ปมคําสั่ง คสช.แบ่งเขต ปชป.ก็รุมแฉมีกลิ่นตุๆ ‘วราเทพ’ โดดซบ พปชร.กกต.ถกพรรคการเมือง “อิทธิพร” ให้คำมั่นเป็นกลาง-สุจริต-เที่ยงธรรม เลื่อนเลือกตั้งหรือไม่รอประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สายกับฝ่ายการเมือง “ชูศักดิ์” ซัดคำสั่ง คสช.หน้าด้าน ข้องใจแบ่งเขตเลือกข้าง อดีต ส.ส.ปชป. แฉแบ่งเขตเมืองกาญจน์กลิ่นตุๆ เอื้อพรรคขาใหญ่ไล่ดูดไม่สำเร็จ “สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล” โวยด้วย มีไอ้โม่งแทรกแซงที่สุโขทัย “ผ่องศรี” ขู่ร้องแน่ถ้าไม่เป็นธรรม “ศรีสุวรรณ” นำร่องยื่นถอด ปธ.กกต. พลังดูดสุดแรง “จันทรสุรินทร์” ซบอก พปชร. เซอร์ไพรส์ “วราเทพ” ยกทีมกำแพงเพชรสวิงขั้ว การเมืองยังตามถล่มงบฯเทกระจาดไม่เลิก “พิชัย” แซะกลบกระแส ศก.ขาลง พท.แถลงการณ์จวก ผลประโยชน์ทับซ้อน “วิษณุ” ปัดไม่ได้เอื้อใคร ปธ.กกต.ตีกรรเชียงสอบ “บิ๊กตู่” เดินสาย กทม.โซนตะวันออก ได้พรเป็นนายกฯอีกแสนนาน สนช.มติฉลุย “เลิศวิโรจน์-ฐิติเชฎฐ์” เป็น กกต.ผลจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย ว่าเป็นการเปิดช่องให้พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบพรรคอื่น ล่าสุดอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายจังหวัดออกมาแฉว่ามีมือมืดคอยบงการอยู่เบื้องหลังในการแบ่งเขตเลือกตั้ง พร้อมยื่นให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาทบทวน กกต.ให้คำมั่นสุจริต-เที่ยงธรรมเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 พ.ย. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง ครั้งที่ 4/2561 เรื่องการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวเปิดงานว่า การประชุมวันนี้มีพรรคการเมืองเข้าร่วม 72 พรรค 14 กลุ่มการเมือง รวม 306 คน ขอบคุณที่ให้ความสำคัญกับการประชุมชี้แจงครั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจกับทุกท่าน กกต.จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองถูกต้องตามกฎหมายยังไม่แบ่งเขตก็วางตัวผู้สมัครไม่ได้จากนั้นนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. บรรยายหัวข้อการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกครั้งแรกและคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ว่า เขตเลือกตั้งสำคัญมากกับพรรคการเมือง ตราบใดที่ยังไม่มีเขตก็ตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไม่ได้ เพราะต้องใช้สมาชิกที่มีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้ง ทำให้ยังไม่สามารถสรรหาผู้สมัครได้เช่นกัน ระหว่างที่ยังไม่มีเขตเลือกตั้ง กกต.ได้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้พรรคการเมือง โดยแก้ประกาศนายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง ให้รายงานทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ และเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนของสมาชิกพรรค วันที่ 22 พ.ย. แต่ละพรรคจะได้รับยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด ไปตรวจสอบข้อมูลได้โดยตรง กกต.ได้ตั้งกรุ๊ปไลน์ตามกลุ่มงาน 4 กลุ่ม เพื่อประสานการปฏิบัติงาน รวมทั้งเป็นช่องทางตอบข้อซักถามของแต่ละพรรค ประกอบด้วย กลุ่มกิจการพรรคการเมืองและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง กลุ่มการเงินและบัญชีพรรคการเมือง กลุ่มฐานสมาชิกพรรคการเมือง และกลุ่มกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองและการสนับสนุนโดยรัฐ เลือกตั้งครั้งนี้มีร้อยกว่าพรรคนายแสวงกล่าวอีกว่า หลังจากมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 มีผู้แทนพรรคการเมืองโทร.หาทุกวันสอบถามเรื่องหลักเกณฑ์ 90 วัน การย้ายพรรค จึงขอชี้แจงว่ากำหนดระยะเวลาสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งตามคำสั่งหัวหน้า คสช.เป็นคนละเรื่องกับคุณสมบัติของผู้สมัคร หากวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 ก.พ.2562 การสังกัดพรรคและเป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 90 วัน ต้องเป็นสมาชิกก่อนวันที่ 26 พ.ย. เว้นแต่เป็นพรรคที่จัดตั้งใหม่ ต้องยื่นจดจัดตั้งภายในวันที่ 23 พ.ย. ความเป็นสมาชิกจะย้อนกลับมาถึงวันที่ยื่นจดแจ้ง ขอรับประกันว่าถ้ายื่นจดจัดตั้งพรรควันที่ 23 พ.ย. ยังมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งทันแน่นอน ขณะนี้มีพรรคการเมืองสมบูรณ์แล้ว 89 พรรค เหลือกลุ่มการเมืองที่รอตรวจสอบอีกจำนวนหนึ่ง การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีกว่า 100 พรรค ถือว่าเพียงพอจัดการเลือกตั้งได้“เอกชัย” โดนหิ้วออกจากงานผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพักการประชุม นายเอกชัย หงส์กังวาน แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ไม่ได้ถูกเชิญเข้าร่วมงาน ได้มานั่งดื่มกาแฟและขนมในงานพร้อมกล่าวขึ้นว่า ตั้งใจมาเพื่อคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง ที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช. ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง จนสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ประกาศต่อนานาประเทศว่าจะจัดการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.2562 แต่มีสัญญาณว่าอาจเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก จึงโยนให้เป็นความรับผิดชอบของ กกต. ทั้งนี้นายเอกชัยพูดได้ประมาณ 5 นาที มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ 3 นาย มาเชิญตัวออกไปจากสถานที่จัดประชุม “ชูศักดิ์” ซัดคำสั่ง คสช.หน้าด้านจากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้ผู้แทนพรรค การเมืองซักถาม นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ซักถามถึงความล่าช้าในการประกาศเขตเลือกตั้งที่ล่วงเลยมานาน จนทำให้มีคำสั่ง คสช.ที่ 16/61 ที่ให้อำนาจ กกต.ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ได้ แม้จะขัดต่อกฎหมายและระเบียบที่วางไว้ กลายเป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ยังเขียนหน้าด้านไปถึงขนาดให้การพิจารณาของ กกต.เป็นที่สุด ก็ไม่รู้ว่า กกต.เตรียมทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือผิดระเบียบที่ตัวเองร่างขึ้นหรือไม่ ขณะนี้ในต่างจังหวัดมีรูปแบบการแบ่งเขต รูปแบบที่ 4 ปลิวว่อนไปหมด มีผู้สมัครจากบางพรรค การเมืองไปคุยโม้ว่าแบบที่ 4 กำลังจะมีขึ้นอีกด้วยผู้สื่อข่าวรายงานว่าคำถามตัวแทนพรรคการเมืองส่วนใหญ่ ยังติดใจเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ล่าช้า รวมถึงคำถามที่ว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น กกต.จะใช้อำนาจของตัวเอง หรือฟังคำสั่งของ คสช. เลื่อนเลือกตั้งรอฟังแม่น้ำ 5 สายต่อมานายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคการเมืองยื่นหนังสือขอให้การเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็ปวันที่ 24 ก.พ.2562 ขณะที่มีบางกลุ่มขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปว่า กกต.จะเอาข้อมูลมาพิจารณาในภาพรวม เบื้องต้นมองว่ายังไม่มีเหตุปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อน ส่วนการตัดสินใจว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปหรือไม่ คงชัดเจนหลังจากการประชุมร่วมกันระหว่างแม่น้ำ 5 สาย กับตัวแทนพรรคการเมือง หากมีข้อสรุปให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป กกต.ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดแต่ต้องมีเหตุผลและต้องชี้แจงให้เข้าใจ การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ กกต.จะพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. เผื่อเวลาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการเปิดทางให้ฝ่ายมีอำนาจแทรกแซงการแบ่งเขตเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองนั้น ไม่คิดเช่นนั้น ไม่ถือว่าทำให้ คสช.หรือรัฐมาครอบงำ และคำสั่งไม่ได้มีผลนิรโทษกรรมให้กับ กกต. แม้จะแบ่งเขตไม่ทันตามที่กำหนดในระเบียบตีกรรเชียงสอบงบเทกระจาดประธาน กกต.ยังกล่าวถึงกรณีรัฐบาลจัดสรรงบเพิ่มสิทธิบัตรคนจนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง อาจเข้าข่ายใช้นโยบายหาเสียงล่วงหน้าว่า สำนักงาน กกต.จะพิจารณา หากรวบรวมข้อมูลแล้วเห็นว่ามีมูล จะเสนอให้ กกต.พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวน สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีผู้ร้อง แต่ถ้ามีผู้ร้องยิ่งดี เมื่อถามว่ากรณีนี้เข้าข่ายเพื่อประโยชน์ให้พรรคที่มีรัฐมนตรีในรัฐบาลสังกัดอยู่หรือไม่ นายอิทธิพร ตอบว่า ย้ำแล้วว่าไม่ว่าเป็นใคร หากดำเนินการเข้าข่ายผิดกฎหมายจะติดตามตรวจสอบ แต่ผลบางครั้งที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่มีการร้อง คือหลักฐาน ข้อมูลไม่เพียงพอ จึงยุติเรื่องไป เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่แค่มาฟ้องแล้วให้ตัดสินเลย ทำแบบนี้ไม่ใช่ กระบวนการยุติธรรม เมื่อถามถึงกรณีสำนักงาน กกต. มีหนังสือถึงบรรณาธิการข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ ฉบับหนึ่งมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการที่พรรคการเมืองดำเนินการในลักษณะถูกครอบงำชี้นำ เข้าข่ายอาจถูกยุบพรรค ต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 3 ธ.ค. นายอิทธิพรตอบว่า เห็นแต่ข่าว เรื่องยังไม่ถึง กกต. อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานฯ แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่เราเห็นว่ามีข้อมูลและเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน จะเชิญมาให้ข้อมูลพท.ข้องใจแบ่งเขตเลือกข้างด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ว่า มองว่าเนื้อหาคำสั่งนี้ผิดกฎหมาย ไม่ชอบด้วยระเบียบและไม่เป็นไปตามกติกา พรรคเพื่อไทยอยากสอบถามความชัดเจนจาก กกต. ว่าสิ่งที่กำลังจะทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 27 หรือระเบียบที่ กกต.ประกาศหรือไม่ เพราะคำสั่งดังกล่าวเหมือนชี้ช่องเปิดทางให้ กกต.ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นต้นทางที่จะทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม หากกระบวนการเริ่มต้นส่อเจตนาไม่โปร่งใส ก็คงหวังเป็นอย่างอื่นไม่ได้ สิ่งที่น่าห่วงขณะนี้ คสช.มีหลายพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง กฎเกณฑ์ที่ออกมาเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนี้หรือไม่ พรรคเพื่อไทยเฝ้ารอดูว่า กกต.ในฐานะองค์กรอิสระจะตัดสินใจอย่างไรจี้ กกต.ทำหน้าที่ให้ยุติธรรมนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประธาน กกต. ประกาศจะยึดเอาเขตเลือกตั้งเดิมเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งเขต ที่ผ่านมามีการออกแบบเป็น 3 รูปแบบ ผ่านการรับฟังความเห็นประชาชนและนักการเมืองแล้ว กระบวนการทั้งหมดจึงควรเสร็จสิ้น แต่กลับมีคำสั่ง คสช. ขยายเวลาให้อำนาจ กกต.เปลี่ยนแปลงแก้ไข เจตนาดังกล่าวเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ พรรคเพื่อไทยจึงเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่ด้วยความยุติธรรม และเห็นแก่ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ กกต.ควรเดินหน้าจัดการเลือกตั้งเพื่อเรียกความเชื่อมั่น อย่าสร้างความผิดหวังให้กับประเทศชาติอีกเลย และพรรคเพื่อไทยจะต่อสู้ให้ถึงที่สุดทษช.ขอแบ่งเขตก่อนเส้นตายนายพิชิต ชื่นบาน คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า พรรคยังมีข้อสังเกตเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ กกต.จัดทำไปแล้วแต่กลับมีการแบ่งเขตแบบที่ 4 ออกมา แต่ต้องให้กำลังใจ กกต. เพราะมีบางอย่างเหนือการควบคุม ส่วนตัวยังสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 ถ้า กกต.ตั้งใจแสดงให้ประชาชนเห็นว่าไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของใคร ควรแบ่งเขตเลือกตั้งให้เสร็จก่อนกำหนดเวลา ส่วนหลายพรรคที่แสดงความไม่พร้อม หากต้องรอให้ทุกพรรคพร้อมเป็นไปไม่ได้ ยืนยันเคารพสิทธิเสรีภาพของทุกพรรค แต่ขอให้นึกถึงประชาชนว่าอยากเลือกตั้ง “อ๋อย” นั่ง ปธ.ยุทธศาสตร์ ทษช.นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า พรรคมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ จากนี้ต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่ายในพรรค จะหาคณะกรรมการที่มีประสบการณ์และเป็นคนรุ่นใหม่ จัดกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการทำงาน รวมถึงนโยบายสำหรับหาเสียง แต่ยังไม่ปลดล็อกเราต้องเตรียมไว้ ให้ประชาชนเห็นว่าไทยรักษาชาติคืออะไร มีทิศทางอย่างไร จากนี้เราจะสื่อสารไปยังประชาชนพร้อมรับสมาชิกให้มาแสดงความประสงค์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งลั่นสู้เต็มที่เพื่อชนะเลือกตั้งนายจาตุรนต์กล่าวว่า ขณะนี้มีความสับสนว่าพรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคปาร์ตี้ลิสต์ ความจริงแล้วพรรคปาร์ตี้ลิสต์กับพรรค ส.ส.เขต แยกกันไม่ได้ พรรคไทยรักไทยเคยมีประสบการณ์หาคนใหม่ๆมาลงสมัครรับเลือกตั้ง คนก็บอกว่าเป็นนกแลไม่มีทางได้ แต่ปรากฏว่าได้รับเลือกตั้งเข้ามาหลายสิบคน ฉะนั้นเรามั่นใจว่าเมื่อส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต เราจะสนับสนุนด้วยการรณรงค์เต็มที่ เพื่อให้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต ตรงนี้เป็นประเด็นที่จะชี้แจงผู้สมัครและ ส.ส.ได้เข้าใจ ทุกอย่างต้องเตรียมให้ทันรับมือกับการปลดล็อก และเตรียมไปสู่การเลือกตั้ง ต้องคิดถึงการเตรียมพร้อมไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้ง หลัง จากนั้นต้องคิดสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองต่อไป “หมอทศ” ร่วม ทษช.หนุน ปชต.ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค โดย นพ.ทศพรกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายสืบทอดอำนาจ คสช. กับฝ่ายประชาธิปไตย ตนเลือกฝ่ายประชาธิปไตย ต้องการทำให้ได้ชัยชนะมากที่สุด จะเอาประสบการณ์ที่ผ่านมา ช่วยทำนโยบายในการดูแลการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องยางพารา และปาล์มน้ำมันผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ได้ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เตรียมสมัครเข้าพรรค ทษช.ในวันที่ 23 พ.ย. ในส่วนของผู้สมัครระบบเขตของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ชนะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในหลายจังหวัด ทยอยสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทย-รักษาชาติ เพื่อลงสมัครแบบเขตเช่นเดิม โดยหวังเอาคะแนนเปลี่ยนเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิส แต่มีบางส่วนที่ยังคงยืนยันลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยอยู่“จันทรสุรินทร์” แห่ซบ พปชร.ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บรรยากาศยังคงคึกคัก บรรดาอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.ทยอยมาสมัครเป็นสมาชิกต่อเนื่อง อาทิ นายมนู เขียวคราม ส.จ.ภูเก็ต อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นายอมร อินทรเจริญ นักธุรกิจ จ.ภูเก็ต นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย นายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.คมนาคม ส่วนนายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย บุตรชายนายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคไทยรักไทย จะมาสมัครในวันที่ 23 พ.ย. ส่วนนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ จะนำอดีต ส.ส.และสมาชิกในสังกัดจาก จ.ยโสธร มุกดาหาร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม มาสมัครในวันดังกล่าวเช่นกัน ขณะที่นางรัตนา จงสุทธานามณี อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคชาติพัฒนา และอดีตนายกอบจ.เชียงราย จะมาสมัครพร้อม ร.ต.ต.ธนรัช จงสุทธานามณี บุตรชาย เซอร์ไพรส์ “วราเทพ” ยกทีมซบผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่น่าจับตาเป็นพิเศษล่าสุดมีกระแสข่าวว่า นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร 7 สมัย พรรคเพื่อไทย อดีตแกนนำกลุ่ม 16 เตรียมนำอดีต ส.ส.กำแพงเพชร ประกอบด้วย นายไผ่ ลิกค์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายอนันต์ ผลอำนวย ย้ายเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 24 พ.ย. รวมทั้งมีข่าว นายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุกในคดีทุจริตจำนำข้าว มาสมัครเป็นสมาชิกพลังประชารัฐ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้สมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวการเร่งเช็กบิลคดีจำนำข้าว ให้มีการซัดทอดไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังโครงการดังกล่าว“บูรณุปกรณ์-คลังผา” ทิ้ง พท.ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากกลุ่มนายวราเทพ ที่ยกทีมอดีต ส.ส.กำแพงเพชรมาแล้ว ยังมีกระแสข่าวว่า น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พร้อมคนในตระกูลบูรณุปกรณ์ ที่เป็นนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น มาร่วมพรรคพลังประชารัฐด้วย รวมถึงนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ล่าสุด ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเหลือเพียงการตัดสินใจขั้นสุดท้าย “ทักษิณ” ฝากความคิดถึงคนไทยขณะที่นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงอุดรธานี ส่งไลน์ส่วนตัวถึงผู้สื่อข่าวใน จ.อุดรธานี ระบุว่าอยู่ที่สิงคโปร์ พร้อมภาพถ่ายคู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่า นายทักษิณยังเป็นนายกฯในดวงใจของประชาชนไทย เปิดโอกาสให้นำคณะเข้าพบ อาทิ นายสมชัย แสงทอง ตัวแทนภาคเหนือ นางนิตยา นาโล ตัวแทนภาคอีสาน และนางธนภัทร พันธวาส ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน เพื่อรับนโยบายขับเคลื่อนช่วยเหลือประชาชน นายทักษิณบอกว่าคิดถึงประชาชนชาวไทย และห่วงความเป็นอยู่ประชาชน อยากจะ ให้มีอาชีพ มีรายได้มากๆ อยากให้พวกเราดูแลกันและกัน ไม่ทิ้งกัน โดยเฉพาะประชาชนที่ขาดโอกาสและกลุ่มเกษตรกร ถ้ามีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง เศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้นและประชาชนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นปชป.เมืองกาญจน์แฉกลิ่นตุๆที่พรรคประชาธิปัตย์ นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร อดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ยื่นหนังสือถึง กกต.ในนามกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้ง จ.กาญจนบุรี ตามรูปแบบที่ 3 เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 86 (5) และไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 27 (1) และ (2) จึงมองว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้มีเจตนาตัดฐานเสียง พร้อมเสนอให้ใช้การแบ่งเขตในแบบที่ 2 ซึ่งเป็นรูปแบบเดิมที่ใช้ในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใกล้เคียงกันมากที่สุด มีความเท่าเทียม ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบเอื้อพรรคขาใหญ่ดูดไม่สำเร็จนายฉัตรพันธ์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยยื่นหนังสือคัดค้านต่อ กกต.แล้ว เพราะการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ว่านี้ เกิดขึ้นหลังจากที่พรรคการเมืองใหม่ขาใหญ่พรรคหนึ่ง มาเจรจาทาบทามให้ย้ายออกจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ไปและยืนยันจะทำงานการเมืองร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป ทำให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งเช่นนี้ เอื้อให้บางพรรค โดยไม่คำนึงถึงจำนวนประชากร ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างน่ารังเกียจ เพราะมีการพูดก่อนหน้านี้หลังตนไม่ย้ายพรรคในทำนองว่า ถ้าไม่ย้ายพรรคจะจัดเขตเลือกตั้งให้เสียเปรียบ และจะทำทุกอย่างให้ได้เปรียบในเขตเลือกตั้งปชป.ขู่ร้องแน่ถ้าไม่เป็นธรรมน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ นายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า พรรคยังติดใจอยู่ เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวกับความเชื่อมั่น โดยเฉพาะหากทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป จะกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชน ถ้าการเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตกรณีใดผิดปกติ เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ พรรคประชาธิปัตย์จึงทำหนังสือยื่นให้ กกต.ทบทวน สำหรับความเห็นเรื่องการเลื่อนหรือไม่เลื่อนเลือกตั้ง ไม่ควรมีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนข้ออ้างความไม่พร้อมของการเมืองใหม่ หากตั้งมานานแล้วน่าจะเตรียมความพร้อมได้ทัน แม้ว่าจะเห็นใจ แต่ถ้าต้องรออาจทำให้เกิดการรอที่ไม่สิ้นสุดแฉไอ้โม่งแทรกแซงที่สุโขทัยนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งที่มีปัญหาใน จ.สุโขทัย เดิม จ.สุโขทัยมี 4 เขต แล้วถูกลดลงมาเหลือ 3 เขต ตอนแรกการแบ่งเขตไม่มีปัญหา รอเพียง กกต.ประกาศเขตเลือกตั้งเท่านั้น แต่อยู่ๆก็มีปัญหาขึ้นมา โดยนักการเมืองเก่าใน จ.สุโขทัย ที่อยู่กับขั้วอำนาจปัจจุบัน เข้ามาแทรกแซงพยายามให้มีการแบ่งเขตใหม่ จะผ่าเขต 2 พื้นที่ อ.กงไกรลาสออก ซึ่งเป็นพื้นที่ของตน เพื่อให้พวกเขาได้เปรียบ โดยส่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 4 แบบลับๆ โดยไม่บอกใครไปให้ กกต.ก่อนหน้านี้เคยทำหนังสือถึง กกต.ให้พิจารณาเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ล่าสุดที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคมีมติส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณาทบทวน “ศรีสุวรรณ” จ่อยื่นถอด ปธ.กกต.นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 23 พ.ย. จะไปยื่นหนังสือต่อเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้วินิจฉัยถอดนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพเรื่องดวงตา จนต้องเข้ารับการผ่าตัด เป็นเหตุให้การแบ่งเขตเลือกตั้งเลื่อนจากปฏิทินกำหนดเดิม ทำให้ คสช.ต้องออกคำสั่งที่ 16/2561 แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ กกต. กรณีดังกล่าวเป็นหลักฐานผูกมัดประธาน กกต.ชัดแจ้งว่ามีปัญหาสุขภาพไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขัดคุณสมบัติการเป็น กกต. ไม่เป็นไปตามมาตรา 216 (2) เมื่อมีปัญหาว่าประธาน กกต.ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุให้เป็นหน้าที่คณะกรรมการสรรหา กกต.เป็นผู้วินิจฉัย โดยมีเลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการคณะกรรมการ จึงมายื่นเรื่องให้ดำเนินการต่อไป “สมชัย” สางแค้นโดดลงการเมืองนายสมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัย-ลักษณ์ อดีตกรรมการ กกต. โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อผม” หากไม่ใช่ผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คงได้ทำหน้าที่กรรมการจัดการเลือกตั้งต่อไปอีก 3 ปี แต่รัฐธรรมนูญให้อำนาจ สนช.เซ็ตซีโร่องค์กรอิสระตามใจชอบ ให้อำนาจมาตรา 44 ชี้เป็นชี้ตายได้ทุกเรื่อง สั่งให้พ้นจากตำแหน่งเพราะพูดไม่เข้าหู รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังจำกัดเส้นทางเดินชีวิต ทำให้ไม่สามารถไปสมัครองค์กรอิสระใดได้อีก จึงศึกษาจนเห็นแง่มุมการเอารัดเอาเปรียบที่สร้างขึ้นมาอย่างแยบยล เห็นการเขียนกฎหมายที่ ฉ้อฉล จึงเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์เพื่อตน ถ้าไม่มีอะไรพลาดคงใช้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญเดินเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองสักพรรคตามคำเชิญชวนของเพื่อน หวังว่าอนาคตข้างหน้าอาจช่วยแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ดีไซน์เพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ไม่ให้นักการเมืองหน้าไหนมาพูดหยามใจประชาชนว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” สหพรรคฯ เดินหน้าเลื่อนเลือกตั้งที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กลุ่มสหพรรคการเมืองไทย นำโดยนาย สาธุ อนุโมทามิ หัวหน้าพรรคพลังไทยดี นำหนังสือและแถลงการณ์ยื่นต่อตัวแทน กกต. ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นวันที่ 5 พ.ค.2562 นายสาธุ อนุโม-ทามิ กล่าวว่า ทางกลุ่มสหพรรคการเมืองมองว่าการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 มีกรอบเวลาที่กระชั้นชิด จึงเห็นว่าควรเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป เพื่อให้ทุกพรรคพร้อม แต่หากต้องจัดเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. กลุ่มสหพรรคการเมืองพร้อมลงเลือกตั้งด้านนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า เตรียมยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งตามโรดแม็ปเดิมที่นายกฯประกาศไว้ คือวันที่ 24 ก.พ.2562 เพราะพรรคการเมืองส่วนใหญ่พร้อมแล้ว การเลือกตั้งตามโรดแม็ปจะส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้น และขอเรียกร้องให้รีบปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรมได้เต็มที่ รวมถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมรปช.ก็เมินกีฬาพรรคการเมืองนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ทีมโฆษกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาเตะฟุตบอลระหว่างพรรค การเมือง ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ของ รปช. ขอแจ้งว่าทีมงานคนรุ่นใหม่ของ รปช. ไม่สะดวกเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพราะได้จัดลำดับความสำคัญของงานไว้แล้วคือ การเดินคารวะแผ่นดินเพื่อหาสมาชิกพรรค งานสมัชชาจะจัดขึ้นวันที่ 15 ธ.ค. กิจกรรมพาเยาวชนพรรค รปช. ลงพื้นที่วันที่ 1 ธ.ค.นี้ เพื่อรับฟังปัญหาประชาชน ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเกษตรกัมปง แย้มถกฝ่ายการเมืองต้น ธ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใกล้ได้วันนัดหารือร่วมกับพรรคการเมืองแล้ว อยู่ระหว่างเสนอวันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เลือก เป็นช่วงต้นเดือน ธ.ค. ส่วนฝ่ายการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.นั้น นี่คือเหตุผลหนึ่งที่มีการร้องเรียนเข้ามา หากเราทำไม่รู้ไม่ชี้หลับหู หลับตาให้ประกาศตั้งแต่ตอนนั้น เชื่อว่าคงมีการโวยกันเยอะ และจะมีการฟ้องร้องกัน คสช.จึงให้เวลา กกต.พิจารณาเพิ่มเติม เราไม่อยากเข้าไปแทรกแซง “พิชัย” ซัดเร่งแจกเงินกลบกระแสอีกเรื่อง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า มติ ครม.ที่อนุมัติงบประมาณอีกกว่าแสนล้านบาทช่วยเหลือประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่เหมาะสม เพราะเดือดร้อนกันมากกว่า 4 ปีแล้ว แต่รัฐบาลเพิ่งมาคิดช่วยก่อนเลือกตั้ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทำเพื่อหาเสียง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีแนวโน้มมีรายชื่อถูกเสนอเป็นนายกฯของพรรคการเมืองหนึ่งค่อนข้างแน่ และ 4 รัฐมนตรีใน ครม. ก็สังกัดพรรคพลังประชารัฐแล้ว ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะตัวเลขเศรษฐกิจ ในไตรมาสที่ 3 ทรุดลงอย่างชัดเจน จึงต้องเร่งออกมาแจกเงินเพื่อกลบข่าวภาวะเศรษฐกิจที่จะกลับมาตกต่ำอีกครั้ง อาจเป็นความพยายามรักษากระแสความนิยมก่อนจะตกวูบใช่หรือไม่ จึงอยากถามว่าการแจกเงินดังกล่าว ต่างกับนโยบายประชานิยมที่รัฐบาลนี้โจมตีมาตลอดอย่างไร และหวังว่าถ้ารัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่มาจากฝั่งประชาธิปไตย จะมีอิสระออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนในลักษณะเดียวกันนี้ได้ โดยไม่ถูกสกัดกั้นจากกลเกมตามรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นจะยิ่งตอกย้ำคำพูดที่ว่า “รัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์มาเพื่อเรา” ไม่ได้เขียนมาเพื่อประชาชนทั้งประเทศพท.จวกผลประโยชน์ทับซ้อนผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ เรื่องการช่วยคนจนต้องช่วยอย่างจริงจัง ยั่งยืน และไม่หวังผลทางการเมือง มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่รัฐบาล คสช.ให้ความเห็นชอบงบประมาณเกือบแสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือคนยากจน ผู้มีรายได้น้อย และผู้สูงอายุ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 14.5 ล้านใบนั้น เหตุใดรัฐบาลเพิ่งมาออกมาตรการดังกล่าว ก่อนการเลือกตั้งเพียง 3 เดือน มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ เป็นการใช้เงินภาษีประชาชนหาเสียงล่วงหน้า เอาเปรียบพรรคอื่นหรือไม่ นอกจากนี้ รัฐมนตรี 4 คน ที่เป็นผู้บริหารพรรค การเมืองหนึ่ง ร่วมอนุมัติงบดังกล่าวหรือไม่ ถ้าใช่ถือว่ามีประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ การช่วยเหลือคนจนต้องกระทำด้วยยุทธศาสตร์ งบประมาณต้องถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องไม่ใช่การกู้มาแจก และสร้างหนี้ จึงเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อก เปิดให้พรรคการเมืองนำเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจพลังธรรมใหม่ฉะหาเสียงชัดนายทศพล แก้วทิมา โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า พรรคพลังธรรมใหม่ไม่ขัดขวางประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ แต่รัฐบาลต้องรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โครงการแบบนี้ต้องไม่ใช่การให้เงินแบบไม่รู้จบ รัฐบาลควรพัฒนาเพิ่มศักยภาพประชาชน แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทำได้แต่ให้เงินชาวบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มักวิจารณ์โครงการประชานิยมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่สุดท้ายกลับมาทำเสียเอง ใช้ความยากจนของประชาชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง ถือเป็นการหาเสียงชัดเจน ก่อนหน้านี้ 4-5 ปี ไม่มี มาตรการเช่นนี้ แต่มาเร่งทำตอนใกล้เลือกตั้งคาดหวังอะไรในเมื่อรัฐบาลมีอำนาจ เหตุใดไม่ใช้มาตรา 44 ปลดล็อกแก้กฎหมาย ทำให้ประชาชนใช้ความ สามารถทำมาหากินอย่างเท่าเทียม“วิษณุ” ปัดเทงบไม่ได้เอื้อใครนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า การอนุมัติงบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอ ไม่ได้เอื้อให้ใคร โครงการดังกล่าวคิดกันมานานแล้ว เคยบอก ครม.ว่าหากจะมีอะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ให้รีบนำเสนอก่อนมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้ง ถ้าจะเอื้อกับพรรคดังกล่าวก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัฐมนตรีทั้ง 4 คน เพราะไม่ได้ลงรับสมัคร ส.ส. ให้เขาวิจารณ์ไปเรามีหน้าที่ชี้แจง ส่วนที่ กกต.จะตรวจสอบเรื่องนี้ก็ดีแล้ว ทั้งนี้ ต่อให้มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมา การออกนโยบายอะไรรัฐบาลยังสามารถทำได้อยู่ เพราะถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม เมื่อถามว่าแม้รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ แต่ด้วยมารยาทสมควรทำหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า อย่าลืมว่ารัฐบาลนี้อยู่จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่มา หากคิดว่ายึดมารยาทเป๊ะทั้งหมด ต้องคิดต่อไปว่าถ้าเลือกตั้งเสร็จแต่ยังไม่ได้รัฐบาลใหม่ เกิดเหตุขึ้นมา เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว จะให้รัฐบาลชุดปัจจุบันทำอย่างไร “เสี่ยแฮงค์” อัดพวกมือไม่พายนายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย โจมตีนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่ดี เห็นความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยและยังยากลำบากอยู่ แต่อาจมีบางคนไม่เห็นด้วย อยากถามว่าพวกท่านมีจิตใจเช่นไรที่คิดและออกมาพูดเช่นนั้น เพราะตอนเป็นรัฐบาลยังไม่เคยคิดที่จะทำ พอมีคนทำกลับออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย ถ้าแน่จริงประกาศเป็นนโยบายพรรคไปเลยว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกนโยบายเหล่านี้ ที่ช่วยเหลือคนยากคนจนกว่า 14.5 ล้านคน แล้วมาคอยดูกันว่าในวันเลือกตั้ง คน 14.5 ล้านคนเหล่านี้จะเลือกท่านหรือไม่ “บิ๊กตู่” ลุยพบชาวกรุงโซนตะวันออกเวลา 07.45 น. วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ลงตรวจราชการพื้นที่ กทม. พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. โดยนายกฯเข้าแถวเคารพธงชาติพร้อมกับนักเรียน ร.ร.วัดศรีบุญเรือง ก่อนมอบหมวกกันน็อกให้นักเรียน รณรงค์สร้างวินัยจราจรนายกฯกล่าวว่า รัฐบาลมีรายจ่ายมาก อยากให้ทุกคนเข้าใจเงินที่ให้ไปเพื่อต้องการลดภาระให้ประชาชน ใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องทำ วันนี้ต้องนึกถึงภาษีประชาชนขอให้ช่วยกันพูดต่อ อย่าไปมองเป็นเรื่องการเมืองอย่าปิดโทรทัศน์ ขอให้ฟังกันบ้างแม้จะเข้าใจยากก็ขอให้ฟัง จากนั้นนายกฯได้เข้าสักการะพระพุทธศรีสุโขทัย (หลวงปู่สุโขทัย) และพระครูสุนทรวีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ก่อนเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนโอทอป เขตบางกะปิ และลงเรือต่อไปยังท่าเรือศูนย์การค้าเดอะพาซิโอ สาขารามคำแหง ได้พรเป็นนายกฯอีกแสนนานต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมายังมัสยิดกมาลุลอิสลาม เขตคลองสามวา โดยนายวินัย สะมะอุน อิหม่ามประจำมัสยิดนำผู้นำศาสนา และเด็กนักเรียนให้การต้อนรับ พร้อมมอบสะระบั่นหรือผ้าโพกศีรษะของชายชาวมุสลิมสีเหลืองให้นายกฯ พร้อมกับอ่านดูอาห์ขอพรให้เป็นนายกฯอีกนานแสนนาน จากนั้นนายกฯได้บันทึกภาพร่วมกับผู้นำศาสนาและเด็กนักเรียน พร้อมชมผลิตภัณฑ์โครงการไทยนิยมยั่งยืน เขตคลองสามวา และร่วมแสดงลิเกเรียบด้วยการร่วมตีกลองรำมะนา ก่อนเยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน โดยเด็กๆได้มอบดอกมะลิให้นายกฯ และเดินทางไปตลาดมีนบุรี มีนายชาญวิทย์ วิภูศิริ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่สมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐมารอต้อนรับ นายกฯลงมือทำผัดไทยกุ้งสดก่อนยกนิ้วโป้งชมตัวเองว่า “ไม่เคยกินผัดไทยที่ไหนอร่อยเท่านี้” ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าตะโกนให้กำลังใจให้สู้ๆ ระหว่างนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งถามว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐยกเลิกไหม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มีวันเลิก รัฐบาลจะทำต่อไปลั่นไม่หวังผลสืบทอดอำนาจพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การรักษาพยาบาล บัตรประกันสุขภาพจะทำให้ดีขึ้น อย่าคิดว่ารัฐบาลทำแล้วจะได้ประโยชน์ ตนระวังมากที่สุด ดังนั้นนักการเมืองที่คิดจะเข้ามาต้องทำให้ได้ เพราะกฎหมายเขียนไว้มียุทธศาสตร์ชาติ มีคณะกรรมการติดตาม ไม่ใช่เพื่อสืบทอดตนแต่สืบทอดอำนาจประชาชน ระหว่างที่พูดมีเสียงประชาชนตะโกนเป็นระยะๆว่าขอให้เป็นนายกฯต่อไป ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบว่า ไม่สงสารตนบ้างหรือ ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากให้เป็นนายกฯกัน สำหรับตนขอฝากแค่ตัวกับหัวใจคงไม่พูดเอาใจใคร แต่เป็นวาจาที่มีเหตุผล การจะให้เป็นนายกฯต่อ ต้องไปดูกฎหมายกติกาเขียนว่าอย่างไร“เสธ.เอ็กซ์” ยันทหารมีสิทธิพูดอีกเรื่อง พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุว่า พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรอง ผบ.ทหารสูงสุด สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ออกมาด่า คสช. ไม่คิดถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน ว่า ในฐานะทหารเก่าเรายึดหลักเคารพรุ่นพี่ รุ่นน้อง ไม่ว่าจะอยู่ต่างสถานะต่างหน้าที่ ก็มีสิทธิเสรีภาพในการพูดภายใต้การเคารพซึ่งกันและกัน เพราะมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน สำหรับ พล.อ.ประวิตรเป็นอดีตผู้บังคับบัญชา ท่านมีความเมตตาทุกคน ใครเดือดร้อนก็วิ่งไปหา จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ท่านก็ไม่ปฏิเสธ ถึงแม้จะคิดอย่างไรทุกคนก็มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น มท.1 ฟุ้งไทยนิยมสำเร็จเกินคาดช่วงบ่ายที่สโมสรทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนภายใต้แนวคิดไทยนิยม ยั่งยืนสร้างรอยยิ้ม เพิ่มความสุขให้คนไทยทุกคน ว่า โครงการนี้เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศจากระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชนทั่วประเทศ จนเกิดผลสำเร็จเกินความคาดหมาย จากการบูรณาการในทุกพื้นที่ ประกอบด้วย 1.แผนงานเสริมศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตวงเงิน 21,078 ล้านบาท 2.แผนงานปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร วงเงิน 24,301 ล้านบาท และ 3.แผนงานส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาศักยภาพชุมชน วงเงิน 50,379 ล้านบาทฉลุย “เลิศวิโรจน์-ฐิติเชฎฐ์” นั่ง กกต.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน คือ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายฐิติเชฎฐ์ นุชนาฎ ที่ปรึกษานายกสภาทนายความ โดยผลการลงคะแนนลับปรากฏว่า นายเลิศวิโรจน์ ได้คะแนนเห็นชอบ 148 ไม่เห็นด้วย 28 และงดออกเสียง 8 เสียง ส่วนนายฐิติเชฎฐ์ ได้คะแนนเห็นชอบ 149 ไม่เห็นชอบ 27 งดออกเสียง 8 จึงถือว่าทั้ง 2 คน ได้รับความเห็นชอบเป็น กกต.