บ้านเตาถ่าน ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เดิมเป็นชุมชนคนมีอาชีพเผาถ่าน ใช้หุงต้มอาหารกับเป็นสินค้าลงเรือไปเร่ขายต่างถิ่น ต่อมาเตาไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มเข้ามาแทนที่ การดำรงชีวิต...คนเผาถ่านจึงค่อยๆสูญหายไปจากบ้านเตาถ่าน คงเหลือเพียงวิถีที่ไม่ต่างสังคมทั่วๆไปที่บ้านเตาถ่านมีถนนสายหนึ่งชื่อ “พันปืน” เชื่อมกับ ถ.สุขุมวิท ตรงสามแยกสัญญาณไฟจราจร หน้าโรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน ซึ่งหากมาจากตัวเมืองพัทยาทางแยกจะอยู่ทางขวามือ หากมาจากตัว อ.สัตหีบ ทางแยกจะอยู่ทางซ้ายมือ จากสามแยกดังกล่าวเข้าไปตาม ถ.พันปืน ประมาณ 3.8 กม. ก็จะเป็นฐานที่ตั้งกรมสรรพาวุธทหารเรือ กองทัพเรือ...ฐานที่ว่านี้มีพื้นที่ส่วนหนึ่งติดทะเลตรงข้ามเกาะคราม แหล่งเพาะขยายพันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ และพื้นที่ตรงนั้นยังมีหาดทรายผืนยาวราว 1 กม. เรียก “หาด ส.”นัยว่าเป็นแหล่งดินสอพองมาก่อน ให้คนไทยไปท่องเที่ยวและพักผ่อนลงเล่นน้ำทะเลได้ โดยไม่อนุญาตให้คนต่างชาติทุกชาติภาษา ผ่านเขตหวงห้ามนี้เข้าไปโดยเด็ดขาด ที่นี่เอง...ตรงบริเวณก่อนถึงพื้นที่ทหารเรือ หรือราวๆ 800 ม.จากทางแยก ถ.สุขุมวิท จะเป็นด่านทหารเรือกองร้อย รปภ.5 ตั้งรักษาการณ์ ห่างออกมา 20 เมตรด้าน ซ้ายมือจะเห็นบ้านสวนปลูกใต้เงาไม้ร่มรื่น ถูกแต่งเติมจากที่อยู่อาศัยเป็นร้านอาหารชื่อ “ครัว ส.” บรรยากาศภายในประดับด้วยต้นมะม่วง กระท้อน และมะกอกขนาดใหญ่ปลูกให้ร่มเงา มีหนองน้ำ เลี้ยงปลาอยู่กลางสวน ร่มเย็นเหมือนอยู่บ้านสวนมากกว่าร้านอาหาร หิวววกันแล้ว “คุณชาย” ขอลุยโลดบุกเข้าไปคุยกับ ป้าสุรีย์ กลิ่นสุคนธ์ วัย 58 ปี ผู้เป็นเจ้าของบ้านและร้านครัว ส. เลขที่ 136/4 ม.8 เล่าว่า แต่เดิมมีอาชีพขายเสื้อผ้าอยู่หน้าวัดชัยมงคล พัทยาใต้ เพิ่งเลิกทำมา 4 ปี เพราะต้องกลับบ้านดึกๆดื่นๆ จึงกลับมาเป็นแม่บ้าน ใหม่ๆก็เหงาไม่มีอะไรทำ พอพบว่าสามารถดัดแปลงบ้านบนที่ดิน 3 ไร่ ทำร้านอาหารได้โดยไม่ต้องเช่าใคร อีกทั้งภายในรั้วบ้านก็มีพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษปลูกอยู่เต็มพื้นที่ มากพอที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบ และก็ถนัดเรื่องทำอาหารพื้นบ้านตะวันออก ที่เคยทำใส่ปิ่นโตให้พ่อแม่เอาไปกินช่วงออกไปทำสวน จึงตัดสินใจเปิดร้านครัว ส. โดยเป็นทั้งแม่ครัวทำอาหารเองบริการลูกค้าเองทั้งหมด“ลูกค้าจะมากินกันทั้งตอนกลางวันและหลังเลิกงาน ส่วนใหญ่เป็นทหารเรือขาประจำที่รับรู้เรื่องงานบริการซึ่งมักล่าช้า แต่ก็ทนรอได้โดยไม่ถือเป็นอุปสรรค ยกเว้นถ้าเป็นวันหยุดหรือหลังเลิกงาน ก็จะมี...เชอรี่ (สุวลักษณ์ กลิ่นสุคนธ์) ลูกสาววัย 38 ปี มาช่วยงานอีกแรงหนึ่ง” เปิดฉากเมนูจานแรกเป็นออเดิร์ฟ “เต้าหู้กับเกี๊ยวทอด” ป้าสุรีย์เผยเคล็ดลับความอร่อยให้ฟังว่าต้องทอดด้วยน้ำมันที่เร่งไฟแรงแล้วรีบเอาขึ้น เพื่อไม่ให้น้ำมันเกาะเนื้อเต้าหู้...ทำให้กรอบนอกนุ่มใน ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้ม คะเนจากรสที่ได้ชิมน่าจะใช้น้ำมะขามเปียกเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ ผสมเกลือ แล้วก็โรยหน้าด้วยถั่วลิสงตำกับใบสะระแหน่ ทำให้มีกลิ่นหอมชวนกิน...ถัดมาเป็นอาหารชวนชิมระดับแถวหน้าใครมาต้องสั่ง ก็คือ...ผัดไทยกุ้งสดอร่อยเด็ดแบบเฉพาะจานใครจานมัน...ไม่ว่าลูกค้าจะมาพร้อมๆกันกี่คนก็ตามแต่ หากสั่งผัดไทยพร้อมๆกันไม่ว่าจะกี่จาน ป้าจะขอผัดทีละจานเพื่อไม่ให้เส้นเกาะกันเป็นขยุ้มแข็งไม่อร่อยไม่น่ากินแน่นอนว่าเคล็ดลับความอร่อยคือวัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน...เต้าหู้ก็ใช้สดๆวันต่อวัน ไม่แช่ทิ้งค้างคืนเพราะรสชาติจะเปลี่ยน กุ้งก็ต้องสดจากเมืองจันท์ใช้น้ำมะขามเปียกกับน้ำตาลปี๊บเป็นเครื่องปรุงผัดกับหอมแดง เสิร์ฟพร้อม...ใบกุยช่าย ถั่วงอก ใบมะตูมแขก ใบมันปู ใบมะกอก หัวปลีกล้วยสด มะนาวสดซึ่งดีต่อใจต่อคนกินมากๆว่า...ทั้งหมดนี้เป็นวัตถุดิบที่ปลูกเองในสวนหลังบ้าน แล้วก็มาถึงอีกพระเอกความอร่อย “สะตอผัดกะปิกุ้งสด” กลิ่นรสสะท้อนหัวใจด้วยกลิ่นกะปิอย่างดีสั่งตรงมาจากระยองผัดปรุงรส น้ำผัดออกมาจะขาวใสสะอาด รวมร่างผสมกุ้งจากเมืองจันท์ พริกไทยตำ ส่วนสะตอจะใช้จากสวนระยองกับสุราษฎร์ธานีที่สลับฤดูกันออก...โดดเด่นด้วยเม็ดที่ใหญ่กรอบไม่เหม็นจนเกินไปกินกับข้าวสวยร้อนๆ...อร่อยเด็ดชัวร์ๆ ห้ามพลาดใครมาแล้วยังไงก็ต้องสั่ง ขอลองอีกหน่อยด้วยเมนูปลาโฉมงามทอดราดหน้าดอกโสน (สะ-โหน) บ้างก็เรียกว่า...ปลาผมนาง โฉมนาง ปลาพราน สดสุดๆด้วยชาวประมงสัตหีบจะออกหามาขายให้ แต่ช่วงไหนคลื่นลมแรงออกเรือไม่ได้ ปลาชนิดนี้ก็จะขาดตลาดไปด้วย ปลาโฉมงามดอกโสนที่ว่านี้นั้น....ถ้านำมากินกับน้ำพริกมะม่วงมีผักสดเป็นเครื่องเคียงก็จักอร่อยนักแล ไถ่ถามได้ความ เคล็ดลับความอร่อยเริ่มจากนำปลาโฉมงามมาทอดให้กรอบ แล้วใช้พริกแกงตำเอง มี...มะกรูด ข่า ตะไคร้ ใบยี่หร่า กระวาน...สมุนไพรภาคตะวันออกตำผสมเครื่องแกง โรยด้วยดอกโสนซึ่งมีให้เก็บในสวนได้ตลอดทั้งปี อื้อ...หือ รสชาติเนื้อปลานั้นสุดแสนจะกรอบหอมด้วยเครื่องสมุนไพร กลิ่นกระวาน...กับเครื่องแกงที่ร้อนและเผ็ดก็โชยออกมาได้อร่อยลงตัว สมกับเป็นต้นตำรับอาหารพื้นบ้านตะวันออกขนานแท้“บ้านเตาถ่าน” ยังมีเมนูต้องห้าม (พลาด) อีกมากมาย ไหนๆก็ไหนๆแล้วขออีกสักอย่าง “แกงป่ากะลามะพร้าวแบบน้ำขลุกขลิก” เรียกว่าทีเด็ดอีกแล้ว จัดด่วนๆมาคลุกกับข้าวสวย ตักพริกไทย...พริกชี้ฟ้าสวนกลั้วน้ำแกง ไม่ว่าจะเป็นแกงป่าเนื้อหรือหมูหั่นเป็นชิ้นๆก็นำมาปรุงได้ไม่ว่ากัน หรือใครจะสับ...สับแล้วรวนเพื่อให้เคี้ยวได้ง่ายก็ทำได้ ส่วนคนที่ชอบกินไก่กินปลาก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบผสมน้ำแกงขลุกขลิกได้อีกเช่นกัน ความแปลกของเมนูนี้อยู่ที่การใช้เปลือกอ่อนกะลามะพร้าว ที่อ่อนขนาดยังไร้เนื้อในผลมะพร้าว ซึ่ง...เมื่อแกงออกมาแล้วจะกรอบนุ่มชุ่มปากเวลาเคี้ยวส่วนเครื่องแกงที่ใช้ก็ได้จากสมุนไพรสวนหลังบ้านอีกแล้วครับท่าน ทั้งตะไคร้ มะกรูด ผักชีไร่แห้ง พริกไทย-พริกขี้หนูสด โขลกให้ละเอียดจนแหลกเป็นเครื่องแกงเนื้อเดียวกัน ให้ดีต้องมีกระวานซึ่งมีกลิ่นหอมนำ อีกทั้งช่วยเพิ่มรสชาติที่เผ็ดร้อนเหมาะใช้แทนยาระบายได้ในบางกรณี เวลากินให้กินคู่กับไข่เจียวปู เพราะช่วยลดความเผ็ดร้อนได้ระดับหนึ่ง บางคนชอบกินคู่กับไข่ต้มสุกแบบยางมะตูม และที่ขาดไม่ได้คือผักสดเครื่องเคียงประเภทใบมันปู มะเขือพวง แตงกวา ถั่วฝักยาว และสะตอ เรียกว่า...ของมันต้องมีเอาล่ะครับถึงตรงนี้คุณชายการันตีตามคำกล่าวของป้าเจ้าของร้านที่ว่า...“อาหารทุกจานที่นี่ป้ายืนยันได้ว่า รสชาติเที่ยงแท้แน่นอนไม่มีผิดเพี้ยน แม้จะผัดจะปรุงทีละจานก็ตาม เพราะป้าได้เติมใจลงไปด้วยทุกจานมิให้ขาด...มันถึงได้อร่อย” ใครอยากไปลองความอร่อยเด็ด ร้านครัว ส. เขาเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด เริ่มให้บริการตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจนถึง 3 ทุ่ม บางเวลายืดหยุ่นให้ได้ถึง 4 ทุ่ม โทรศัพท์สอบถามกันล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 08–9517–2642 จะได้สมหวังสัมผัสความอร่อยกันได้ดังใจทุกคนนะครับ.คุณชาย 3