ทำเอา มุกดา นรินทร์รักษ์ นางเอกดาวรุ่งถึงกับกุมขมับเลยทีเดียว หลังจากมารับบท ปริตตา ในละครเรื่อง “นางทิพย์” ค่าย มีเดีย ซีน ทางช่อง 7 เพราะนอกจากจะต้องแสดงเป็นทั้ง เจ้าฟ้าทิพฉาย (มิน-พีชญา) รวมถึง นางฟ้ารวิปรียา (ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์) แล้ว สิ่งสำคัญที่กลายเป็นอุปสรรคคือเรื่องการออกเสียงในละคร เพราะเป็นคนเสียงต่ำ เมื่อต้องมาพูดให้ดูมีพลังมันไม่ง่าย ด้านหัวใจในเวลานี้ มุกดาออกปากมีคนจิ้นให้ลงเอยกับหนุ่มรุ่นพี่ ไต้ฝุ่น-ตากเพชร เลขาวิจิตร เยอะมากอ่านนิยายเรื่อง “นางทิพย์” ทั้งหมดที่นี่“สำหรับละครนางทิพย์ฟีดแบ็กดีมากค่ะ ตอนนี้มีคนเรียกว่าผีบ้าง อีผีบ้าง เพราะว่าทิพฉายเข้ามาสิงร่างแล้ว เวลาเจอคนข้างนอกเค้าก็เลยไม่เรียกว่าปริตตา แต่เรียกว่า อีผีมาแล้ว ...อีผีน่ากลัว อย่างฉากที่เราฆ่าคน (หัวเราะ) อย่างเด็กๆ เวลาเราไปเจอข้างนอก ไปทานข้าว เด็กๆก็หันมามอง ชี้ๆ ยิ้มให้ โบกมือกันไกลๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ สำหรับมุก ละครเรื่องนี้ได้ปรับอะไรเยอะมากได้ไปเรียนเรื่องการใช้เสียงด้วย เพราะว่าตัวมุกเองใช้เสียงไม่ค่อยเป็น เป็นคนที่พูดแล้วเสียงจะอยู่ในคอ แล้วเรื่องนี้ต้องมาพูดให้ดูมีพลัง คือพี่มินเล่นไว้ดีมากๆ แต่พอมาเป็นตัวมุก มันเห็นชัดถึงความแตกต่างเลยตัดสินใจไปเรียน พยายามฝึกไปเรื่อยๆ เวลาต้องเล่นเป็นทิพฉาย ตัวมุกเป็นคนเสียงต่ำ เวลาใช้เสียงผิด คีย์มันก็จะต๊ำ...ต่ำ มันไม่ได้”ฉากหวานทำเอามุกดาถึงกับเขินเลย?“ก็ส่วนหนึ่งค่ะ อย่างในเรื่องช่วงที่มุกโดนพี่มินสิงร่าง เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับพี่อ๋อม บทค่อนข้างจะหวานๆ ซึ่งพี่มินจะเล่นก่อนมุก เรียกว่าเล่นมาครึ่งทาง อย่างเขาบอกรักกัน สบตาซึ้งกัน ตัวพี่มินเล่นเอาไว้ดีมากๆ แต่มุกก็จะหนักหน่อย เพราะพอกำลังหวานมุกต้องสลับมาเล่นต่อ แล้วอารมณ์อาจจะยังไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็ยอมรับว่าเขินจริงๆ ด้วยในเรื่องต้องแสดงความรักกับพี่อ๋อมแบบเรารักเขามากเมื่อชาติก่อน รอคอยมาจนได้เจอเขาในวันนี้ สายตา รอยยิ้มทุกอย่างต้องแสดงออกมาแบบนั้น พอมุกเล่นไป พี่อ๋อมถามว่า นี่ยิ้มรักแล้วเหรอ แล้วพี่อ๋อมเวลาเขาพูดตามบท มันจะดูอบอุ่นมากๆ มันก็เลยทำให้เราออกอาการเขิน เขินจริงๆ แล้วพอเราเขิน มันก็ใช้ไม่ได้อะค่ะ ก็ต้องถ่ายใหม่ มุกก็พยายามจะไม่เขินแต่ไม่ได้จริงๆ ส่วนเล่นกับพี่ไต้ฝุ่น ในเรื่องก็จะสดใสๆ มีหวานๆนิดหนึ่ง หลังๆจะเห็นอดีตด้วยว่าตัวมุกดากับพี่ไต้ฝุ่นเราเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็จะมีความรักความห่วงใยให้กันมาตลอด”กับไต้ฝุ่นนี่หวานในจอ จนมีข่าวว่า รักจริงนอกจอ?“ไม่หรอกค่ะ พี่ไต้ฝุ่นเป็นพี่ พี่เขาเป็นคนน่ารัก และเป็นคนเก่ง ถ้าถามว่าสเปกมุกดาเป็นแบบไหน มุกชอบผู้ชายที่ค่อนข้างโตค่ะ คือโตด้านความคิด มีทัศนคติในการทำงานค่อนข้างสูง ไม่ง้องแง้ง สามารถแก้ปัญหาได้ดี สามารถที่จะสอนหรือแนะนำเราได้ ถามว่าตอนนี้มีคนเข้ามาบ้างไหม ก็มีนะคะ แต่มุกเป็นคนที่ ถ้าเรารู้ว่าเขาเข้ามาเพื่ออะไร แล้วมันไม่ใช่ มุกก็เลือกที่จะไม่คุย ปรับเขามาเป็นเพื่อน โชคดีที่ผ่านมายังไม่มีคนที่แบบตื๊อหนักๆ มุกไม่เคยหักหาญน้ำใจนะคะ แต่จะใช้วิธีค่อยๆชิ่งออกมา สำหรับตัวมุกวันนี้ มองว่าเรื่องงานกับเรื่องเรียน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด” เพราะเรื่องเรียนสำคัญ มุกดาจึงตัดสินใจไม่ดร็อป ทั้งที่มีงานแน่นทุกวัน?“ตอนนี้มุกเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ ปี 3 มหาวิทยาลัยหอการค้า บางวิชาจำเป็นต้องเข้าเรียน มุกก็จะแจ้งพี่ผู้จัดการไว้ล่วงหน้าเลยว่า ขอไม่รับงานนะคะ แต่ถ้าเป็นวิชาที่เราสามารถแว้บได้บ้าง ก็จะแจ้งอาจารย์เลยว่า เราขอลานะคะ สิ่งสำคัญมุกได้เพื่อนที่ดีด้วย เพื่อนจะถ่ายงานเอาไว้ให้เป็นตัวอย่าง มุกก็จะมาตามต่อ มุกไม่อยากดร็อปเรียนไปเลย ตั้งใจอยากเรียนให้จบตามกำหนดที่คิดเอาไว้ แต่ถ้ามุกคิดว่าเรียนไม่ไหว มุกก็จะขอเลือกไปปิดทีละวิชาดีกว่า แต่ตอนนี้ทุกอย่างยังไปพร้อมๆกันได้อยู่ ชีวิตช่วงนี้มุกว่าก็ลงตัวในระดับหนึ่ง”เห็นหน้าหวานๆแบบนี้ แต่มุกดาชอบเล่นกีฬาเอกซ์ตรีม?“มุกว่ามันท้าทายดีค่ะ เริ่มจากเล่นเครื่องเล่นที่สวนสนุกปกติ จนมุกไปทำงานที่ญี่ปุ่น ก็ไปเล่นพวกฟูจิคิว ซึ่งคนอื่นมองว่ามันหวาดเสียวนะ แต่สำหรับมุกว่ามันเป็นความตื่นเต้นมากกว่า จริงๆอยากไปลองเล่นบันจี้จัมพ์ที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งยังไม่มีโอกาส แล้วก็มีไปเล่นแกรนด์แคนยอน กระโดดจากหินสูงๆลงมาที่น้ำที่ญี่ปุ่นบ้าง สำหรับมุกคือมันไม่น่ากลัว เพราะว่าตอนที่เราไปเล่น เรามีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำตลอด กีฬาทางน้ำอย่างเวคบอร์ดก็เล่นค่ะ คือถ้ามีโอกาสที่จะได้ทดลองทำอะไรมุกก็อยากทำ”วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้าง?“มุกมีความตั้งใจว่า ในอนาคตมุกอยากทำธุรกิจเพิ่มขึ้น อย่างตอนนี้ที่บ้านมุกทำรีสอร์ตอยู่จังหวัดระนอง ชื่อว่าบ้านในโหมง เป็นโฮมสเตย์เล็กๆ เมื่อก่อนบ้านเราก็จะมาพักผ่อนกัน ช่วงหลังทางการเค้าเปิดการท่องเที่ยวอย่างไปเกาะหัวใจมรกตที่พม่า ก็เลยทำให้คุณแม่กับพี่ชายสนใจที่จะทำโฮมสเตย์ขึ้นมา ตอนนี้มุกเองก็เข้าไปลงทุนด้วย มีการสร้างที่พักเพิ่มขึ้น มุกมองว่าการได้เรียนรู้เรื่องธุรกิจการท่องเที่ยว ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้ตัวเราได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นไปด้วยค่ะ”.