วันนี้ผมชวนท่านผู้อ่านไปดู การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อินเดีย กันนะครับ การเลือกตั้ง ส.ส.ในโลกสภา 543 คนครั้งนี้ ชาวอินเดียที่มีสิทธิเลือกตั้งมีมากกว่า 900 ล้านคน จะเริ่มทยอยเข้าคูหาลงคะแนนกันตั้งแต่เช้าวันนี้เป็นวันแรก การเลือกตั้งในอินเดียแบ่งออกเป็น 7 รอบ ตามสภาพพื้นที่ของประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล จะเริ่มตั้งแต่เช้าวันที่ 11 เมษายนไปจนถึง 19 พฤษภาคม เป็นเวลา 39 วัน หรือเกือบ 6 สัปดาห์ การนับคะแนนทั่วประเทศจะมีในวันที่ 23 พฤษภาคม ซึ่ง กกต.อินเดีย แถลงว่า จะเริ่มนับคะแนนประมาณ 7 โมงเช้า และรู้ผลการเลือกตั้งไม่เกินบ่ายโมง 13.00 น. ในวันเดียวกัน ใช้เวลานับคะแนนเพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้นไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ คนไปเลือกตั้งหลายร้อยล้านคน แต่ กกต.อินเดียใช้เวลานับคะแนนเพียง 6 ชั่วโมง สู้ผลงาน กกต.ไทย ไม่ได้ มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 35 ล้านคนเศษ นับคะแนนตั้งแต่ 24 มีนาคมจนบัดนี้ยังไม่รู้ผลที่แท้จริง พรรคไหนได้ ส.ส.กี่คน? การเลือกตั้งในอินเดีย เขาใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ลงคะแนน เรียกว่า Electronic Voting Machine (EVM) มาตั้งแต่ปี 1999 ราว 20 ปีมาแล้ว ปี 2013 กกต.อินเดีย ได้นำ เครื่องมือตรวจสอบการเลือกตั้ง ที่เรียกว่า Voter Verification Paper Audit Trial (VVPAT) มาใช้คู่กับ EVM เพื่อตรวจสอบผลการลงคะแนน เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งกดหมายเลขที่เลือกแล้ว ระบบจะแสดงผลการลงคะแนน 7 วินาที เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิได้ตรวจสอบว่ากดเลขถูกต้อง จากนั้นระบบจะพิมพ์ใบสำคัญเป็นหลักฐานไว้ให้ผู้ลงคะแนน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ ถ้ามีการร้องเรียน หรือยืนยันความถูกต้อง การนับคะแนนในวันที่ 23 พฤษภาคม จะนับกันที่ ศูนย์นับคะแนน ตั้งแต่ 7 โมงเช้า เจ้าหน้าที่นับคะแนนจะกดปุ่มประมวลผล ต่อหน้าสื่อมวลชน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ กกต. การประมวลผลจะทำกัน 10 กว่ารอบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ไม่เกินบ่ายโมง กกต.อินเดีย ก็จะประกาศผลการเลือกตั้งของ ส.ส.543 คนทั้งหมด ไม่มีการนับคะแนน 95% แล้วหยุด พรรคไหนได้เสียงข้างมากก็ได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาลทันที ไม่ต้องรอแย่งเสียงกันไปอีกหลายเดือนโดยไม่รู้อนาคตเห็นไหมครับ การเลือกตั้งที่โปร่งใส เป็นอย่างไร และ ง่ายดายเพียงใดตรงข้ามกับการเลือกตั้งที่พยายามสร้างกติกาให้ยุ่งยากซับซ้อน การคิดคะแนนที่ยุ่งยากซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งรู้สึกว่าไม่โปร่งใส ผ่านมา 2 อาทิตย์กว่าแล้ว ยังตีความเถียงกันอยู่เลยว่าจะนับคะแนนแบบไหนเพื่อแบ่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อให้แต่ละพรรค การเลือกตั้งทั่วไปของอินเดียครั้งนี้ เป็นการสู้กันระหว่าง 2 พรรคใหญ่ คือ นายนเรนทรา โมดี หัวหน้าพรรคบีเจพี นายกฯอินเดียคนปัจจุบัน กับ นายราหุล คานธี หัวหน้าพรรคคองเกรส ที่เป็นฝ่ายค้าน สารพัดโพลล่าสุดในอินเดีย นเรนทรา โมดี ยังนำ ราหุล คานธี อยู่หลายช่วงตัว ทำให้การหาเสียงในโค้งสุดท้ายเป็นไปอย่างดุเดือดทั้ง ประชานิยม และ โซเชียลมิีเดียการหาเสียงล่าสุด ราหุล คานธี ได้ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการประกาศ นโยบายประชานิยมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ว่า ถ้าชาวอินเดียเลือกเขาเป็นนายกฯ เขาจะ “ประกันรายได้พื้นฐาน” ของชาวอินเดียที่ยากจน 50 ล้านครัวเรือน ด้วยการ แจกเงินค่าครองชีพให้ครอบครัวละ 1,000 ดอลลาร์ต่อปี ราว 32,000 บาทต่อปี หรือ ตกเป็นเงินปีละ 1.6 ล้านล้านบาท โดย ราหุล คานธี แถลงกับนักข่าวที่กรุงนิวเดลีว่า “นี่คือโครงการประกันรายได้ขั้นตํ่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก” งานนี้โครงการประชานิยมของพรรคการเมืองไทยชิดซ้ายไปเลยนักการเมืองอินเดีย ก็เหมือน นักการเมืองไทย ทุกวันนี้ แข่งกันเอาเงินภาษีของประชาชนไปแจกคนจนเพื่อหาเสียงให้ตัวเอง แจกแล้วคนจนก็จนเหมือนเดิม แต่การคลังแย่ ไม่มีเงินเพียงพอพัฒนาประเทศ คนจนก็จนต่อไปจนถึงการหาเสียงสมัยหน้า วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์อยู่อย่างนี้ เศร้าใจจริงๆ.“ลม เปลี่ยนทิศ”อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562https://www.thairath.co.th/election