กรรม…มาจากผลแห่งการกระทำเป็นหลักธรรมคำสอนทางศาสนาพุทธที่สอนให้ทำความดีละเว้นความชั่วทั้งปวงล้วนมาจากผลแห่งการกระทำทั้งสิ้นเพียงแต่กรณี “ยุบพรรค” ไทยรักษาชาตินั้นมาจากคนสั่งให้คนทำ เมื่อไปกระทำเข้าก็จะเกิดผลอย่างที่เห็นๆกันอยู่ศาลรัฐธรรมนูญโดยตุลาการทั้ง 9 ท่าน ได้พิจารณาจากคำร้องของ กกต.ที่เห็นควรให้มีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ เพราะมีการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกทั้งเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมืองด้วยประเด็นสำคัญ 2 ประเด็นนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงพิจารณาตามที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยกรณีเสนอชื่อบุคคลสำคัญให้อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯในนามพรรคศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมา 3 ประเด็น1.เนื่องจากมีการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขขัดกับหลักการต่อประเพณีการปกครองของไทย ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง มีความเป็นกลางทางการเมืองการกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดจึงมีคำสั่งให้ “ยุบพรรค” ด้วยมติเป็นเอกฉันท์2. การกระทำผิดดังกล่าวนั้นอาจจะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง แต่ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง และยังน้อมรับพระบรมราชโองการตั้งแต่ต้นจึงมีมติ 6-3 เสียง ให้กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปีถือว่าศาลท่านยังปรานีด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเป็นเวลา 10 ปี ทั้งที่มีโทษสูงสุดถึงเพิกถอนสิทธิตลอดชีวิต3. มติเอกฉันท์ห้ามกรรมการบริหารพรรคร่วมจัดตั้งพรรคการเมือง เป็นกรรมการบริหารพรรค และมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นเวลา 10 ปีนี่เป็นเพียงบทสรุปเท่านั้น แต่คำวินิจฉัยทั้งหมดนั้นมีรายละเอียดที่ทำให้เห็นภาพทั้งหมดจากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอันว่าพรรคไทยรักษาชาติถูก “ยุบพรรค” ซึ่งไม่ใช่ผลแค่กรรมการบริหารเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผู้สมัครของพรรคทั้งแบบแบ่งเขตและปาร์ตี้ลิสต์ที่จะไม่สามารถเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคในการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.62เหตุผลการยุบพรรคและไม่สามารถไปร่วมกับพรรคการเมืองอื่น เนื่องจากพ้นเวลา 90 วัน ที่จะต้องสังกัดพรรคการเมืองหากยังมีผู้ลงคะแนนให้ผู้สมัครพรรคการเมืองนี้ก็ถือว่าเป็นโมฆะว่าไปแล้วผลแห่งการถูกยุบพรรคไทยรักษาชาติครั้งนี้ ล้วนมาจากเหตุอย่างเดียวคือ ต้องการเอาชนะทางการเมืองโดยไม่ได้ใช้สติคิดว่าการกระทำดังกล่าวนั้นสมควรหรือไม่เอาประเด็นที่บุคคลชั้นสูงได้ประกาศลาออกจากฐานันดร-ศักดิ์แล้วตีความเข้าข้างตัวเองว่า สามารถกระทำได้ทั้งๆที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทยเพราะขัดต่อการปกครองและประเพณีปฏิบัติของไทยบรรดากรรมการบริหารพรรคได้ถูกสั่งให้ดำเนินการตามความต้องการ ซึ่งว่าไปแล้วคงมีเพียงบางคนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้จะเห็นหรือไม่เห็นอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธ “คำสั่งลับ” นั้นได้ เพราะว่าไปแล้วพรรคในเครือข่ายนี้ล้วนต้องฟังคำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้แต่ชอบอ้างว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย...นี่ก็เป็นคำตอบหนึ่ง?“สายล่อฟ้า”