ดร.พรเทพ นิศามณีพงษ์ ผอ.สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.)กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ผลจากการที่บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติงานในห้องสวนหัวใจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์ฟลูโรสโคปี เพื่อถ่ายดูภาพการทำงานขณะสวนสายหัวใจผู้ป่วย ทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับรังสีบริเวณเลนส์ตา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดต้อกระจก สทน.จึงได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลและเครือข่ายของโรงพยาบาล 12 แห่งทั่วประเทศ เช่น จุฬาฯ ศิริราช รามาธิบดี ราชวิถี วชิระ พระมงกุฎ มหาราช จ.เชียงใหม่ มหาราช จ.นครราชสีมา นเรศวร จ.พิษณุโลก พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ดำเนินโครงการประเมินรังสีที่ริมตาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์พร้อมทั้งพัฒนาแผ่นวัดรังสีที่ริมตาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์นำไปติดใกล้บริเวณตาเพื่อวัดปริมาณรังสีขณะปฏิบัติงานช่วยตรวจวัดระดับรังสีที่ได้รับในขณะปฏิบัติงานว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใดนายอำไพ สุขบำเพิง ผู้จัดการศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สทน.ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า สำหรับแผ่นวัดรังสีที่ริมตา นอกจากจะมีขนาดเล็ก ยังมีเทคนิคในการวัดเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ ขณะนี้ได้นำแผ่นทดสอบแจกจ่ายให้แก่หมอที่อยู่ในโรงพยาบาลเครือข่ายนำไปทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งาน จากการทดสอบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่าปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ได้รับอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลงภายในสิ้นปีนี้ ก็จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อใช้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานและการป้องกันรังสีให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ที่สำคัญจะทำให้ทราบว่าแผ่นตรวจวัดรังสีที่ สทน.พัฒนาขึ้นมามีประสิทธิภาพและแม่นยำในการตรวจวัดเพียงใด หรือจะต้องปรับปรุงในส่วนใดบ้าง หลังจากนั้น สทน.จะผลิตแผ่นวัดรังสีส่วนบุคคลที่ริมตาเพื่อให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์คาดว่าจะผลิตออกมาให้บริการได้ในปี 2563.