น่าเป็นห่วงว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความสับสน เมื่อประธานกรรมการ กกต. กล่าวถึงการที่อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ ประกาศจะเทคะแนนให้พรรคอื่น หรือรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งโหวตโน ว่าอาจผิดกฎหมายที่ห้ามไว้ชัด ให้ผู้เลือกตั้งตัดสินใจเอง ห้ามครอบงำ ชี้นำ ชักจูง จูงใจ จะบอกให้ใครทำอย่างนั้นอย่างนี้ กกต.จึงต้องตรวจสอบก่อนหน้านี้เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า บรรดาแกนนำพรรค ทษช. หาเสียงช่วยพรรคอื่นได้ แต่ต้องไม่ครอบงำพรรคอื่น กฎหมายพรรคการเมืองห้ามคนนอกควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมพรรค คำว่าครอบงำ ควบคุม มีความหมายชัดเจน แต่ “ชี้นำ” อาจกำกวม ต้องตีความอย่างเคร่งครัด ต้องไม่หมายถึงการ “จูงใจ” ปกติ แต่ชี้นำจนพรรคขาดความอิสระส่วนการจูงใจให้เลือกผู้สมัครหรือพรรคใด หรือไม่ให้เลือกผู้ใด ไม่ผิดตามกฎหมายการเลือกตั้ง การหาเสียงต้องจูงใจอยู่แล้ว แต่การจูงใจที่เป็นความผิด ได้แก่จูงใจด้วยการให้เงินหรือผลประโยชน์อื่น จูงใจด้วยการจัดแสดงมหรสพหรือการรื่นเริง จูงใจด้วยการขู่เข็ญหลอกลวง ใช้อิทธิพลคุกคาม หรือการใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมผู้สมัครส่วนการรณรงค์ให้โหวตโนก็ไม่ผิดกฎหมาย เพราะมาตรา 73 ของกฎหมายเลือกตั้งเขียนไว้ชัดเจนว่า “การชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใด” ทำได้ แต่ต้องไม่ชักชวนด้วยอามิสสินจ้าง หรือทำผิดข้อห้ามอื่นๆ กฎหมายไม่ได้ระบุว่า “ให้ผู้เลือกตั้งตัดสินใจเอง” ห้ามคนอื่นจูงใจ กฎหมายระบุด้วยว่า เขตเลือกตั้งใดมี “โนโหวต” มากกว่าคะแนนผู้ได้ที่ 1 ให้จัดเลือกตั้งใหม่อดีตผู้สมัครและแกนนำพรรค ทษช. ที่ไม่ใช่กรรมการบริหาร ไม่ได้ถูกเพิกถอน สิทธิเลือกตั้ง เป็นพลเมืองเต็มตัว จึงมีสิทธิและเสรีภาพเหมือนประชาชนทั่วไป นั่นก็คือเสรีภาพในการพูด การแสดงความคิดเห็น การรณรงค์ให้เลือกใครหรือไม่เลือกใคร เพียงแต่ว่าจะต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย จะหาเสียงให้ใคร หรือรณรงค์โหวตโน ต้องจูงใจตามปกติ ไม่จูงใจแบบผิดกฎหมายส่วน “การเทคะแนน” ไม่ได้เขียนไว้ในกฎหมาย แต่ถ้าพูดตามแบบชาวบ้าน ก็คือการหาเสียงอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ใช่หาเสียงให้เลือกผู้สมัคร หรือเลือกพรรคของตน แต่ให้เลือกคนที่ตนรักและพรรคที่ชอบพรรคใดพรรคหนึ่ง เนื่องจากผู้สมัครและพรรคของตนถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง ส่วนการรณรงค์โหวตโนก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยมีมาแล้วในการเลือกตั้งของไทย ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามในโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งนี้ มีการร้องเรียนการหาเสียงมากมาย กกต. น่าจะสนใจตรวจสอบเรื่องใหญ่ๆ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เช่น เรื่องที่มีการกล่าวหาว่ามีการแจกเงินโดยพรรคการเมืองบางพรรค ในบางจังหวัดในภาคอีสานหลังการปราศรัยหาเสียง หรือการนำเที่ยวซื้อเสียงล่วงหน้า ล้วนเป็นความผิดกฎหมายที่ร้ายแรงกว่า.