ภาพ : ไม่ใช่ค่ายกักกัน?-แฟ้มภาพหอสังเกตการณ์และแนวรั้วของ “ศูนย์ฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ” ในเมืองตาบันเชง ในภูมิภาคปกครองตนเอง ซินเจียง-อุยกูร์ ระหว่างเมืองอุรุมฉีกับเมืองท่องเที่ยวเตอร์ปัน ศูนย์แห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์ลักษณะดังกล่าวที่ใหญ่ที่สุดในซินเจียง ซึ่งรัฐบาลจีนยืนยันว่าไม่ใช่ค่ายกักกัน (รอยเตอร์)สถานทูตจีนประจำประเทศไทยเผยแพร่บทคัดย่อหนังสือปกขาว “การปราบปรามการก่อการร้าย ต่อสู้เพื่อขจัดลัทธิสุดโต่งนิยม และการสร้างหลักประกันสิทธิมนุษยชน” มีข้อมูลจากฝ่ายรัฐบาลจีนที่น่าสนใจ-รับฟังในเรื่อง “เขตปกครองตนเองซินเจียง-อุยกูร์” หลังจีนถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งตั้งค่ายกักกันล้างสมองชาวมุสลิมที่นั่น“ซินเจียง” ตั้งอยู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ตั้งแต่โบราณกาลซินเจียงก็เป็นดินแดนของจีน มีหลายชนชาติหลายศาสนาอยู่กันอย่างกลมกลืน หนึ่งหรือสองศาสนาเป็นหลัก หลายศาสนาอยู่พร้อมกัน นั่นเป็นเอกลักษณ์ของโครงสร้างศาสนาในซินเจียง และการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนเป็นกระแสหลักของความสัมพันธ์ระหว่างต่างศาสนาในซินเจียง ศาสนาอิสลามไม่ใช่ศาสนาดั้งเดิมของชนชาติอุยกูร์และชนชาติอื่น และไม่ใช่ศาสนาเดียวที่พวกเรานับถือ จนถึงทุกวันนี้ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่นับถือศาสนาเลยหรือนับถือศาสนาอื่นๆตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 กลุ่มแบ่งแยกดินแดนและกลุ่มลัทธิสุดโต่งทางศาสนาทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ใช้ทฤษฎีแนวคิดการรวมเติร์ก (Pan-Turkism) และแนวคิดการรวมอิสลาม (Pan-Islamism) ที่อาณานิคมเก่าสร้างขึ้นมา โดยอ้างอย่างไม่มีเหตุผลว่าชนชาติอุยกูร์เป็นเจ้าของเดียวของซินเจียงเท่านั้น วัฒนธรรมชนชาติต่างๆของซินเจียงไม่ใช่วัฒนธรรมจีน ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาหนึ่งเดียวเท่านั้นของชนชาติต่างๆ ในซินเจียง และยั่วยุให้ชนชาติที่พูดภาษาเติร์ก (Turks) และนับถือศาสนาอิสลามรวมตัวกันเป็นพันธมิตรเพื่อสร้างประเทศที่รวมการเมืองและศาสนาเป็นหนึ่งเดียวกันที่เรียกว่า “เตอร์-กิสถานตะวันออก” (East Turkestan) โดยปฏิเสธประวัติศาสตร์ที่ชนชาติทุกชนชาติจีนร่วมสร้างประเทศจีนขึ้นมา และโห่ร้อง “ต้องคัดค้านชนชาติทุกชนชาตินอกเหนือจากชนชาติเติร์ก” ขจัด “พวกต่างศาสนา”ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 โดยเฉพาะตั้งแต่กรณี “9.11” ที่สหรัฐฯ เป็นต้นมา ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก และลัทธิก่อการร้าย ลัทธิสุดโต่งลุกลามไปทั่วโลก กลุ่มเตอร์กิสถานตะวันออกที่อยู่ภายในและภายนอกเร่งสมรู้ร่วมคิด โดยประกาศว่าจะก่อสงครามศักดิ์สิทธิ์ หรือญิฮาด (Jiad) เพื่อก่อตั้งประเทศเตอร์กิสถานตะวันออก โดยผลกระทบจากลัทธิแบ่งแยกดินแดน กลุ่มลัทธิก่อการร้ายซินเจียง กลุ่มลัทธิสุดโต่ง ได้ดำเนินกิจกรรมการทําร้าย สร้างความเสียหายแก่ความสงบสุขของซินเจียงอย่างมหาศาล ได้สร้างความเจ็บปวดในประชาชนชาวซินเจียงด้วย ตามสถิติเบื้องต้นตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปลายปี 2016 กลุ่มลัทธิสามกลุ่ม (ได้แก่ กลุ่มลัทธิก่อการร้าย กลุ่มแบ่งแยกดินแดนและกลุ่มลัทธิสุดโต่ง) ได้ก่อการร้ายหรือใช้ความรุนแรงนับพันครั้ง ทําให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากถูกทําร้ายและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ สร้างความเสียหายมหาศาลซึ่งมิอาจประเมินค่าได้“ยืนหยัดแนวความคิดของหลักนิติรัฐ และใช้วิธีบริหารด้วยหลักกฎหมายเป็นหลักการสําคัญในการปราบปรามลัทธิก่อการร้ายและลัทธิสุดโต่ง”ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ซินเจียงได้ขจัดกลุ่มแก๊งที่ใช้ความรุนแรงทั้งหมด 1,588 กลุ่ม จับกุมผู้ใช้ความรุนแรงและผู้ก่อการร้าย 12,995 คน ยึดอุปกรณ์ระเบิด 2,052 ชุด ระงับกิจกรรมทางศาสนาที่ผิดกฎหมาย 4,858 ราย มีผู้เกี่ยวข้อง 30,645 ราย และยึดสิ่งพิมพ์ศาสนาที่ผิดกฎหมาย 345,229 ชิ้นศูนย์ศึกษาอบรมเป็นหน่วยงานการศึกษาและอบรมที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีการทําสัญญากับผู้เรียน กําหนดเป้าหมายอบรม วิธีการผลิตบุคลากร มาตรฐานการสำเร็จการศึกษา วิธีสอบอย่างชัดเจน หลังผ่านการสอบแล้ว ผู้เรียนได้รับหนังสือประกาศนียบัตร ศูนย์ศึกษาอบรมมีหลากหลายหลักสูตร เช่น อักษรและภาษาที่ใช้ทั่วไปของประเทศจีน ความรู้ทางกฎหมาย ทักษะทางอาชีวศึกษา และขจัดลัทธิสุดโต่ง เป็นต้น มีอาจารย์ที่มีคุณภาพ อาจารย์สายวิชาชีพที่มีประสบการณ์ กําหนดแผนการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ จัดพิมพ์หนังสือตําราและเอกสารประกอบการสอน พัฒนาระบบการเรียนการสอน มีหลากหลายวิธีและรูปแบบการสอนตามกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การเรียนการสอนมีมาตรฐานและเป็นระบบ ในกระบวนการศึกษาอบรมนั้น จากการเรียนอักษรและภาษาที่ใช้ทั่วไปของประเทศจีนไปสู่ความรู้ทางด้านกฎหมาย แล้วค่อยไปเรียนทักษะวิชาชีพอย่างค่อยเป็นค่อยไปขณะนี้ที่ซินเจียงไม่ได้เกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงหรือก่อการร้ายมาเป็นเวลา 2 ปีกว่า รวมถึงคดีที่ส่งผลต่อความมั่นคง ความปลอดภัยสาธารณะลดน้อยลงอย่างมาก การแทรกซึมของลัทธิสุดโต่งถูกระงับอย่างมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยทางสังคมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ปี 2018 การท่องเที่ยวของซินเจียงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด รองรับนักท่องเที่ยวจีนและต่างประเทศกว่า 150 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติมี 2.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.78 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ยอดมูลค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยว 250,220 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.6 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในขณะเดียวกัน ซินเจียงยังให้ความสําคัญกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในการปราบปรามการก่อการร้าย เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในการปราบปรามการก่อการร้าย ดังนั้น ในด้านหนึ่งซินเจียงส่งเสริมการร่างกฎหมายการปราบปรามการก่อการร้าย เพื่อรับประกันการปราบปรามการก่อการร้ายบนพื้นฐานการบริหารด้วยหลักกฎหมายและปราบปรามกิจกรรมการก่อการร้ายถูกต้องตามกฎหมายอีกด้านหนึ่ง ป้องกันมิให้ไปจํากัดหรือละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวซินเจียงเนื่องจากการปราบปรามการก่อการร้าย เพื่อสร้างหลักประกันให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพอย่างกว้างขวาง สามารถใช้ชีวิตปกติสุข การปราบปรามการก่อการร้าย และต่อสู้เพื่อขจัดลัทธิสุดโต่งในซินเจียงของจีนเป็นส่วนสําคัญของการปราบปรามการก่อการร้ายสากล ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างคุณูปการสําคัญต่อการปราบปรามการก่อการร้ายทั่วโลก.จูปิเตอร์