เตรียมเข็นต่อสู่มาตรฐานอาเซียนเมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (ก.พ.ป.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ให้ความเห็นชอบมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ โดยใช้เป็นมาตรฐานกลางของประเทศแทนมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติเดิม และสั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องพิจารณานำมาตรฐานฉบับใหม่ไปใช้เป็นแนวทาง ในการส่งเสริมสนับสนุนและประเมินผล เพื่อยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่อยู่ในกำกับให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน และให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและรายงานต่อ ก.พ.ป. เป็นระยะ หรืออย่างน้อยปีละครั้ง สกศ.ในฐานะเลขานุการ ก.พ.ป. จึงได้จัดทำคู่มือมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัยใน 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกรุงเทพมหานครเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม“มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติไม่ได้สูงเกินไป แต่ยอมรับว่าอาจมีสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยหลายแห่งที่ต้องได้รับการปรับปรุงและเติมเต็ม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับการกำกับติดตามมาตรฐานตามมติ ครม.นั้น สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้ได้มาตรฐานภายใน 1-2 ปี โดยต้องมีแผนและกลไกการดำเนินงานที่ชัดเจน รวมทั้งการสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งจะเน้นความร่วมมือมากกว่าที่จะมีมาตรการลงโทษ”พล.อ.อ.ประจินกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม การมีมาตรฐานกลางในระดับประเทศคงไม่พอ เราจะต้องมีมาตรฐานกลางในระดับอาเซียนด้วย ขณะนี้ประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้เห็นชอบที่จะมีมาตรฐานกลางอาเซียน ส่วนประเทศที่เหลืออยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งเรื่องนี้จะต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป.