ดังนั้นที่มีกระแสข่าวว่า กกต.จะสรุปผลการไต่สวนหุ้นของนายธนาธร วันที่ 22 เม.ย. จึงยังทำไม่ได้ยังต้องรอผู้ร้องเข้าให้ถ้อยคำก่อน กรณีที่ทนายความนายธนาธรอ้างว่าวันที่ 8 ม.ค. นายธนาธรนั่งรถกลับจาก จ.บุรีรัมย์มากรุงเทพฯ เพื่อเซ็นโอนหุ้นกล่าวอ้างได้ แต่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักความน่าเชื่อถือ สำคัญคือเอกสารหลักฐานที่ต้องนำมาสำแดงให้ กกต.นำไปตรวจสอบ ทราบว่ากรณีหุ้นของนายธนาธรสังคมสนใจ กกต.จึงตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดใหญ่ เพื่อรวบรวมคำร้องทั้งหมดมารวมพิจารณาเป็นเรื่องเดียวจ่อสอยอีก 7 ว่าที่ ส.ส.อนค.ถือหุ้นสื่อนายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มีแค่นายธนาธรที่ถูกตรวจสอบการถือครองหุ้นสื่อ เท่าที่ตรวจสอบจากกรมทะเบียนธุรกิจการค้า พบว่ามีว่าที่ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ 6-7 รายที่ถือครองหุ้นสื่อ กฎหมายได้เขียนเอาไว้ชัดแม้จะเป็นบริษัทที่ไม่เคยประกอบธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน แต่หากจดทะเบียนครอบคลุมกิจการด้านสื่อเอาไว้อยู่ในข่ายขาดคุณสมบัติสมัคร ส.ส.ได้ คาดว่าเร็วๆนี้จะสามารถรวบรวมหลักฐานนำมายื่นให้ กกต.พิจารณาใครมีข้อมูลเงินฝาก “บิ๊กป้อม” ส่งมานายศรีสุวรรณ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดโผเศรษฐีเอเชียลำดับต้นๆว่า เรื่องนี้อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะเท่าที่มีข้อมูลปรากฏตามสื่อยังไม่เพียงพอต่อการทำเป็นคำร้อง ดังนั้นหากใครมีหลักฐานโดยเฉพาะเรื่องเงินฝาก 3,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ขอให้ช่วยส่งมายังตน เพื่อยกร่างคำร้องให้มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง“ลูกเสนาะ” ฟ้องขอเลือกตั้งใหม่ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคเพื่อไทย และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งในเขต 9 เนื่องจากพบว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักรของเขต 9 ไปปรากฏอยู่ที่เขต 1 โดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เปิดนับแล้วบอกว่าเป็นบัตรเสีย คะแนนดังกล่าวอาจมีผลเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. และยังพบข้อพิรุธจากผลการรวมคะแนน จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ทั้งบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนเลือกผู้ใด ซึ่งมีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักรรวมอยู่ด้วย มีจำนวนตรงกันพอดีกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาแสดงตนจำนวน 127,650 คน ทั้งที่ความเป็นจริงปรากฏหลักฐานว่ามีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และนอกราชอาณาจักรของเขต 9 ไปอยู่ที่เขต 1 เป็นจำนวนมาก จึงขอให้ กกต.ตรวจสอบหากพบข้อผิดพลาดขอให้สั่งให้เลือกตั้งใหม่เขต 9 ทั้งเขต พรรคจะได้รวบรวมหลักฐานมายื่นให้ กกต.จัดเลือกตั้งใหม่อีกหลายเขต เช่น เขต 1-2 ที่ปรากฏหลักฐานบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ถูกส่งไปนับสลับเขตแฉผู้สมัครแจกของอ้างทำบุญแม่นายวรวัจน์กล่าวว่า ได้รวบรวมหลักฐานกรณีผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่งมีการแจกทรัพย์สินและสิ่งของให้กับชุมชนต่างๆอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง รวม 19 ครั้ง อ้างว่าเป็นการทำบุญให้กับแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ภาพการแจกสิ่งของยังเผยแพร่อยู่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้สมัครรายดังกล่าว ปัจจุบันยังไม่มีการลบภาพและข้อความดังกล่าว จึงเข้าข่ายจูงใจโดยสัญญาว่าจะให้หรือให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 73 (1) หาก กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผลคะแนนจะต้องเปลี่ยนแปลงไปแน่นอน เพราะไม่มีการเลือกตั้งยุคใดมีการแจกของโจ่งแจ้งแม้อ้างว่าทำดีทำบุญให้แม่ แต่แม่ก็ตายไปนานแล้ว ระหว่างแจกรู้ดีว่าจะลงสมัคร ส.ส. และยังปราศรัยลักษณะหาเสียงด้วย7 พรรคเล็กชงตั้ง รบ.สามัคคีสร้างชาติเมื่อเวลา 10.43 น. ที่สำนักงาน กกต.กลุ่มรวมพลังพรรคการเมือง ประกอบด้วยพรรคภาคีเครือข่ายไทย พรรคแผ่นดินธรรม พรรคพลังไทยดี พรรคพลังแผ่นดินทอง พรรคภารดรภาพ พรรคกรีน และพรรคประชาไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยเห็นว่าหลังเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือนยังไม่สามารถรู้ได้ว่าพรรคใดจะได้จัดตั้งรัฐบาล จึงขอเสนอตั้งรัฐบาลสามัคคีสร้างชาติเพื่อยุติความขัดแย้งทั้งหมด พรรคใดที่มีแนวทางไม่ตรงกับกลุ่มร่วมรัฐบาลมาร่วมเป็นฝ่ายค้านได้ นอกจากนี้ยังขอให้ คสช.เสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการสรรหาเพื่อเสนอชื่อเป็น ส.ว.ให้นำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระบารมีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ส.ว. 250 คนตามพระราชอัธยาศัย เพื่อความเป็นกลางในการทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี ทางกลุ่มจะนำแนวคิดรัฐบาลสามัคคีสร้างชาติไปหารือร่วมกับ 20 พรรคการเมืองต่อไปเสนอสูตรคิดปาร์ตี้ลิสต์ตัดแต้ม พท.กลุ่มดังกล่าวยังเสนอสูตรวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ การคำนวณที่ไม่ลงตัว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต 137 คน มากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีถึง 26 คน ดังนั้นขอเสนอสูตรการคำนวณ โดยตัดคะแนนพรรคเพื่อไทยที่มีกว่า 7.9 ล้านคะแนนออกไปจะเหลือคะแนน 27 ล้าน และไม่นำ ส.ส.เขตจำนวน 137 เขตมาร่วมคำนวณ ดังนั้น ตัวเลขที่ต้องนำมาใช้คำนวณจริงคือคะแนน 27,612,017 หารด้วย 363 จะเท่ากับคะแนนเฉลี่ย 76,066 คะแนน จากนั้นนำคะแนนของแต่ละพรรคมาหารด้วยค่าเฉลี่ยใหม่ 76,066 ก็ได้จำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค จะมีพรรคที่ได้ ส.ส.พึงมีตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป 15 พรรคได้ ส.ส.478 คนจะเหลือเศษ 22 คน จึงให้ไปจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มี ส.ส.พึงมีน้อยกว่า 1 คน นับตั้งแต่พรรคในลำดับที่ 16 ถึง 37 จะเป็นการรับรองว่าทุกคะแนนเสียงจะไม่ตกน้ำ และจะได้ ส.ส.ครบ 500 คน จำนวน 37 พรรค และสูตรนี้ยังเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดดันใช้ ม.44 ยืดรับรอง ส.ส. 180 วันขณะเดียวกัน นายสุรวัชร สังขฤกษ์ กลุ่มการเมืองภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ส่ง คำร้องไปยังศาลฎีกาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 98 วรรค 8 เนื่องจากในวันที่ 8 เม.ย.51 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 73/2551 ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากราชการไว้ก่อน จึงขอให้ กกต.ส่งคำร้องคุณสมบัติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไปให้ศาลฎีกาตัดสินว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ นอกจากนี้ ยังขอให้ กกต.ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯให้ใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. เลื่อนการรับรองผล ส.ส.ออกไปอีก 180 วัน เนื่องจากหลังการเลือกตั้งยังมีข้อโต้แย้งการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และยังมีการ ร้องให้ยุบพรรคการเมืองอีกหลายพรรค เพื่อให้ กกต. มีเวลาจัดการเลือกตั้งซ่อมให้บริสุทธิ์ยุติธรรม กกต.ถกต่อคำร้องเชือด “ธนาธร”เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธานการประชุม โดยมี กกต.เข้าร่วมพร้อมเพรียง ใช้เวลา หารือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีวาระการพิจารณาหลายวาระ แต่วาระสำคัญที่ใช้เวลาค่อนข้างมากคือ กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องเรียนให้ตรวจสอบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขาดคุณสมบัติเนื่องจากถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด หรือไม่ ภายหลังการประชุมผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายอิทธิพร เพื่อสอบถามมติที่ประชุมว่าได้ข้อสรุปหรือไม่ อย่างไร นายอิทธิพร ตอบว่ายังมีข้อมูลที่ต้องพิจารณาต่อในวันที่ 23 เม.ย. เชื่อว่าน่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าจะมีการพิจารณาและมีมติให้ทำอะไร แค่ไหน ส่วนการจะให้ใบเหลือง ใบส้มหรือไม่ ยืนยันว่าขณะนี้เรื่องยังไม่ถึงขนาดนั้น เพราะทุกอย่างจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน โดยจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นการกระทบสิทธิต่อบุคคลอื่นลุ้นลงมติแจ้งข้อกล่าวเรียกแก้ต่างผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กกต.วันที่ 23 เม.ย. หาก กกต.เห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอ ให้ฟังได้ว่าเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย จะมีมติแจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร เพื่อให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวนฯต่อไปสรุปผลเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วยเย็นวันเดียวกัน สำนักงาน กกต.สรุปผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ใน 6 หน่วยเลือกตั้ง 5 จังหวัด ดังนี้ 1.กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 13 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 802 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 370 คน คิดเป็นร้อยละ 46.13 ผู้ได้รับ คะแนนสูงสุดมี 2 คน ได้เท่ากัน 96 คะแนน ได้แก่ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ พรรคพลังประชารัฐ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาธิปัตย์ 2.จ.พิษณุโลก เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 366 คน ผู้มาใช้สิทธิ 230 คน หรือร้อยละ 62.84 นายนัทธิ จันทร์ประเสริฐ พรรคภราดรภาพ ได้สูงสุด 48 คะแนน 3.จ.เพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 12 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,371 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 639 คน หรือร้อยละ 46.61 นายดะ ทรงสวัสดิ์วงศ์ พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้สูงสุด 159 คะแนน 4.จ.ยโสธร เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 436 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 251 คน หรือร้อยละ 57.57 นายบุญแก้ว สมวงศ์ พรรคเพื่อไทย ได้สูงสุด 64 คะแนน คะแนนไม่มีผลเปลี่ยนแปลงอันดับผู้สื่อข่าวรายงานว่า 5.จ.ลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 รวม 2 หน่วยเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 824 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 506 คน หรือร้อยละ 61.41 ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ พรรคเสรีรวมไทย ได้ 109 คะแนน และหน่วยเลือกตั้งที่ 3 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 714 คน ผู้มาใช้สิทธิ 448 คน หรือ ร้อยละ 62.75 นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้ 120 คะแนน ทั้งนี้ผลการเลือกตั้งใหม่ ทั้ง 6 หน่วยไม่มีผลเปลี่ยนแปลงลำดับว่าที่ ส.ส. เพราะผลคะแนนมีแค่หลักสิบถึงหลักร้อย ไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงผลคะแนนในระดับเขต “เรืองไกร” ยื่นศาลฯไม่รับคำร้อง กกต.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ไม่รับพิจารณาวินิจฉัยคำร้องของ กกต.ที่ขอให้วินิจฉัยว่า กกต.จะสามารถคำนวณหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ที่อาจทำให้พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.ที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส.หนึ่งคนได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคนได้หรือไม่ และการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 91 หรือไม่ เนื่องจากกรณีนี้อาจเข้าลักษณะเป็นการขอคำปรึกษา ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ในคำสั่งที่ 1/2561 ลงวันที่ 26 ม.ค.2561 เรื่อง กกต.ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัย เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ ครั้งนั้นศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง เนื่องจากยังเป็นเพียงข้อสงสัย ข้อหารือหรือการคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต.มั่นใจขั้วแย่งตั้งรัฐบาลฝันสลายนายเรืองไกรกล่าวอีกว่า มองว่าเรื่องนี้วินิจฉัยได้ไม่ยาก และทำให้สภาวะการเมืองไม่ต้องมาฝันหวานกัน ที่ฝันว่าข้างนั้นข้างนี้จะตั้งรัฐบาล คำร้องของตนอาจทำให้ฝันละลายได้ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญถือตามเหตุเดิมไม่น่าจะรับคำร้องของ กกต. วันที่ 24 เม.ย. องค์คณะชุดเล็กจะส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหญ่พิจารณาต้องบอกว่าคงรับเรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าดูตามมาตรฐานของศาล เว้นแต่จะมีเหตุผลอย่างอื่น ถ้าองค์คณะศาลฯทั้ง 9 ท่านรับต้องแสดงความเห็นส่วนตนทั้ง 9 คนพท.เล็งตั้ง สสร.แก้รัฐธรรมนูญนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เหตุที่พรรคเห็นความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือผลพวงจากการรัฐประหาร มีบทบัญญัติหลายส่วนไม่เป็นประชาธิปไตย สร้างความสับสนให้ประชาชนในการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก ทั้งระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ประชาชนไม่คุ้นชิน เห็นได้จากความวุ่นวายในการเลือกตั้ง เลือกตั้งมาร่วมเดือนแล้วยังไม่รู้ผล ตั้งรัฐบาลลำบาก ต่อให้ตั้งได้แล้วจะเป็นรัฐบาลอ่อนแอบริหารประเทศไม่ได้ พรรคเพื่อไทยจึงมีเจตนารมณ์แก้ไขปัญหา วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องมีผู้เสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนว่าควรแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่และแก้ด้วยวิธีใด ถ้าประชาชนเห็นด้วยจะเป็นแนวทางเดินต่อไป โดยควรให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มีตัวแทนของประชาชนร่วมกับนักวิชาการขึ้นมาดำเนินการ จะเป็นกระบวนการที่ถูกต้องชอบธรรมมากกว่ากระบวนการใดทั้งหมด โดยไม่บอกจะแก้เรื่องอะไร แต่จะถามประชาชนภาพรวมว่าแก้เรื่องใดแล้วให้ สสร.ดำเนินการ เมื่อทำเสร็จแล้วไปฟังความเห็นจากประชาชนอีกครั้งให้ได้ข้อยุติ เพื่อแก้ปัญหาข้อติดขัดต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน“วิษณุ” บอกต้องทำประชามติ 2 ครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รอง นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า วิธีการจะทำอย่างไรต้องไปถามผู้เสนอ แต่เรื่องนี้มีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจน การแก้รัฐธรรมนูญหากจะแก้ทั้งฉบับ เมื่อแก้เสร็จแล้วต้องทำประชามติสอบถามประชาชนก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ในทางปฏิบัติอาจทำประชามติก่อนแก้เสียครั้งหนึ่งก่อน และเมื่อแก้แล้วมาทำประชามติอีกครั้ง “บิ๊กตู่-ฮุนเซน” เปิดสะพานมิตรภาพอีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ร่วมกันเป็นประธานพิธีฉลองความสำเร็จการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) โดยนายกฯกล่าวว่า สะพานแห่งนี้เป็นประจักษ์พยานความสัมพันธ์อันดีมีความยาวมากที่สุดเชื่อมทั้ง 2 ประเทศ แก้ปัญหาความแออัดการจราจรบริเวณพรมแดน ขนส่งสินค้าระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษกัมพูชาและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี) ของไทย ขณะที่สมเด็จฮุนเซน กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลและชาวไทย สะพานนี้เป็นสะพานเชื่อมใจคนทั้ง 2 ประเทศ สมควรบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ โอกาสนี้ได้ประพันธ์ บทเพลง 4 เพลง ตามคำสัญญาที่มีไว้กับ พล.อ.ประยุทธ์ บรรเลงในงานนี้เพื่อเฉลิมฉลองมิตรภาพให้มั่นคงและยั่งยืน จากนั้นร่วมกันประกอบพิธีเทคอนกรีตเชื่อมสะพานที่จุดกึ่งกลางสะพาน กดปุ่มเปิดผ้าแพรคลุมป้ายชื่อสะพาน และถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ทั้งนี้ภายในงานได้เปิดเพลง “มิตรภาพ” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่งขึ้น เนื้อหาระบุถึงความมีมิตรไมตรีต่อกันตลอดไปวอนอย่าให้คนไม่ดีทำชาติไม่สงบต่อมาเวลา 09.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะกับประชาชน ที่มาต้อนรับบริเวณสะพานมิตรภาพฯ พร้อมเชียร์ให้นายกฯสู้ๆ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ร่วมกันสู้ ขอบคุณกำลังใจ รักทุกคน ขอช่วยกันเอาความรักความสามัคคีกลับคืนมาอย่าง 5 ปีที่ผ่านมา อย่าให้คนไม่ดีมาเคลื่อนไหวทำให้ความสงบหายไป คนไทยต้องรักกัน เคารพกัน เคารพปู่ย่าตายาย พี่ป้า น้าอา อย่าให้ใครมาเปลี่ยนแปลง ข้าราชการทุกคนต้องคิดทำอะไรให้เกิดประโยชน์ระยะยาว สิ่งสำคัญต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศด้วยคนทุกช่วงวัย ช่วยกันสู้ ให้นายกฯสู้คนเดียวได้อย่างไรย้ำรัชกาลนี้ต้องเกิดความสงบสุขจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ทำพิธีเปิดผ้าแพรคลุมป้ายสถานีรถไฟ โดยนายกฯ ทักทายสวัสดีประชาชนที่มาต้อนรับเป็นภาษากัมพูชาว่า “ซัวสะเดย” (สวัสดี) ก่อนกล่าวว่า ตนเป็นคนสระแก้วเหมือนกันเคยอยู่ที่นี่หลายปี วันนี้ผู้ใหญ่เด็กถ้าทะเลาะกันวันหน้าก็อยู่กันไม่ได้ สังคมไทยต้องดูแลกัน อย่าให้ใครมาสร้างความแตกแยก ทุกคนมีพ่อแม่พี่ป้าน้าอา บางคนบอกว่าไม่ต้องมีมันไม่ได้ ตนเอาหัวใจมาขอความรักความสามัคคีคืนให้ประเทศ เมื่อประชา-ธิปไตยคือการเลือกตั้งต้องสงบ ยังไม่สงบไม่ได้ ปีนี้เป็นปีมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษกใกล้เข้ามาต้องช่วยกันทำบ้านเมืองให้สุขสงบ รัชกาลนี้ต้องเกิดความสงบสุข ใครทำผิดต้องถูกลงโทษ ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และสมเด็จฮุนเซน ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกัน ก่อนจะนำคณะโดยสารรถไฟขบวนพิเศษจากสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึกข้ามไปที่สถานีปอยเปต และนั่งรถข้ามกลับมารับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ที่โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ ฟุ้ง “ฮุนเซน” อวยให้เป็นนายกฯต่อที่โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯกัมพูชาบอกว่าทำงานกับรัฐบาลไทยมา 12 รัฐบาล 12 นายกฯ รัฐบาลนี้ทำดีที่สุด และเข้าใจสถานการณ์ภายในของไทย จะไม่ยอมให้ใครใช้ดินแดนกัมพูชาต่อต้านรัฐบาลไทย มีการส่งข่าวให้ฝ่ายไทยหลายครั้งแล้ว ชอบเห็นบ้านเมืองเราสงบไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีการใช้อาวุธสร้างความรุนแรง และให้กำลังใจตนได้เป็นนายกฯต่อ ได้บอกไปว่าแล้วแต่กลไกระบอบประชาธิปไตย วันนี้ประชาชนต้องใจเย็น ร้อนตามอากาศไม่ได้ อย่าปลุกขัดแย้งขึ้นมาอีก วันนี้ยังมีอีกมากพวกเฮตสปีช สร้างคำพูดเกลียดชังในโซเชียล ทำให้สังคมปั่นป่วน“บิ๊กติ๊ก” ยันลูกชายได้งานโปร่งใสพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิก สนช. และ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่บุตรชายชนะการประมูลการเสนอราคาประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 14 จ.ตาก ของกองทัพภาคที่ 3 ว่า อยากให้สื่อมวลชนไปดูข้อเท็จจริงว่าบุตรชายทำตามขั้นตอนถูกต้องหรือไม่ ในฐานะที่เป็นทหารเก่าจะทำอะไรต้องยึดความถูกต้องตามระเบียบ ไม่ได้ไปวิ่งเต้นหรือใช้เส้นสาย หรือไปประมูลใช้ชื่อตนหรือของคนอื่นผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ปรีชาเคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ที่ผ่านมาบริษัทก่อสร้างของบุตรชายคนโต เคยชนะการประมูลการก่อสร้างในโครงการสำคัญของกองทัพภาคที่ 3 จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาแล้วหวั่นทุ่ม 1.5 หมื่นล้านซ้ำบัตรคนจนนายสรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ จะเสนอแจกเงิน 1,500 บาทต่อคน ใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท กระตุ้นการท่องเที่ยว 55 จังหวัดเมืองรองว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ผลดีที่สุดคือให้เงินสดไปใช้จ่ายได้กับทุกร้านค้า รวมร้านไม่มีคิวอาร์โค้ดด้วย แต่จะมีปัญหาเงินจะถูกใช้ไปกับ 55 จังหวัดจริงหรือไม่ อาจไม่มีตัวชี้วัด และเวลาสั้นมากจะเสนอ ครม.ภายใน 2 สัปดาห์ ไม่มั่นใจว่าร้านที่มีคิวอาร์โค้ดจะมีเท่าใด จะกระจายเศรษฐกิจได้จริงหรือจะกระจุกตัวอยู่ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านสะดวกซื้อรายใหญ่คงเตรียมไว้หมดแล้ว เปรียบกับสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จ่ายเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทต่อคนเพราะประสบวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ต้องทำกะทันหัน ต่างจากปัจจุบันไม่มีวิกฤติเศรษฐกิจรุนแรง รัฐบาลชุดนี้บริหารมา 5 ปีแล้ว มีโครงการต่างๆชงมากระตุ้นเศรษฐกิจตลอดเวลา ขอให้ทบทวนเหตุใดไม่ได้ผลอ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562https://www.thairath.co.th/election