ขออนุญาตรับใช้ต่อจากเปิดฟ้าส่องโลกฉบับจันทร์เมื่อวานครับ ที่ผมเรียนแล้วว่าการจับนางเมิ่ง หว่านโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและบัญชีบริษัทหัวเว่ย สหรัฐฯยิงปืนนัดเดียวนกตกลงมาทั้งฝูงนกตัวแรกเป็นการเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทหัวเว่ยกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ทำให้เกิดความสงสัยว่าทีมงานระดับสูงของหัวเว่ยล้วนเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของกองทัพ และทำให้หลายประเทศระงับการซื้ออุปกรณ์จากหัวเว่ยเพราะกลัวการรั่วไหลด้านข่าวกรอง และกลัวการโจมตีจากไซเบอร์รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังแก้ไขกฎหมายภายในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อระงับการซื้ออุปกรณ์จากหัวเว่ย ตอนนี้ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วครับ ว่ารัฐบาลออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ห้ามบริษัทหัวเว่ยเข้าร่วมโครงข่าย 5G การจับนางเมิ่ง หว่านโจว ของสหรัฐฯ ได้ผลมากกว่าที่เราๆท่านๆเข้าใจเรื่องข่าวกรองและการโจมตีทางไซเบอร์จะจริงหรือไม่ยังไม่มีใครทราบ แต่มีพลานุภาพยับยั้งการเจริญเติบโตของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ที่สุดของจีนอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนกตัวที่สองก็คือ นางเมิ่งกลายเป็นตัวประกันที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้เป็นข้อต่อรองในสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ การจับนางเมิ่งทำเมื่อ 1 ธันวาคม 2561 ก็วันนั้นนั่นแหละครับที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน หารือกันนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หรือ G20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส สาธารณรัฐอาร์เจนตินา และตกลงที่จะสงบศึกการค้าอย่างน้อย 90 วัน เรื่องนางเมิ่งนี่ล่ะครับ จะทำให้สหรัฐฯได้เปรียบจีนขึ้นมาทันที เพราะสามารถเพิ่มแรงกดดันไปให้จีน เป็นเงื่อนไขที่จีนต้องยอมรับ เพื่อให้นางเมิ่งได้รับการปล่อยตัวหากจีนทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ จีนก็เสียประโยชน์ด้านการค้ามหาศาล หากจีนไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องสหรัฐฯ จีนก็เสียศักดิ์ศรีที่คนของตนเองถูกจับ ซึ่งคนที่ถูกจับไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปซะด้วย แต่เป็นถึงซีเอฟโอของบริษัทใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ศักดิ์ศรีนี้ทำให้ผู้นำหลายประเทศที่เตรียมอพยพไปซุกใต้ปีกของจีนเพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ ไม่กล้านำตัวเองและประเทศไปอยู่ใต้บารมีจีนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู เพราะไม่รู้ว่าจะโดนสหรัฐฯ เล่นงานเมื่อใดนกตัวที่สามก็ที่ผมเพิ่งเรียนไปครับ มีผลหยุดยั้งประเทศเล็กชาติน้อยไม่ให้ไปอยู่ใต้บารมีจีน นกตัวที่สี่ก็กระทบไปถึงอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในศัตรูคู่อาฆาตของสหรัฐฯ ทำให้ต่อไปนี้จะไม่มีใครกล้าไปทำมาค้าขายกับอิหร่าน เพราะกลัวการเช็กบิลจากสหรัฐฯ แม้แต่การเปลี่ยนเที่ยวบินในประเทศอื่นที่ไม่ใช่อยู่ในดินแดนของสหรัฐฯ ยังสามารถโดนจับได้เลยเรื่องการโดนจับในประเทศอื่นนี่ พวกรัสเซียรู้รสชาติเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวิคเตอร์ บุท ซึ่งถูกจับในประเทศไทยและขณะนี้กำลังถูกจำคุกอยู่ในสหรัฐฯ หรือลูกของ ส.ส. รัสเซียบางคนที่โดนจับในทวีปยุโรปหรือโดนจับในขณะกำลังพักผ่อนอยู่ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ และโดนลากขึ้นเครื่องบินไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ รัสเซียเป็นประเทศมหาอำนาจมีอาวุธยุทโธปกรณ์บานเบอะเยอะแยะ และมีเทคโนโลยีชั้นสูง มีกองทัพสายลับเป็นกระบุง ยังช่วยคนสัญชาติของตัวเองไม่ได้นกตัวที่ห้าคือ การที่หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของจีนตกอย่างแรง ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจจีนลดลง นี่แค่บริษัทหัวเว่ยเพียงบริษัทเดียวนะครับ จีนเป็นประเทศที่มีบริษัททั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชนที่กำลังขึ้นแท่นระดับโลกอีกนับร้อยบริษัท ต่อจากนี้ผู้บริหารของบริษัทจีนอาจจะเริ่มแขยงแขงขนต่อการเดินทางไปเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ หรือเริ่มกลัวต่อการไปลงทุนในต่างประเทศการกระทำของสหรัฐฯ ไม่ใช่วิสัยของสุภาพบุรุษ เป็นการกระทำที่ไร้เกียรติยศ ใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือต่อรอง ผู้บริหารหัวเว่ยก็มีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเลือกจับผู้หญิงน่าละอายจริงๆครับ.คอลัมน์ที่เกี่ยวข้องสหรัฐฯเปิดศึกจับนางเมิ่ง (1)นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com