อินเดียจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ (โลกสภา) แบบมาราธอนเริ่ม วันที่ 11 เม.ย. แบ่งเป็น 6 ช่วง ตลอด 6 สัปดาห์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 900 ล้านคน เลือก ส.ส. 543 ที่นั่งใน 29 รัฐทั่วประเทศ ผลเลือกตั้งจะรู้ได้ในวันที่ 23 พ.ค. ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาการรักษาความปลอดภัยยังถูกคุมเข้มที่รัฐฉัตตีสครห์ ทางตอนกลาง หลังเกิดระเบิดโจมตีโดยฝีมือกบฏลัทธิเหมา มีผู้เสียชีวิต 5 คนรวมนักการเมืองที่หาเสียงช่วยนายโมดี และในอีก 2 รัฐภาคตะวันออก คือ โอดิสสา และพิหาร ที่มีการพบกับระเบิดและเหตุระเบิดซุกข้างถนนระเบิดขึ้น ตามลำดับ และยังมีเหตุคนร้ายบุกยิงสังหารผู้นำท้องถิ่นของกลุ่มฮินดูชาตินิยมในภูมิภาคจัมมูและแคชเมียร์ของอินเดียจึงเป็นอีก 1 พื้นที่อ่อนไหวที่ต้องคุมเข้มรักษาความปลอดภัย กรณีแคชเมียร์ยังเพิ่งเกิดเหตุปะทะกันทางอากาศ หวุดหวิดเป็นสงครามรอบใหม่ระหว่างเครื่องบินรบของอินเดียกับปากีสถาน ชนวนเหตุจากกองกำลังติดอาวุธที่กบดานในแคชเมียร์ พื้นที่ครอบครองโดยปากีฯ ลอบโจมตีสังหารทหารอินเดียซึ่งส่งเครื่องบินรบโจมตีตอบโต้ ปากีฯต้องส่งเครื่องบินรบสกัด นานาชาติต้องเจรจาช่วยแก้วิกฤติ ผลสำรวจโพลหลายสำนักคาดการณ์ว่าพันธมิตรนำโดยพรรครัฐบาล พรรคภาระติยะ ชานะตะ (บีเจพี) ของนายกรัฐมนตรีนาเรนทรา โมดีจะชนะเลือกตั้งครองเสียงข้างมากในสภา แต่จะได้ ส.ส.น้อยกว่าเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งครั้งนั้นนายโมดีประกาศนำอินเดียเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร แต่อยู่ครบวาระกลับทำไม่ได้ตามสัญญา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังห้ามฉายภาพยนตร์ชีวประวัตินายโมดีที่จะเผยแพร่ในวันเลือกตั้ง หลังถูกร้องเรียนอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง ส่วนศาลสูงอินเดียยังรับคำร้องเพื่อสอบสวนสัญญาซื้อขายเครื่องบินรบมูลค่า 8,700 ล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลอินเดียทำกับบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสซึ่งอาจกระทบภาพลักษณ์รัฐบาลนายโมดีที่หาเสียงโจมตีปัญหาคอร์รัปชันในรัฐบาลชุดก่อนที่นำโดยพรรคคองเกรสของคนตระกูลเนห์รู-คานธีที่ปกครองอินเดียมาราวครึ่งศตวรรษนับแต่ได้เอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 2490 ขณะที่พรรคคองเกรส นำโดยราหุล และปรียันกา คานธี ลงสมัครที่เขตเลือกตั้งในรัฐอุตรประเทศ ฐานเสียงสำคัญที่ถูกบีเจพีชิงไปในการเลือกตั้งครั้งก่อน เน้นหาเสียงชูนโยบายเศรษฐกิจที่บีเจพีทำไม่สำเร็จ และนโยบายประชานิยมให้เงินช่วยครอบครัวยากจนที่มีอยู่ราว 250 ล้านคน เดือนละ 6,000 รูปี หรือราว 2,749 บาท แก้ปัญหาความยากจน.