ปชป.ปูดมีซื้อเสียงแล้ว ‘ลักไก่’ แจกถังขยะกทม. รบ.ลุยอวด 40 สวัสดิการกกต.ถอยลงมติเอกฉันท์ยอมให้ใส่หมายเลข-ชื่อ-โลโก้พรรคลงบัตรเลือกตั้ง “จรุงวิทย์” ตีกันองค์กรนานาชาติร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง อ้างมีเครือข่าย กกต.ต่างแดนอยู่แล้ว “ประยุทธ์” ชิ่งปมร้อน โยน 7 เสือชี้ขาด ย้ำประเทศไทยต้องแก้ปัญหาของเราเอง ระดมจัดอีเวนต์ใหญ่ตีปี๊บสวัสดิการรัฐ ขั้วการเมืองรุมกินโต๊ะต่อ ปชป.หยันกัมพูชายังกล้าโชว์ ขย่ม 3 จุดล้มเหลวรัฐบาลคสช. ปูดนอมินีทหารเหิมซื้อเสียงล่วงหน้า-แจกถังขยะ กทม. พท.เหน็บเจ็บพวกผีกลัวแสง กลัวการตรวจสอบ “เจ๊หน่อย” โวยอย่าจุ้นบีบองค์กรอิสระบิดเบี้ยว คาใจ กกต.ล็อกพื้นที่ติดป้ายหาเสียง “เหวง” แขวะหวั่นถูกประจานทั่วโลก “เพื่อชาติ” แนะรัฐบาลกู้เครดิตส่งเทียบเชิญเอง “สมศักดิ์” ปัดวุ่นไม่เคยต่อรองเก้าอี้ รมต.กรณีพรรคการเมืองรุมถล่มว่ารัฐบาล พยายามสกัดกั้นไม่ให้องค์กรระหว่างประเทศ เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง เพราะเกรงกลัวจะถูกตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสยังคงเป็นกระแสร้อนทางการเมือง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โยนให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณา แต่ยังคงย้ำว่าประเทศไทย ต้องแก้ปัญหาภายในของเราเองให้ได้“บิ๊กตู่” บ่นปัญหาเยอะแต่จะไม่เครียดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานนิทรรศการและประชุมเสวนาในโอกาสครบรอบ 10 ปี โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน มูลนิธิทุนการศึกษาพระ ราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร (ม.ท.ศ.) โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรีในฐานะกรรมการ ม.ท.ศ. ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมงานจากนั้นนายกฯได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เยาวชนกับการพัฒนาประเทศ” ตอนหนึ่งว่าขอทุกคนน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศ ขอทุกคนไม่ต้องเครียดแม้เรียนหนังสือหนัก ยิ้มแย้มแจ่มใสแบบนายกฯที่วันนี้พยายามไม่เครียดในทุกเรื่อง แม้จะมีปัญหามากมาย ขอทำต่อไปให้ดีที่สุดอย่าดึงการเมืองมาโจมตีรัฐบาลนายกฯกล่าวอีกว่า กำลังแก้ปัญหาเก่าเดินหน้าสู่เรื่องใหม่ๆที่เรียกว่าการปฏิรูปประเทศ มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นไฮเวย์ ที่ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ ไม่อาจจะพูดอะไรได้มากในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงความเคลื่อนไหวทางการเมือง วันนี้ประชาธิปไตยเดินหน้า ไม่อาจชี้นำเรื่องเหล่านี้ได้ เรากำลังเปลี่ยนผ่าน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และคนที่จะมาเป็นนายกฯวันข้างหน้าต้องปรับตัว รัฐธรรมนูญมีอยู่แล้ว กฎหมายมีทุกตัว การกระจายอำนาจ เลือกตั้งท้องถิ่นมีอยู่ สำคัญต้องร่วมกันสนองพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบสานศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้พลังจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ 4 ปี มาแล้วเราทำงานเต็มที่ ตนพูดในนามรัฐบาล ไม่เกี่ยว พรรคการเมือง รัฐบาลคือรัฐบาล การเมืองคือการเมือง คนละเรื่อง การเมืองต้องไปว่ากันข้างนอก อย่ามา ตีกันไปกันมา ขอให้ทุกคนระลึกถึงเสมอ ไม่มีใครมาแก้ปัญหาให้เราได้ นอกจากพวกเรากันเอง ต้องรักษาและเคารพกฎหมาย กฎหมายทำไว้ให้ทุกคน อย่าบอกว่ากฎหมายเอื้อให้คนโน้นคนนี้ ไม่ได้เข้าข้างใครอยู่แล้ว โยน กกต.ชี้ขาดผู้สังเกตการณ์ ลต.จากนั้นนายกฯเดินลงจากเวทีมาทักทายผู้เข้าร่วมงานได้ชูมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูพร้อมกับกล่าวว่า “สวัสดีทุกคน ถ้ารักประเทศไทยต้องรักคนไทยทุกคน” ต่อมาเวลา 10.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่องค์กรต่างประเทศ อยากเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งของไทยในวันที่ 24 ก.พ.62 ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พูดไปแล้วว่าประเทศไทยเราต้องแก้ปัญหาของเราเองให้ได้ ต้องให้โปร่งใส แสดงความเชื่อมั่นให้เขาดู ไม่ใช่จะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างหนึ่งหรืออย่างเดียว เราต้องแสดงความร่วมมือให้เขาเชื่อมั่นให้ได้ อยู่ที่พวกเราทุกคน เมื่อถามว่า ถ้าองค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งก็ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายกฯปฏิเสธตอบคำถาม กล่าวเลี่ยงว่าไม่เอา เดี๋ยวนี้พูดอะไรต้องระวัง ไม่อยากพูดเรื่องการเมือง ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องการเมืองไปจัดอีเวนต์ใหญ่ตีปี๊บสวัสดิการรัฐนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า วันที่ 19 ธ.ค. เวลา 14.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกฯจะเป็นประธานเปิดงาน “สร้างสุขทุกช่วงวัย : สวัสดิการแห่งรัฐ” เนื่องจากสวัสดิการของภาครัฐที่ดูแลประชาชนปัจจุบันมีอยู่มากกว่า 40 ประเภท จึงจัดงานให้ประชาชนทราบสวัสดิการที่ตัวเองได้รับ ทั้งยังจะสาธิตระบบ e-welfare ของกรมบัญชีกลาง ที่ประชาชนตรวจดูได้ว่ารับสวัสดิการอะไรอยู่บ้าง โดยจะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือข้อมูลสวัสดิการภาครัฐระหว่างหน่วยงานของ 11 หน่วยงานสั่ง พม.เอกซเรย์เด็กถูกทิ้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่านายกฯสั่งการด่วนให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความช่วยเหลือ เด็กชายวัย 10 ขวบ และน้องชายวัย 1 ขวบ 5 เดือนที่ถูกทิ้งไว้ในบ้านเช่าใน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ พร้อมทั้งติดตามหาแม่ของเด็กทั้ง 2 คน หลังมีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย นายกฯกำชับให้ทุกจังหวัดเอกซเรย์ตรวจสอบในพื้นที่ว่ามีผู้ยากไร้โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ถูกทอดทิ้งไว้ลำพังหากพบให้เร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขอให้ผู้ที่พบเห็นผู้ยากไร้หรือด้อยโอกาสแจ้งข้อมูลไปยังรัฐบาล หรือหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือทันทีรีบประโคมข่าวราคายางขยับขึ้นนายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า นายกฯได้รับรายงานจากกระทรวงเกษตรฯว่า ขณะนี้ราคายางพาราเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเป็นทิศทางเดียวกับตลาดล่วงหน้าต่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ราคายางแผ่นดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 39.64 บาทต่อกิโลกรัม หลังก่อนหน้านี้เฉลี่ยต่ำสุด 38.07 บาทต่อกิโลกรัม ราคายางแผ่นรมควันเฉลี่ยอยู่ที่ 43.19 บาทต่อกิโลกรัม จากเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 40.30 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจัยสนับสนุนให้ราคายางมีแนวโน้มดีขึ้นส่วนหนึ่งมาจากมาตรการเร่งด่วนของภาครัฐ ทั้งโครงการบรรเทาความเดือดร้อน เกษตรกรชาวสวนยาง โครงการสร้างถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร โครงการส่งเสริมสถาบันเกษตรกรให้มีบทบาทรักษาเสถียรภาพราคายาง รวมทั้งกรณีราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการยางในประเทศมีความต้องการยางอย่างต่อเนื่อง นายกฯเร่งรัดทุกหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและพอใจที่ราคายางเริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว “จรุงวิทย์” อ้างมีเครือข่าย กกต.อยู่แล้วเมื่อเวลา 13.30 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีที่นายกฯ ระบุว่า การพิจารณาให้องค์กรต่างประเทศมาสังเกตการณ์เลือกตั้งของไทยเป็นหน้าที่ของ กกต.ว่า กกต.ต้องพิจารณาอยู่แล้ว ที่ผ่านมา กกต.จะมีเครือข่ายของ กกต.ในแต่ละประเทศ มีการประสานงานกันอยู่ เช่น กกต.มาเลเซีย เกาหลีใต้ เมื่อประเทศเหล่านี้มีการเลือกตั้งจะเชิญ กกต.ไทยไปร่วมสังเกตการณ์ แต่องค์กรระหว่างประเทศที่จะมาสังเกตการณ์เลือกตั้ง กกต.คงต้องดูแนว นโยบายอีกครั้ง หากร้องขอมา กกต.คงต้องพิจารณาอึกอักขอหาข้อมูล ตปท.สังเกตการณ์เมื่อถามว่าในอดีตองค์กรระหว่างประเทศขอเข้ามาดูเรื่องสังเกตการณ์เลือกตั้ง ต้องขอผ่านกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ และเคยให้องค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งอย่างไรบ้าง เลขาธิการ กกต.กล่าวว่าไม่ทราบ ต้องหาข้อมูลก่อน ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งคาดว่า กกต.จะพิจารณาและมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ปชป.หยันขนาดกัมพูชายังกล้าโชว์เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ฝ่ายต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายดอน ปรมัติถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระบุไม่อนุญาตให้องค์กรสังเกตการณ์ การเลือกตั้งต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทยที่จะมีขึ้นว่า รัฐบาลควรเปิดให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง เพราะขนาดกัมพูชายังเปิดโอกาสให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์ ไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนในโลกมาสกัดกั้นไม่ให้มีการสังเกตการณ์ขององค์กรต่างชาติ เว้นเสียแต่ประเทศซีเรียและลิเบีย ที่มีสถานการณ์เฉพาะกาล ที่รัฐบาลไม่ต้องการให้องค์กร ระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง ต้องถามว่า มีอะไรซ่อนไว้ใต้พรมหรือไม่ ถึงไม่อยากให้ต่างชาติเข้ามา ถ้ารัฐบาล คสช.บริสุทธิ์ใจควรเปิดกว้างให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง เพื่อจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นการยอมรับในเวทีโลก “ชินวรณ์” ขยี้ซ้ำสุจริตกลัวอะไรนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การจะห้ามต่างชาติเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ถ้าไม่มีอะไรที่จะไม่สุจริต ไม่เห็นต้องไปกลัวอะไร ควรสนับสนุนด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่ต่างประเทศ ควรเชิญนักศึกษาที่ใช้สิทธิเป็นครั้งแรกร่วมสังเกตการณ์ด้วย ทุกคนเชื่อใน กกต.เป็นองค์กรอิสระ แต่การถูกตั้งข้อสังเกตมาจากพฤติกรรมบางอย่าง อาทิ การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ กกต.ทั้ง 7 คนต้องสร้างมาตรฐานความสุจริตแต่ยังไม่เห็น กกต.ขยับออกไปแจ้งวิธีการหรือติดอาวุธทางปัญญาให้ชาวบ้านรู้วิธีการจัดสนามเลือกตั้งให้เที่ยงธรรมเลยขย่ม 3 จุดล้มเหลวรัฐบาล คสช.นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงสะท้อนปัญหาการบริหารประเทศ 4 ปีของรัฐบาลว่ารัฐบาลชุดนี้แก้ไม่ตก 3 เรื่องคือ 1.การทุจริตคอร์รัปชัน แม้อ้างว่ารัฐบาลก่อนหน้าคอร์รัปชันมากจนนำไปสู่การยึดอำนาจ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ปราบโกง แต่นายกฯกลับไม่ชัดเจนในการปราบปรามการทุจริต ชัดสุดคือการครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมยื้อมาปีกว่า ล่าสุดใช้มาตรา 44 ลดกฎเกณฑ์เงื่อนไขละเว้นบังคับใช้กฎหมาย ให้ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน รัฐบาลไม่มีจุดยืนยึดหลักการตรวจสอบป้องกันการทุจริตจริงตามที่พูด ตัวเลขการทุจริตสูงกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาแม้ไม่มีนักการเมืองบริหารเลย 2.ไร้ธรรมาภิบาล ตำหนิรัฐบาลในอดีต แต่ 4 รัฐมนตรี อาศัยเวลาก่อนเลือกตั้งเอาเปรียบพรรคอื่น ใช้นโยบายอ้างกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ยึดหลักยั่งยืน หวังผลคะแนนเสียง ขาดทั้งธรรมาภิบาลและมารยาททางการเมือง4 ปียังลำบากมาอีก ปชช.จะอยู่ยังไงนายธนากล่าวต่อว่า 3.แก้ปมเศรษฐกิจปากท้องไม่ได้ ตั้งแต่ปี 2557 พืชผลตกต่ำแทบทุกตัวแก้ไขรายวัน ขายผ้าเอาหน้ารอด ไร้มาตรการระยะยาว จนหนี้ครัวเรือนเพิ่มจาก 10.2 ล้านล้านบาท 4 ปีครึ่งหนี้ครัวเรือนพุ่งขึ้นเป็น 12.34 ล้านล้านบาท ยืนยันชัดเจนว่ารัฐบาลล้มเหลวสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ทำให้เศรษฐกิจชาติตกต่ำที่สุด ทั้งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จสั่งโยกย้ายข้าราชการได้หมด วันนี้ประชาชนจึงถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะเล่นการเมือง จะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศนี้ได้อย่างไร 4 ปีที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ยังแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลักของชาติไม่ได้เลย แล้วหลังเลือกตั้งเสนอตัวเป็นนายกฯประชาชนจะอยู่อย่างไร ช่วยตอบคำถามนี้ด้วยเฉ่งนอมินี คสช.แจกเพลินบัตรคนจนด้านนายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายกฎหมายและมวลชนสัมพันธ์แถลงว่าขณะนี้มีการเอาเปรียบของรัฐบาล เอื้อให้กับบางพรรคที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล โดยอาศัยโอกาสที่คนในรัฐบาลที่เป็นสมาชิกของพรรคใหม่พรรคหนึ่งจัดทำโครงการที่คล้ายชื่อพรรค แจกบัตรคนจน โดยรัฐบาลให้คนในพรรคดังกล่าวไปช่วยอย่างโจ๋งครึ่มในต่างจังหวัด ผ่านช่องทางของผู้นำชุมชน มีการรวบรวมบัตรประชาชน เพื่อรวมรายชื่อชาวบ้าน และกดดันให้เลือกบางพรรคให้เป็นตามเป้าประสงค์และผลประโยชน์ปูดซื้อเสียงล่วงหน้า-แจกถังขยะ กทม.รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่าล่าสุดมีข้อมูลว่าพรรคดังกล่าวอาศัยเอาทรัพย์สินราชการไปแจกจ่ายให้ผู้นำชุมชนผ่านหัวคะแนน เช่น พื้นที่ กทม. มีการนำถังขยะของ กทม.ไปแจกตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งที่หลายปีที่ผ่านมา กทม.อ้างว่าไม่มีงบจัดซื้อ แต่พอใกล้ช่วงเลือกตั้งกลับเอาถังขยะ กทม.ไปแจกโดยผ่านตัวแทนผู้สมัครบางพรรค ซ้ำยังพบมีการซื้อเสียงล่วงหน้าอย่างชัดเจนในบางพื้นที่ โดยผู้สมัครพรรคนั้นอาศัยช่องทางและรัฐบาลรู้เห็นเป็นใจ ข้อมูลทั้งหมดพรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมเพื่อเสนอต่อ กกต. และขอเรียกร้องให้ กกต.ลงมาดูแลเรื่องนี้ แม้จะยังไม่มี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง แต่ถือเป็นหน้าที่ของ กกต.จะบริหาร จัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม และยุติธรรมตามระบบประชาธิปไตย เพื่อให้นานาชาติยอมรับ “เจ๊หน่อย” ข้องใจ กกต.ล็อกที่ติดป้ายเมื่อเวลา 08.00 น. ที่ จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม ร่วมพิธีทำบุญเปิดอาคารสำนักงานสาขาพรรคลำดับที่ 4 จากนั้นได้ไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ก่อนเดินทางไปที่เอทู รีสอร์ท เลือกประธานและคณะกรรมการสาขาพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณี กกต.ให้ติดแผ่นป้ายหาเสียง A3 ในจุดที่กำหนดว่าไม่ใช่ปัญหาของพรรค เราโดนมาเยอะ อยากถามว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้คนออกมาใช้สิทธิมากที่สุด มีเหตุผลอะไรที่พยายามจะไม่ให้ข้อมูลข่าวสารถึงประชาชนอย่างแพร่หลาย กรณีห้ามใช้ภาพอดีตนายกฯและบุคคลภายนอกมาหาเสียงไม่เป็นปัญหา เขาบอกอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อเขา ไม่เป็นไร แม้กติกาเอารัดเอาเปรียบเราก็สู้ แต่ กกต.ต้องตอบว่าระเบียบที่ออกมานี้ เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งและคนใช้สิทธิอย่างไรขออย่าจุ้นใช้อำนาจจนบิดเบี้ยวเมื่อถามว่าต้องฝากไปยังรัฐบาลหรือหัวหน้า คสช.ให้จัดการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า วันนี้หัวหน้า คสช.ไม่ใช่คณะกรรมการกลาง ถ้าจะฝากคงบอกว่าอย่ามายุ่ง โปรดอย่าใช้อำนาจทำให้องค์กรอิสระต้องบิดเบี้ยว ต้องไม่ใช้อำนาจอิทธิพลเข้าไปแทรกแซงหน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อให้คุณแก่พรรคการเมืองที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ส่วนการวางตัวผู้สมัครของพรรคตอนนี้ได้เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วคาดว่าจะได้ข้อยุติวันที่ 18 ธ.ค. และรายชื่อนายกฯของพรรคจะเปิดตัวช่วงวันรับสมัครเลือกตั้ง“วรชัย” เหน็บเจ็บรัฐบาลผีกลัวแสงนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระบุไม่อนุญาตให้ต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศเข้าสังเกตการเลือกตั้งว่า วันนี้การแสดงออกของรัฐบาลโดยเฉพาะนายดอน ทำให้ประชาชนทราบว่าสังคมโลกจับตาการเลือกตั้งในไทย ครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเผด็จการ ที่อยู่ในอำนาจมากว่า 4 ปี ให้เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง หากรัฐบาลจริงใจและโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมตามที่อ้าง จะเข้ามาปฏิรูปการเมืองจริง เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เชิญชวนให้ต่างชาติมาดูการเลือกตั้งว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงหรือไม่ เพื่อนำไปสู่ความเชื่อมั่นของประเทศ หรือว่าเป็นผีที่กลัวแสงสว่าง กลัวจะถูกตรวจสอบ เพราะตั้งใจจะทำอะไรอยู่หรือไม่ ถ้าการเลือกตั้งไม่ได้รับการยอมรับจากคนไทยและต่างชาติปัญหาที่มีอยู่จะไม่มีวันหายไป รัฐบาลจึงต้องจัดการเลือกตั้งที่สุจริตเป็นธรรมและเปิดเผยต่อต่างชาติ การเปิดเผยการเลือกตั้งไม่ใช่การให้ต่างชาติมาแทรกแซงเรื่องภายในเหมือนที่กล่าวอ้างกัน พท.ปรับเรียนฟรีมีคุณภาพจริงนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ในฐานะผู้ร่างนโยบายการศึกษาของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเตรียมเปิดนโยบายการศึกษา มุ่งสร้างหลักประกันการศึกษาคุณภาพถ้วนหน้า เตรียมคนสำหรับศตวรรษที่ 21 เน้นเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพจริง ใช้งบประมาณทุกบาทต้องคุ้มค่า ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการศึกษาปฐมวัยหรือเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงอายุ 8 ขวบ มีเป้าหมายให้คนไทยมีสมรรถนะและทักษะด้านต่างๆ กำลังพิจารณาวิธีจัดสรรเงินให้ผู้ขาดแคลนที่ตรงเป้า ปรับปรุงศูนย์เด็กเล็กเป็นสมาร์ทเดย์แคร์นับหมื่นแห่งทั่วประเทศแขวะกลัวถูกประจานชาวโลกขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณี รมว.ต่างประเทศไม่ให้ ต่างชาติและองค์กรต่างประเทศมาสังเกตการณ์เลือกตั้งว่า ถ้ารัฐบาลไม่คิดคดโกงการเลือกตั้งจะกลัว อะไร องค์กรต่างชาติมาสังเกตการณ์ยิ่งประชาสัมพันธ์สิ่งที่ดีงามในการเลือกตั้งให้ชาวโลกรับรู้ ที่ไม่ให้เข้ามากำลังคิดโกงอยู่ใช่หรือไม่ กลัวจะถูกเอาไปประจานทั้งบัตรเลือกตั้งไม่มีชื่อ โลโก้พรรค มาตรา 44 ยังมีผลบังคับใช้ ส.ว.รอยกมือหนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ใช่หรือไม่“ป๋อม” เผยพ่อค้าแม่ค้าบ่นอุบ ศก.แย่เมื่อเวลา 09.00 น. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พร้อมนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ผอ.การเลือกตั้งพรรค ลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 และ 3 จ.พิษณุโลก ร.ท.ปรีชาพล หัวหน้าพรรค กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พ่อค้าแม่ค้าต่างพูดเป็นเสียง เดียวกันว่า ขณะนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ขายของไม่ค่อยได้ ผลผลิตการเกษตรตกต่ำ แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น หลัง ได้รับฟังความคิดเห็นชาวพิษณุโลกแล้ว จะนำไปพิจารณากำหนดนโยบายของพรรคฉะหลักสูตรกองทุนหมู่บ้านเอื้อ พปชร.นายสุพจน์ อาวาส รองโฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวว่า กรณีที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เชิญผู้เกี่ยวข้องและผู้แทนเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตำบลละ 1 คน เข้าอบรมหลักสูตรศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนที่ จ.สกลนคร สุรินทร์ ระยอง นครศรีธรรมราชและพิษณุโลก ช่วงต้นเดือน ธ.ค. รวม 5 รุ่น มีผู้เข้าร่วมประชุม 6,225 คน แต่เนื้อหาการอบรมมิได้กล่าวถึงศาสตร์พระราชา ภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน แต่มีเนื้อหาผูกโยงกับโครงการประชารัฐเต็มๆ เพื่อเอื้อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่ ผู้คิดโครงการนี้ยังเป็นผู้เสนอนโยบายพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปีให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค พลังประชารัฐ จนทำให้มั่นใจว่าจะกวาด ส.ส.อีสานได้ถึง 40 ที่นั่ง หน่วยงานตรวจสอบควรเข้ามาดูว่าเป็นการใช้งบอย่างถูกต้องหรือไม่เพื่อชาติแนะ รบ.ส่งเทียบเชิญเองนางลินดา เชิดชัย เลขาธิการพรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายดอน ปรมัติถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระบุไม่อนุญาตให้องค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทยที่จะมีขึ้นว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นกับทูตสหภาพยุโรป (อียู) เขาได้สอบถามแสดงความสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าการเลือกตั้งในไทยจะเป็นไปโดยเที่ยงธรรม เพื่อเดินหน้ากลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงหรือไม่ ในเมื่อรัฐบาล คสช.ประกาศจะนำพาประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูปประเทศ หากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริงก็สมควรต้องเปิดทางให้องค์กรนานาชาติเข้ามาร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้งได้ ไม่ต้องไปกังวลว่าจะเป็นการเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในอย่างที่มีความพยายามอ้างกัน รัฐบาลเองควรเป็นฝ่ายส่งหนังสือเชิญองค์กรต่างประเทศที่สนใจมาสังเกตการณ์การเลือกตั้งเองด้วยซ้ำ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารแสดงถึงความโปร่งใส เป็นบทพิสูจน์ความจริงใจว่ารัฐบาล คสช.ส่งเสริมสนับสนุนให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม จะทำให้เป็นที่ยอมรับทั้งจากในและต่างประเทศ และลดข้อครหาจากฝ่ายการเมืองและภาคส่วนอื่นๆที่กำลังมองว่ารัฐบาลและ คสช.ไปแทรกแซงชี้นำการทำงานหน้าที่ของ กกต. จะถือ เป็นผลดีเพิ่มคะแนนนิยมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อรัฐบาลได้อีกทางหนึ่งด้วย “สมชาย” เมินกติกาอยู่ที่ตัวผู้สมัครพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ไม่ว่า กกต.จะกำหนดกฎระเบียบใดขึ้นมา จะไม่เป็นปัญหากับพรรค และไม่มีอิทธิพลอะไรกับคะแนนหรือประชาชนเพราะอยู่ที่ตัวผู้สมัคร ถ้าตัวผู้สมัครแข่งขันเยี่ยม ประชาชนศรัทธานโยบายพรรคดี ไม่จำเป็นจะต้องสนใจ ต่อให้สร้างกติกามา อย่างไรเราพร้อมจะปฏิบัติตาม พรรคเพื่อชาติผู้สมัครมั่นใจในตัวเองสูง ใกล้ชิดประชาชน กติกาว่าอย่างไรก็ว่ากันไปเลยเพิ่มจุดขายแก้ความรุนแรงทางเพศน.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงผลสำรวจซุปเปอร์โพล ที่ระบุว่า หากไม่รวมเรื่องปากท้อง ประชาชนต้องการให้แก้ ปัญหาความรุนแรงทางเพศมากที่สุดว่าเห็นด้วย ได้เสนอให้พรรคบรรจุการแก้ปัญหานี้ในนโยบายพรรค เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงที่ผู้หญิงส่วนมากไม่ได้รับการเยียวยา เหยื่อขาดที่พึ่ง เข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม ค่านิยมเพศชายเป็นใหญ่โทษว่าปัญหานี้เป็นความผิดของเหยื่อ เช่น กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนักท่องเที่ยวอังกฤษถูกข่มขืนว่าเหยื่อแต่งชุดบิกินีจะปลอดภัยไหม พรรคจะทำให้ผู้กระทำผิดถูกลงโทษเด็ดขาด ช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว และรณรงค์เปลี่ยนค่านิยมชายเป็นใหญ่ชอบกดขี่ผู้หญิง รณรงค์โทษภัยของแอลกอฮอล์ บรรจุในหลักสูตรตั้งแต่ชั้น ป.1 และมีสวัสดิการรองรับให้ผู้เสียหาย “กัญจนา” หนุนฝรั่งส่องคูหาไทยน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ให้แผ่นป้ายหาเสียงขึ้นรูปได้แค่ผู้สมัคร ส.ส. หัวหน้าพรรคและผู้ที่พรรคเสนอขึ้นเป็นนายกฯเท่านั้น ว่า คงจะไม่กระทบกับพรรคที่มีอดีตนายกฯมา 2 คน คือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ กับนายบรรหาร ศิลปอาชา ทั้งสองท่านล่วงลับไปแล้ว คงไม่ก้าวล่วงนำรูปขึ้นมาหาเสียงอยู่แล้ว แม้ไม่มีระเบียบห้าม แต่พรรคการเมืองมีสิทธิวิจารณ์ได้ว่าจำกัดกันมากเกินไป ส่วนการหารือกับ กกต.วันที่ 19 ธ.ค. นายนิกร จำนง ผอ.พรรคจะเป็นตัวแทนไป ห่วงอย่างเดียวอยากให้จัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม กกต.ควรรับฟังสิ่งที่พรรคการเมืองสะท้อน โดยเฉพาะเรื่องโลโก้พรรคและชื่อพรรคบนบัตรเลือกตั้ง นอกจากนี้ การให้ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งจากต่างประเทศเข้ามา ไม่น่าเสียหายอะไรประเทศไทยไม่ได้ยืนอยู่ประเทศเดียวในสังคมโลก น่าจะมองแง่ดีว่าการเปิดให้ผู้แทนต่างประเทศมาร่วมสังเกตการณ์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและเป็นการดีที่จะบอกสากลโลกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมรับข้อเสนอคนพิการต้องได้รับโอกาสเมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา พร้อมแกนนำร่วมต้อนรับนายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย พร้อมตัวแทนสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) 50 คนเพื่อเข้ายื่นข้อเสนอและแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับนโยบายด้านสังคมและการศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มผู้เปราะบาง คนพิการและผู้ที่เข้าไม่ถึงโอกาส เพื่อบรรจุเป็นนโยบายของพรรค โดย น.ส.กัญจนากล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคชาติไทยพัฒนากับคนพิการผูกพันกันมาตลอด เคยรับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ มีกลุ่มคนพิการมา เรียกร้องสิทธิด้านการศึกษา กระทั่งนายบรรหาร ศิลปอาชา ผลักดันให้เป็นนโยบาย การศึกษาต้องปลอดจากการเมือง คนพิการต้องได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่องเคลียร์ใจผู้สมัครทับซ้อนส่ง 324 เขตผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคชาติไทยพัฒนาว่า มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หลายจังหวัด อาทิ ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา เข้าพบนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค เพื่อขอความชัดเจนการส่งผู้สมัคร ส.ส.บางเขตทับซ้อนกัน โดยนายประภัตรยืนยันว่าได้แก้ปัญหาแล้ว ดูที่คะแนนนิยมที่สำรวจทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลาง ผู้ที่ไม่ได้ลง ส.ส.เขตให้ลงแบบบัญชีรายชื่อ ให้ทุกคนลงพื้นที่หาเสียงช่วยพรรค สรุปจะส่งผู้สมัคร 324 เขต จาก 350 เขต ขณะที่หัวหน้าพรรคระบุว่าภาคอีสานและภาคกลางเป็นความหวังของพรรค เชื่อว่า จะได้ ส.ส.เข้าสภาฯ 25-30 คน จะไม่ส่งผู้สมัครฯ มี 6 จังหวัด คือ อ่างทอง อุทัยธานี ประจวบคีรีขันธ์ สระแก้ว พะเยา และแพร่ ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ จะไม่ส่งเขต 1 เคยเป็นพื้นที่ของนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ที่ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ชพน. ขอแบ่ง ส.ส.ใต้เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) หมู่บ้านเมืองทองธานี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค เปิดศูนย์ประสานงานเลือกตั้ง พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา นายเทวัญกล่าวว่า หลังจาก 30 ปี เราไม่มี ส.ส.ภาคใต้แม้แต่คนเดียว ครั้งนี้หวังจะได้ ส.ส.สัก 1 ที่นั่ง ขณะที่นายสุวัจน์กล่าวว่า บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้ตรงกับแนวทางของพรรคที่เอาแบบอย่างของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้ก่อตั้งพรรค ที่ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรืองเรียกว่ายุคทองเศรษฐกิจไทย ราคาสินค้าเกษตรทุกตัวดี จีดีพีโตร้อยละ 10 ติดต่อกัน 3 ปี เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า พรรคทำงานการเมืองสายกลางไม่สร้างปัญหา เล่นการเมืองตามกติกา ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย“สมศักดิ์” ปัดไม่เคยต่อรองเก้าอี้ รมต.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อวางแผนสรุปความคืบหน้าการลงพื้นที่ โดยนายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมถึงประเด็นที่ถูกโจมตีเรื่องการจองตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่า เรื่องนี้คนพูดคือนายภิรมย์ พลวิเศษ เลขานุการของตน และได้ชี้แจงไปแล้ว การลงไปพบปะประชาชนส่วนใหญ่เวลานี้คือเกษตรกรที่ใกล้ชิดและตนเป็นคนชื่นชอบงานด้านเกษตร และประกอบอาชีพด้านนี้ด้วย เวลาไปพบปะกับเกษตรกร พูดกันรู้เรื่อง จนทำให้พรรคอื่นมองเห็นแล้วต้องติดตามและพิจารณาจนเป็นภยาคติ สะพรึงกลัว กลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถลงมือหรือทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนั้นได้ดีกว่าพรรคพลังประชารัฐ ที่มีบุคลากรด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตร บางครั้งเราไม่ควรต่อความยาวสาวความยืด ไม่จำเป็นต้องโต้ตอบอะไร ขอยืนยันไม่มีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับใครทั้งนั้น มาทำนโยบายให้คนเลือกพรรคประชารัฐ เป้าหมายคือทำ ส.ส.ให้พรรคได้ตามเป้า“ธนกร” เสี้ยม “สุดารัตน์” ปลด “เฉลิม”นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีคนทั้งประเทศรู้จักมากกว่านายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ถามคนที่รู้จัก ร.ต.อ.เฉลิมรู้จักแบบไหน ส่วนใหญ่จะตอบว่ารู้จักในฐานะคนที่ชอบสร้างความขัดแย้ง ใส่ร้ายป้ายสีข่มขู่ผู้คน ได้รับข่าวจากพรรคพวกในพรรคเพื่อไทยว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ อึดอัดกับ ร.ต.อ.เฉลิมมาก เพราะขณะที่พยายามอ้อนขอเสียงคนทั่วประเทศ จะพาประเทศก้าวพ้นความขัดแย้ง แต่ ร.ต.อ.เฉลิมกลับเติมเชื้อไฟให้สังคม ถ้ายังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมอย่างนี้ อีกไม่นานคุณหญิงสุดารัตน์จะเสนอให้พรรคเพื่อไทยปลด ร.ต.อ.เฉลิมออกจากทีมปราศรัยแน่นอน “เฉลิม” สวนทันควันคนละชั้นอย่าเผือกช่วงเย็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการรณรงค์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่านายธนกรควรภูมิใจที่ตนโพสต์ถึงนักการเมืองอย่างคุณเปรียบเสมือนมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น แต่พยายามไต่เต้า คนอย่างคุณตามตนไม่ทันหรอก คุณยกตัวอย่างว่าคนรู้จักตนน้อยกว่า นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเอาสมองส่วนไหนมาคิด คุณพยายามเสี้ยมยุยงให้พรรคเพื่อไทยเกิดความแตกแยก พอเริ่มต้นทางการเมืองก็มีพฤติกรรมอย่างนี้เสียแล้ว พยากรณ์ไว้ว่าคุณจะเล่นการเมืองอย่างไรก็ไม่มีวันมีอนาคต การให้สัมภาษณ์ก้าวก่ายมายังพรรคเพื่อไทยต้องถือว่าคุณเผือกและขาดความรับผิดชอบ จะทำอะไรในพรรคพลังประชารัฐก็ทำไปแต่อย่ามายุ่งกับพรรคเพื่อไทยเพราะมันคนละชั้นเอ็นจีโอต้านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือ WE FAIR ประกอบด้วยกลุ่มเอ็นจีโอ 13 กลุ่ม นำโดยนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ นายนิมิต เทียนอุดม แถลงข้อเสนอ “รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า” เดินสายยื่นข้อเสนอรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าให้ทุกพรรค ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐ ข้อเสนอกลุ่มมี 7 ประเด็น คือการศึกษา สุขภาพ ที่อยู่อาศัยและที่ดิน งานรายได้ ประกันสังคม ระบบบำนาญแห่งชาติ สิทธิทางสังคม พหุวัฒนธรรม ประชากรกลุ่มเฉพาะและการปฏิรูปภาษี นายนิติรัตน์ กล่าวว่า นับแต่มาบริหารประเทศ คสช.ซื้ออาวุธให้กองทัพ 8.5 พันล้านบาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นสวัสดิการแบบสังคมสงเคราะห์ พิสูจน์ความจนแบบอนาถา เป็นความถดถอยของระบบรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ไม่ทำให้ความเหลื่อมล้ำลดลงกลับซ้ำเติมคนในชาติ ขยายช่องว่างศักดิ์ศรีของมนุษย์ ด้านนายนิมิตกล่าวว่า ถ้าไม่มีการรวมกองทุนสุขภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เงินในระบบหลักประกันสุขภาพจะถูกดูดไปใช้รักษาเฉพาะกลุ่มข้าราชการ รัฐไม่เคยคุมการเบิกค่ารักษาข้าราชการ 4 ล้านคนและครอบครัว คนที่จะรักษาฟรีต้องเป็นคนจนเท่านั้นปิดยอด ส.ว.ระดับอำเภอ 5,899 คนอีกเรื่อง พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการเลือกผู้สมัคร ส.ว.ระดับอำเภอ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ว่า มีผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ 5,899 คน สมัครด้วยตนเอง 5,410 คน สมัครด้วยตนเองพร้อมหนังสือแนะนำชื่อจากองค์กร 489 คน โดยการสมัครด้วยตนเองมี 72 จังหวัด ต้องลงคะแนนเลือกกันเอง และมี 5 จังหวัด คือกระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร และสมุทรสาคร ไม่ต้องลงคะแนนเลือกไปรอคัดเลือกระดับประเทศเลย เนื่องจากมีผู้สมัครไม่ครบ 4 คนตามที่กฎหมายกำหนด กรณีการแนะนำชื่อจากองค์กร มี 8 จังหวัดที่ต้องลงคะแนนเลือกกันเอง ได้แก่ กทม. ปทุมธานี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด และ 69 จังหวัดไม่ต้องลงคะแนนเลือก และมี 8 จังหวัด คือ กทม. ปทุมธานี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด ต้องลงคะแนนเลือกทั้ง 2 วิธีการสมัคร คาดว่าจะมีผู้ผ่านการคัดเลือกและมาลงคะแนนเลือกในระดับประเทศ 2,778 คน ประกอบด้วยสมัครด้วยตนเอง 2,323 คน และสมัครด้วยตนเองพร้อมหนังสือแนะนำชื่อจากองค์กร 455 คนจะเลือกระดับประเทศในวันที่ 27 ธ.ค.ที่ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี เพื่อคัดเหลือ 200 คน แล้วเสนอบัญชีรายชื่อให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 50 คนเตือนมารายงานตัวช้าโดนตัดสิทธิพ.ต.ท.จรุงวิทย์กล่าวต่อว่า กกต.เป็นห่วงการรายงานตัวของผู้สมัคร ส.ว.แม้ในอำเภอนั้นๆจะไม่มีการเลือกตั้ง แต่ผู้สมัครต้องมารายงานตัวภายในกำหนดเวลา คือ 08.00-09.00 น. พบว่ามีหลายอำเภอมารายงานตัวหลังระยะเวลาทำให้ถูกตัดสิทธิ ขอเตือนไปถึงผู้จะเข้าไปคัดเลือกในระดับจังหวัดวันที่ 22 ธ.ค. และระดับประเทศวันที่ 27 ธ.ค.ในระดับประเทศจะจัดที่เมืองทองธานี อาจมีปัญหาการจราจรต้องเผื่อเวลาเดินทางไปถึงสถานที่แต่เนิ่นๆ ไม่ให้เกิดปัญหาถูกตัดสิทธิ นอกจากนี้ยังพบว่าการเลือกระดับอำเภอมีการกรอกหมายเลขไทยในบัตรเลือก และเขียนหมายเลขเดียวกันซ้ำในบัตรเลือกตั้งจะทำให้เป็นบัตรเสีย “วัชระ” ร้องนายกฯสอบ กสทช.ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตรวจสอบ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงข่าวจะเรียกคืนคลื่นความถี่ทีวีดิจิตอล นำไปจัดสรรด้วยวิธีการประมูลในกิจการเคลื่อนที่ 700 MHz ทำให้ไม่ต้องชำระค่าใบอนุญาตที่ค้างชำระ โดยนายวัชระ กล่าวว่า เรื่องนี้ส่อว่าจะเอื้อประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจเข้าข่ายใช้อำนาจรัฐอุดหนุนกิจการสื่อมวลชน เพื่อต้องการควบคุมสื่อ หากตรวจสอบพบเป็นการกระทำผิด หรือส่อจะดำเนินการโดยมิชอบก็ขอให้ระงับยับยั้ง ถ้ารัฐบาลเห็นชอบจะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกกต.มติเอกฉันท์ใส่ชื่อ-โลโก้พรรคผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. มีการ ประชุม กกต. เพื่อพิจารณารูปแบบบัตรเลือกตั้ง โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ เลือกบัตรเลือกตั้งที่เป็นรูปแบบสมบูรณ์ คือมีหมายเลขผู้สมัคร ชื่อและโลโก้ของพรรคการเมือง ซึ่งจะแยกเป็นเฉพาะของแต่ละเขตทั้ง 350 เขต เพื่อใช้ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ทั้งนี้ มีรายงานว่าก่อนที่ประชุม กกต.จะมีมติดังกล่าวได้มีการพิจารณาข้อเสนอของสำนักงาน กกต. ที่ได้เสนอแนวทางการจัดพิมพ์บัตร 2 รูปแบบ คือแบบสมบูรณ์มีหมายเลขผู้สมัคร ชื่อและโลโก้พรรค กับแบบมีหมายเลขผู้สมัครเพียงอย่างเดียว รวมทั้งข้อดีและข้อเสีย ตลอดจนปัญหาอุปสรรคในการจัดพิมพ์ และการส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งทั้ง 350 เขตและหน่วยเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. จะแถลงรายละเอียดที่ชัดเจนให้สาธารณชนทราบในวันที่ 18 ธ.ค.