ความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทยและกัมพูชา นับวันมีความแนบแน่นยิ่งขึ้นเป็นระดับ ส่งเสริมให้สื่อมวลชนทั้ง 2 ประเทศมีความเข้าใจในบริบทการทำงานตามหลักวิชาชีพ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศในทุกมิติ โดยผ่านองค์กรสื่อมวลชนหลักในแต่ละประเทศล่าสุด นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะนำผู้บริหารสมาคมและสื่อมวลชนไทย เดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชา เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนกัมพูชา ตามคำเชิญของ สมาคมนักข่าวกัมพูชา ระหว่างวันที่ 7-11 พ.ย.ผู้ที่ร่วมคณะสื่อมวลชนไทยครั้งนี้ มีจำนวน 9 คน อาทิ นายประดิษฐ์ เรืองประดิษฐ์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล ที่ปรึกษาสมาคมฯ และเลขาธิการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาคมฯ และประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พร้อมกรรมการสมาคม สนับสนุนการเดินทางโดย “บางกอกแอร์เวย์ส” นายเขียว กันหะริด ถ่ายภาพกับ นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล เลขาธิการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ.พร้อมกันนี้ นายสุภชัย วีระภุชงค์ นักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามานาน และ นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้ร่วมต้อนรับคณะสื่อมวลชนไทย จัดเข้าพักที่โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ โภคีธารา และแนะนำให้สื่อมวลชนไทยพบปะกับ นายวงศ์ วิสด รมช.คลังด้วยพูดถึง นายสุภชัย วีระภุชงค์ เป็นทายาท นายวินัย วีระภุชงค์ เจ้าของ บ.ไทยนครพัฒนา จำกัด ผู้ผลิตยาแก้ปวดแก้ไข “ทิฟฟี่” และ“ซาร่า” นอกจากธุรกิจยาแล้ว ยังเป็นเจ้าของ โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ โภคีธารา และเจ้าของสัมปทาน สถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 กองทัพกัมพูชา โดยช่วยสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยไปลงทุนในกัมพูชาเช่นกันเริ่มต้นภารกิจ ตัวแทนทั้ง 2 สมาคมได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันที่จะสนับสนุนส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนกันด้านวิชาการ ระหว่างสื่อมวลชนและประชาชนทั้ง 2 ประเทศ นายเขียว กันหะริด รมว.ข่าวสารประเทศกัมพูชา และผู้บริหารกระทรวง ให้การต้อนรับ คณะสื่อมวลชนไทย นำโดย นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่นำคณะไปเชื่อมความสัมพันธ์กับ สมาคมนักข่าวกัมพูชา ที่กระทรวงฯ.ต่อจากนั้นได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายทิด จันธา ปลัดกระทรงการท่องเที่ยวกัมพูชา นายทิด กล่าวว่า ไทยกับกัมพูชาเหมือนพี่น้องกัน ในเรื่องของความร่วมมือและแบ่งปันกัน ที่ผ่านมาขอขอบคุณสื่อมวลชนทั้ง 2 ประเทศ ที่มีความเข้าใจการทำหน้าที่เช่น กรณี ไทยขอจดทะเบียนโขนเป็นมรดกโลก มีความพยายามปลุกกระแสทางโซเชียลให้เกิดความไม่เข้าใจกัน แต่สื่อมวลชนให้ความระมัดระวังเรื่องนี้ และทางฝ่ายไทยก็มีการพูดถึงการเป็นมรดกร่วมกัน ทำให้บรรยากาศดีขึ้นภาคการท่องเที่ยวกัมพูชา ในปี 2560 กัมพูชามีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือน 5.6 ล้านคน เป็น นักท่องเที่ยวไทย กว่า 300,000 คน ขณะที่ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วร้อยละ 11 คาดว่าอาจจะถึง 6.2 ล้านคนเมื่อสิ้นปี โดยรัฐบาลตั้งเป้าว่าจะมี นักท่องเที่ยวต่างชาติ 7.3 ล้านคน ในปี 2020 และ 13-15 ล้านคนในปี 2030 นายทิด จันธา ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา พบปะสื่อมวลชนไทย ร่วมหารือความร่วมมือโปรโมตการท่องเที่ยว 2 ประเทศ. เข้าเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ PNN ของเอกชนกัมพูชา ที่มีการลงทุนด้านอาคารและเทคโนโลยีทันสมัยกว่า 1 พันล้านบาท.ด้านคณะสื่อมวลชนไทยได้ให้ข้อมูลว่า นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาของไทย นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.ของไทย ให้ความสำคัญสนับสนุนสื่อมวลชนไทยและอาเซียน ในการเสนอข่าวเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวให้คนในอาเซียนท่องเที่ยวไปมาหากันจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ดีขึ้น เนื่องจากขณะนี้มีปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดน้อยลง เพราะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจและค่าเงินหยวนส่วน สื่อมวลชนไทย และ กัมพูชา ต่างมีแนวคิดที่จะสนับสนุนการโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน รวมทั้งในอาเซียนด้วย โดยเชิญสื่อมวลชนจากประเทศอาเซียน บวก 4 มาร่วมเวิร์กช็อปส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดย นายทิด ชื่นชมและเห็นด้วยกับแนวคิดนี้และยินดีสนับสนุนผู้บริหารสื่อมวลชนไทยและกัมพูชาได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายเขียว กันหะริด รมว.ข่าวสารกัมพูชา โดย นายเขียว นำผู้บริหารกระทรวงมาร่วมพบปะสื่อมวลชนไทยและกัมพูชา พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่างๆนายเขียว กล่าวชื่นชมบทบาทและความร่วมมือระหว่าง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าวกัมพูชา ที่ช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ สำหรับปัญหาชายแดนที่ผ่านมา สื่อกัมพูชาก็เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องการเมือง ในระดับประชาชนไม่มีปัญหาความขัดแย้งกันเลย ทุกคนข้ามไปมาค้าขายและดำเนินชีวิตเป็นปกติ สภาพการจราจรในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ช่วงเวลาเร่งด่วนรถติดมาก. สภาพชานเมืองของกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา มีการพัฒนาความเจริญขยายตัวออกชานเมืองมากขึ้น.สำหรับในกัมพูชามีสถานีโทรทัศน์ 20 ช่อง เป็นของรัฐบาล 1 ช่อง มีสถานีวิทยุ FM กว่า 100 สถานี ร้อยละ 90 เป็นของเอกชน ส่วนหนังสือพิมพ์มี 600 ฉบับ ออกประจำประมาณ 150 ฉบับ รัฐบาลไม่ได้คิดกำจัดเสรีภาพในการทำงานของสื่อ มีบทลงโทษสูงสุดแค่ปรับ ขณะที่ปัจจุบันมีปัญหาเรื่อง โซเชียล มีเดีย รัฐบาลกัมพูชาไม่ถือว่า โซเชียลมีเดีย เป็นสื่อมวลชน ใครทำผิดอะไรก็ว่าไปตามกฎหมายนั้น และได้เคยปิดเว็บไซต์ที่ทำผิดถึง 40 เว็บไซต์“สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ให้ความเชื่อถือหนังสือพิมพ์ ถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากได้ให้นโยบายแก่รัฐมนตรีและข้าราชการต้องอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน ท่านเองก็สั่งให้นำหนังสือพิมพ์หลักๆมาให้อ่านทุกวัน ท่านอ่านเองทุกวันและมีเรื่องอะไรมีปัญหาอะไร เกี่ยวข้องกับหน่วยงานไหน จะสอบถามผู้รับผิดชอบกระทรวงนั้นทันที และยังมีเพจกับเฟซบุ๊ก ที่จะสื่อสารและรับฟังปัญหาจากประชาชน เพื่อช่วยเหลือด้วย” นายเขียว กล่าว คณะสื่อไทยเยี่ยมชมซอมโบเปร็ยกุก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกัมพูชา ที่ จ.กำปงธม.นายเขียว ได้ชื่นชมที่ทราบว่า สื่อมวลชนทั้ง 2 ประเทศ จะร่วมมือกันประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศ และภูมิภาคอาเซียน โดยทางกระทรวง ยินดีให้การสนับสนุนเต็มที่ส่วนการเดินทางทัศนศึกษาแหล่งท่องเที่ยวของกัมพูชานั้น นอกจากกรุงพนมเปญแล้ว คณะสื่อมวลชนไทย ได้ไปทัศนศึกษาที่เมืองเสียมเรียบ (เสียมราฐ) เดินทางด้วยรถยนต์เพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศได้เข้าถึงธรรมชาติจริงๆระหว่างทางได้ถือโอกาสแวะชมกิจการของคนไทย อาทิ สถานีบริการนำมัน ปตท. และ ร้านกาแฟแบล็คแคนยอน ก่อนจะไปเที่ยวชม “ซอมโบเปร็ยกุก” สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ จ.กำปงธม เป็นราชธานีของ อาณาจักรเจนฬะ ช่วงปลายศตวรรษที่ 6-7 มีความเก่าแก่กว่า นครวัด ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ผู้บริหารองค์กรสื่อมวลชนไทยและกัมพูชา รายงานความร่วมมือระหว่างสื่อไทยและกัมพูชา ในการส่งเสริมความสัมพันธ์และการท่องเที่ยว. นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และ ณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีต ออท. ณ กรุงพนมเปญ นำคณะสื่อมวลชนไทยพบปะ นายวงศ์ วิสด รมช.คลังกัมพูชา. คณะสื่อมวลชนไทยเข้าเยี่ยมชมหนังสือพิมพ์ “KHMER TIMES” หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมในกรุงพนมเปญ.นอกจากนี้ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชม วิทยาลัยกำปงเฌอเตียล สถาบันอาชีวศึกษาที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระ ราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์สร้างอาคาร และดำเนินการจัดการเรียนการสอนมุ่งเน้นสายอาชีพให้แก่เยาวชนกัมพูชา บนพื้นที่ 100 ไร่ ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ 1,000 คน นายปัญญารักษ์ พูลทรัพย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา จัดต้อนรับสื่อมวลชนไทย และบรรยายสรุปเรื่องความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ในมิติต่างๆ. เข้าเยี่ยมชม วิทยาลัยกำปงเฌอเตียล สถาบันอาชีวศึกษาที่ สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารเรียนให้.การเยือนกัมพูชาครั้งนี้ สื่อมวลชนไทยได้สานต่อภารกิจที่จะส่งเสริมความร่วมมือร่วมกันด้านวิชาการและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในประเทศอาเซียน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้.ทีมข่าวภูมิภาค / รายงาน