เพราะกฎหมายความเร็วที่ใช้ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับสภาพท้องถนน และสภาพรถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นเหตุให้มีคนฝ่าฝืนกฎจราจร ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จึงได้ยกร่างแก้ไขกฎหมายใหม่ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นงานนี้ความเร็วจะเพิ่มหรือลดอย่างไร พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะคณะทำงานปรับปรุงกฎหมายจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบ--------------------ถาม-วัตถุประสงค์การแก้ไขกฎหมายพล.ต.ต.เอกลักษณ์-เหตุผลการแก้กฎกระทรวงเรื่องความเร็ว สืบเนื่องจากมติ ครม.วันที่ 13 มี.ค.2561 ให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พิจารณาแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการใช้งานปัจจุบัน รวมถึงสภาพรถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยที่ผ่านมา กฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ปี 2522 ระบุความเร็วในเขตเทศบาลไม่เกิน 80 กม./ชม. นอกเขตเทศบาลไม่เกิน 90 กม./ชม. ในเขต กทม. และอื่นๆ กำหนดที่ 80 กม./ชม. อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสภาพถนนและรถยนต์เปลี่ยนแปลงอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น บนทางด่วนกำหนดความเร็ว 80 กม./ชม. คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ จึงทำให้มีการฝ่าฝืนจำนวนมาก รัฐบาลจึงให้ไปปรับให้สูงขึ้น ให้คนยอมรับได้และอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย หลังจากนั้นจึงควบคุมคนไม่ยอมรับกติกาของรัฐจากการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง โดยศึกษาข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ มีความเห็นว่า จากเดิมที่ยึดหลักการจำกัดความเร็วแบบ Default Speed โดยกำหนดเป็นค่าที่ตั้งไว้ ให้เปลี่ยนมาเป็นแบบ Design Speed คือ ให้กำหนดความเร็วที่แตกต่างกันตามสภาพถนน เช่น ผ่านจุดตัด ทางแยก ลดความเร็ว ถ้าเป็นทางตรง ยาว ปรับความเร็วให้สูงขึ้นตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซียกำหนดความเร็วแบบนี้ ประชาชนยอมรับ ถ้าใครฝ่าฝืนจะมีโทษรุนแรง ส่วนใหญ่คนจึงไม่ฝ่าฝืน ทั้งนี้ ล่าสุดกรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยอมรับความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติแล้วถาม-กำหนดความเร็วไว้อย่างไรบ้างพล.ต.ต.เอกลักษณ์-จะให้เจ้าของถนนเป็นคนกำหนดความเร็ว โดยกฎกระทรวงฉบับใหม่จะเขียนไว้กลางๆ ไม่ต้องปรับแก้บ่อยๆ ส่วนปลีกย่อยหากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอำนาจเจ้าของถนนจะเป็นคนกำหนด เช่น บนทางด่วนให้การทางพิเศษฯมีกฎหมายเฉพาะปรับแก้ได้ ทางหลวงแผ่นดินให้กรมทางหลวงใช้อำนาจตามมาตรา 5 พ.ร.บ.ทางหลวง ปรับแก้ได้ เป็นต้นทั้งนี้ จะกำหนดความเร็วตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เป็นค่ามาตรฐานกลาง ถ้าถนนไหนมีกติกาพิเศษ ให้เจ้าของถนนเป็นคนกำหนด เบื้องต้นกำหนดว่า ทางพิเศษ รวมถึงทางด่วน ทางยกระดับโทลล์เวย์ ในเขตกรุงเทพฯและรอยต่อ ทางยกระดับ 100 กม./ชม. ทางพิเศษพื้นราบ 110 กม./ชม. ทางหลวงแผ่นดิน มี 4 ช่องจราจร มีเกาะกลางชัดเจน 100 กม./ชม.ทางหลวงเกิน 6 ช่องจราจร 110 กม./ชม. ถ้าเป็นทางวิ่งสวนไม่มีเกาะกลาง 90 กม./ชม. ชุมชนลดความเร็ว บางส่วนที่เหมาะสมอาจจะเพิ่มขึ้น บางส่วนไม่เหมาะสมจะลดลงนอกจากนี้ ตัดคำว่า “เทศบาล” ออก เพราะปัจจุบันบางจุดเป็นเทศบาลแต่ไม่ใช่ชุมชน บางจุดไม่ใช่เทศบาลแต่เป็นชุมชน จึงเปลี่ยนคำจำกัดความใหม่ เป็น ในเขตชุมชน กับ นอกเขตชุมชน โดยให้คำนิยามศัพท์คำว่า ชุมชนเป็นอย่างไร เพื่อให้ละเอียดและครอบคลุมมากขึ้น โดยกำหนดตามการอยู่อาศัย จราจรแออัด คนพลุกพล่าน จุดตัดทางร่วมทางแยก ถือว่าเป็นเขตควบคุมความเร็ว ถ้าถนนโล่ง แม้อยู่ในเขตเมือง เทศบาล แต่ว่าออกแบบช่องทางให้รถเดินทางด้วยความเร็ว ไม่มีจุดตัด ไม่มีคน ใช้ความเร็วได้ เมื่อกฎกระทรวงฉบับนี้ออกมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปทำรายละเอียดรองรับให้ได้มาตรฐานเดียวกันถาม-คาดว่าจะใช้ได้เมื่อไหร่พล.ต.ต.เอกลักษณ์- ขณะนี้รอหนังสือยืนยันจากกรมทางหลวง จากนั้นจะสรุปเสนอ พล.ต.ท.ดำรง-ศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบงานจราจร รายงาน ผบ.ตร.ทราบให้ทันภายในเดือน ม.ค.นี้ ถ้าเห็นด้วยไม่มีการปรับแก้ไข ก็จะเสนอนายกรัฐมนตรี หากมีข้อเสนอแนะก็อาจจะนำกลับมาปรับแก้ไขอีกครั้ง หากเห็นชอบก็จะเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจความถูกต้อง และส่งกลับให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อนประกาศใช้ต่อไป กรอบเวลาการบังคับใช้ สตช.อยากให้ใช้โดยเร็ว แต่มีข้อจำกัดที่เจ้าของถนนต้องติดตั้งป้ายเพิ่มและเพียงพอให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามได้ คาดว่าภายในปี 2562 จะสามารถนำมาใช้บังคับได้.