ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนนั่นน่าจะเป็นความจริงทางการเมืองอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในโลกกลมๆใบนี้ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายที่ว่านั้นคืออะไรแน่โลกยุค “ทุนนิยมเสรี” ยึดถือผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ความแน่นอนหรือไม่แน่นอนนั้นจึงถูกวางกรอบเอาไว้ที่เรื่องนี้เป็นหลักเมื่อเกิดการแข่งขัน เอากำไรเป็นที่ตั้ง อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ทุกวันนี้นำไปสู่การเอารัดเอาเปรียบทำให้มองเห็นแนวโน้มชัดขึ้นว่ากำลังไปสู่การพังทลายของระบบเศรษฐกิจในลักษณะนี้เป็นที่ปรากฏในหลายประเทศอีกไม่นานคงได้เห็นกันพรรคการเมืองไทยก็อยู่ในครรลองแบบนี้เช่นกัน แม้แต่ตัวเลขการได้มาซึ่ง ส.ส.ของพรรคการเมืองต่างๆบางพรรคบอกว่าจะได้ ส.ส. 70-80 คน ก็ยังกล้าบอกว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ในใจที่รู้เองนั้นคือได้สัก 10-15 เสียงก็เต็มกลืนแล้วผมว่าวันนี้ในทางการเมืองที่น่าลุ้นนอกจากตัวเลข ส.ส. ของแต่ละพรรคจะได้เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญอันหมายถึงพรรคการเมืองไหนจะมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลแต่การเมืองในยุคกติกาใหม่นั้นยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในทางการเมือง เมื่อมีการให้สิทธิพรรคการเมืองสามารถเลือกบุคคลที่จะให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เพื่อเสนอให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบประชาชนจะมีสิทธิมีส่วนร่วมการเลือกนายกฯด้วยทุกพรรคการเมืองสามารถเสนอรายชื่อให้เป็นนายกฯพรรคละ 3 คน โดยจะต้องแจ้งชื่อให้ กกต.นำไปดำเนินการด้วยการประกาศรายชื่อล่วงหน้าก่อนจะปิดรับสมัคร ส.ส.นั่นเท่ากับว่าทุกคนจะรู้ดีว่า พรรคการเมืองไหนจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ก่อนที่จะหย่อนบัตร ซึ่งน่าจะเป็นองค์ประกอบก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน นักการเมืองคนไหนซึ่งจะเป็นความแตกต่างทางการเมืองอันน่าจะเป็นเหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการเมือง เพราะโดยปกติแล้วพรรคการเมืองทุกพรรคต่างก็มีหัวหน้าพรรคนำทัพเข้าสู่การเลือกตั้งจึงชี้นิ้วไปที่เขาได้ว่า หากเป็นแกนนำรัฐบาลก็จะได้เป็นผู้นำรัฐบาลแต่การเมืองไทยมีแปลกๆก็คือ พรรคเพื่อไทยไม่มีความชัดเจนในความเป็นผู้นำพรรค เพราะหัวหน้าพรรคส่วนใหญ่จะเป็น “นอมินี” เท่านั้นแต่ผู้ที่เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง กลายเป็นเจ้าของพรรคตัวจริง ซึ่งมีอำนาจ การตัดสินใจ และสั่งการทุกอย่าง“หัวหน้าพรรค” ที่ตั้งกันนั้นจึงเป็นเพียงแค่ซีอีโอ ที่จะต้องรับคำสั่งจากเจ้าของพรรคเท่านั้นไม่มีอำนาจที่แท้จริงพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติที่ตั้งขึ้นใหม่ ต่างล้วนเป็นพรรคภายใต้สังกัดของ “ทักษิณ” ทั้งสิ้นที่น่าสังเกตุก็คือ หัวหน้าพรรคของทั้ง 2 พรรคที่ถูกตั้งขึ้นมานั้นล้วนทราบกันดีว่าเป็นเพียงแค่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้มีหัวหน้าตามกฎหมายเท่านั้นทำให้สามารถบอกล่วงหน้าได้ทั้ง 2 พรรค จะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ แม้พอจะมองเห็นตัวตนบ้างที่พอจะมีโอกาสแต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอนพอที่จะการันตีอะไรได้.“สายล่อฟ้า”