การสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีทั้งการสมัครเป็นรายเขตเลือกตั้ง 350 เขต การสมัครเป็นบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคไม่เกิน 150 คน (ส่งไม่ถึงก็ได้) พร้อมกับบัญชีรายชื่อผู้ที่พรรคการเมืองจะเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีพรรคละไม่เกิน 3 คนก่อนหน้านี้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ มีมติ ครม.เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ออกมาให้ ข้าราชการ และ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยมีสาระ สำคัญดังนี้เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ได้เป็นประธานในการประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 โดยมีสำนักงาน กกต. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) สลค. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาลโดยที่ประชุมเห็นว่า เพื่อให้แนวทางในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเพื่อเป็นการป้องกันและขจัดการซื้อสิทธิขายเสียงอันถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ ที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันว่าสมควรยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2543 วันที่ 9 ตุลาคม 2550 และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2551 และกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเสียใหม่ ในส่วนเกี่ยวกับการให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้1.ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่และลูกจ้างในสังกัดของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นๆของรัฐ ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อได้รับการร้องขอจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง2.ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่และลูกจ้างในสังกัดทุกประเภท ทุกระดับ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นวางตัวเป็นกลางทางการเมือง3.นับแต่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป จนถึงวันเลือกตั้งการแต่งตั้ง (โยกย้าย) ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทุกประเภทและทุกระดับทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้พิจารณาเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง4.ให้ข้าราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานของรัฐ ให้การสนับสนุนสถานที่เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้งอำนวยความสะดวกอื่นๆที่เกี่ยวข้อง5.ให้หน่วยงานทุกฝ่ายตามข้อ 4 สนับสนุนเกี่ยวกับสถานที่ปิดประกาศ และที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เพียงพอและเท่าเทียมกัน6.ให้มีการสนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจ พลเรือน และอาสาสมัครด้านความปลอดภัยเพื่อให้การคุ้มครองประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้รับความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดนี้เป็นมติ ครม.ที่ออกมาเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้งครั้งนี้.“ซี.12”