ทริปเที่ยวเมืองรอง เส้นทาง Low carbon more gastronomy ในโครงการ #เมืองรองต้องลองต้องรักต้องใส่ใจ ที่พี่เป็ด...ปทิตตา ตันติเวชกุล ชักชวนให้ร่วมเดินทางไปนั่งอีแต๊ก แอดเวนเจอร์ ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ หนุ่มหล่อ อัครัฐ นิมิตชัย เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นอีกทริปที่ต้องบอกต่อการเดินทางเริ่มต้นกันตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่ใช่สิ...จริงๆคือเช้ามืด เพราะออกเดินทางกันตั้งแต่ฟ้า ยังไม่สว่าง ด้วยเครื่องบินเที่ยวแรกจากดอนเมือง มุ่งหน้าสู่อุดรธานี...ก่อนจะนั่งรถต่อไปยัง คีรีวงกต หมู่บ้านในเขาวงกตแห่ง อ.นายูง อีกราว 100 กว่ากิโลเมตรเราไปถึงศูนย์นักท่องเที่ยวบ้านคีรีวงกต ราว 10 โมงครึ่ง หลังรับฟังเรื่องราวของชุมชนและคอนเซปต์เก๋ๆการท่องเที่ยวแบบ low carbon แบบเข้าใจตรงกันแล้ว ก็ได้เวลาแอดเวนเจอร์สู่ทุ่งนา ป่า เขา และน้ำตกรถอีแต๊กวิ่งแต๊กๆๆๆๆๆลุยผ่านห้วยน้ำฮวย ลำธารสายเล็กๆ ผ่านสวนยางพาราของชาวบ้าน สู่น้ำตกห้วยช้างพลาย ระหว่างทางพี่ๆคนขับอีแต๊ก จอดให้ถ่ายรูปเซลฟี่ และบรรยากาศสวยๆของลำธารน้ำ ทุ่งนา ป่าเขา...นี่ละ!ที่เรียกว่าเที่ยวแบบธรรมชาติจริงๆ ไฮไลต์ของวันนี้ คือ บุฟเฟ่ต์กลางป่า ที่มีเมนูเด็ดเป็นข้าวเหนียวร้อนๆหอมๆห่อใบตองหุงในกระบอกไม้ไผ่ กินกับส้มตำปลาร้า รสแซ่บแบบอีสานแซ่บนัว แนมด้วยปลานิลเผาเกลือ เนื้อหวานๆ ไก่ย่าง และที่ซดกันโฮกฮาก...เห็นจะเป็นแกงส้มมัจฉาตานี ที่ชาวบ้านที่นี่เขาครีเอตวิธีการเสิร์ฟแบบเก๋ๆด้วยการต้มแกงส้มปลานิลใส่หยวกกล้วยป่า เสิร์ฟร้อนๆในกระบอกไม้ไผ่...และเพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ธรรมชาติ จาน ช้อน แก้วน้ำที่นำมาให้เราใช้ ล้วนทำจากกระบอกไม้ไผ่ ส่วนอาหารก็รองด้วยใบตอง...กิ๊บเก๋สุดๆอะไม่มีใครรอใคร ทั้งจก ทั้งจ้วง ทั้งซดซี้ดซ้าด เผลอแพร็บเดียว...อาหารบ้านๆตรงหน้า เรียบเป็นหน้ากลอง เอาเป็นว่า เจ้าตูบแถวนั้น...แทบร้องไห้ ไม่มีก้างปลาหวานๆให้ดูด ส่วนคนก็กินกันจนพุงจิแตก หมดเรี่ยวหมดแรงจะไปต่อโดยปกติที่นี่...เขามีโปรแกรมเที่ยวแบบพักค้างคืนในโฮมสเตย์ 1 คืน 2 วัน คิดราคาแค่คนละ 1,500 บาท แต่บังเอิญเราต้องเดินทางต่อไปที่ จ.หนองคาย เลยทำทริปแบบกระชับๆ แค่ 1 day ทริป...ก็ฟินสุดแล้วออกจากคีรีวงกต ...ด้วยความประทับใจ คืนนี้ เราจองที่พักไว้ที่ อ.สังคม จ.หนองคาย ระหว่างทางพวกเราโชคดี ได้มีโอกาสกราบนมัสการหลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย พระสุปฏิปัณโณ สายกรรมฐาน ศิษย์หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด เป็นสิริมงคลยิ่ง ถึง อ.สังคม ช่วงแดดร่มลมตก เข้าพักที่สังคมริเวอร์วิว รีสอร์ตติดริมน้ำโขง ออกแบบสไตล์ยุโรป ที่พักเก๋ๆติดชาร์ตรีสอร์ตน่าพักอันดับต้นๆ ของ จ.หนองคายรุ่งเช้า...หลายคนตื่นแต่เช้ามืด เพื่อรอเก็บภาพความสวยงามของพระอาทิตย์ดวงกลมโตที่ค่อยๆโผล่พ้นขอบฟ้า ส่องประกายสีทองสะท้อนเงางามในลำน้ำโขง เรียกพลังชีวิตคิดบวกๆได้เยอะทีเดียวโปรแกรมวันนี้ เป็นการเที่ยวชุมชนอีกเช่นเคย แต่ต่างจากเมื่อวานตรงที่ วันนี้...เป็นการเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตร จุดหมายของเราคือ วังน้ำมอก ...หมู่บ้านที่ประกาศอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนชัดเจนว่า พวกเขาคือคนวัฒนธรรมแบบ สองล้าน สองเวียงสองล้าน...คือ ล้านนาและล้านช้าง ส่วนสองเวียง คือ เวียงจันทน์และเวียงเชียงใหม่เรามาถึงศูนย์ประสานงานท่องเที่ยวและวัฒนธรรมบ้านวังน้ำมอก ตอนสายๆ กิจกรรมเริ่มจากทั้งชายและหญิงต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นแบบสองล้าน สองเวียง เพื่อทำ ขันคู่ปี ซึ่งเป็นเครื่องสักการะ พระเจ้าล้านทอง พระคู่บ้านคู่เมืองของคนวังน้ำมอก ที่วัดเทสรังสีขันคู่ปี คือ การนำดอกไม้ที่มีความหมายเป็นมงคลทั้งหลายมาเสียบใบตองที่พับเป็นกรวยให้เต็มจำนวนอายุของตนเองและบวกอีกหนึ่งปี เพื่อเป็นการสืบดวงชะตาเป็นสิริมงคลต่อชีวิตตนเอง ปีหนึ่ง...คนหนึ่งคนจะทำขันคู่ปีได้แค่หนึ่งครั้ง...เท่านั้นหลังทำขันคู่ปีและไปสักการะพระเจ้าล้านทองแล้ว ก็จะกลับมารับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นบ้าน หลังจากนั้นก็มีเวลาให้ได้พักผ่อนอิริยาบถ ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมเก็บผัก เก็บไข่มาเตรียมทำอาหารเย็นเพื่อรับประทานฝีมือของตัวเอง ตกค่ำ...มีพิธี บายศรีสู่ขวัญ-ซุมข้าวพาแลง โคมไฟแบบเรียบง่ายๆ ดูงดงาม มีชาวบ้านมาบอกเล่าเรื่องราว ประวัติศาสตร์ศรีเชียงใหม่ อดีตเมืองพานพร้าว และเรื่องราวของหญิงสาวอันเป็นที่รักของปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีก่อนกลับแวะทำบุญ และถ่ายภาพสวยๆกันที่ วัดผาตากเสื้อ จุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่ง... ทริปนี้ทั้ง....อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มสุข สมสโลแกน#เที่ยวเมืองรองต้องลองต้องรักต้องใส่ใจ ...แบบหัวใจเกินร้อย...!!!!