ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง อะ สตาร์ อิส บอร์น (A Star Is Born) ฝีมือการร่วมเขียนบทบวกกำกับฯ และแสดงนำของแบรดลีย์ คูเปอร์ นักแสดงหนุ่มชาวอเมริกัน ที่เลือกแสดงคู่กับ เลดี้ กาก้า นักร้องสาวชื่อดัง โดยสร้างเป็นหนังดราม่าที่มีเพลงประกอบไพเราะเพราะพริ้งมาก แถมหนังยังออกแนวดราม่าปนโรแมนติกซะด้วย ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีและน่าจดจำเรื่องนึงของปีนี้ทีเดียวอะ สตาร์ อิส บอร์น เคยถูกสร้างหนังมาแล้วหลายครั้ง แต่เราขอพูดถึงเวอร์ชันล่าสุดก็แล้วกัน เนื่องจากในภาพยนตร์จะมีปมให้ฉุกคิดเกี่ยวกับความรัก, การใกล้ชิด และความหวังดีของฝ่ายชาย (พระเอก) ที่พยายามผลักดันให้ผู้หญิงที่เค้ารักจนกลายเป็นดาวจรัสแสงดวงใหม่ แต่ตัวเองกลับตกต่ำเพราะติดเหล้า จนยากที่จะแก้ไขภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นโศกนาฏกรรมแห่งความรักที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง หนังให้บทเรียนว่า อย่าได้ใช้ชีวิตเดินตามอย่างพระเอกเด็ดขาด ไม่งั้นหายนะมาเยือนแน่ๆ เพราะการติดเหล้ามีแต่จะทำลายตัวเองต้องขอชมว่า ทั้งแบรดลีย์ คูเปอร์ และเลดี้ กาก้า ทั้งคู่มีเคมีที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี หนังเล่าเรื่องของแจ็คสัน เมน หรือแจ็ค เมน (คูเปอร์ ที่ดันร้องเพลงเพราะซะด้วย เซอร์ไพรส์จริงๆ) เป็นนักร้องคันทรีที่มีชื่อเสียง วันนึงเค้าเข้าไปในผับที่ แอลลี่ (เลดี้ กาก้า) กำลังแสดงโชว์ เป็นเพลงฝรั่งเศส “ลา วี ออง โรส” อยู่พอดี แจ็คพอใจในตัวแอลลี่ จึงตื๊อที่จะได้พบกับเธออีกหลังการแสดงโชว์ จนทั้งคู่เริ่มสนิทกันแอลลี่ร้องเพลงที่เธอแต่งขึ้นเองให้แจ็คฟัง ทำให้แจ็คประทับใจในความสามารถของเธอ และชมว่า เธอเป็นนักแต่งเพลงที่ดี แถมยังร้องเพลงได้เพราะอีกต่างหาก แต่แอลลี่กลับไม่กล้าร้องเพลงต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก เพราะ (เธอเชื่อว่า) หน้าตาของเธอนั้นไม่เป็นที่นิยมชมชอบของผู้ฟัง!แอลลี่จึงชอบอยู่เบื้องหลังมากกว่าจะเป็นนักร้อง! แต่แจ็คกลับคิดสวนทางกับแอลลี่เค้าจึงชวนแอลลี่มาที่งานคอนเสิร์ตของตัวเอง และแจ็คก็ขอให้แอลลี่ออกมาร้องเพลงที่เธอแต่งไว้ และเค้านำมาเรียบเรียงใหม่จนเป็นที่ชื่นชอบของผู้ฟังจำนวนมากหลังจากนั้น ทั้งแจ็คและแอลลี่ก็กลายเป็นคู่รัก-นักร้อง-นักดนตรี ที่เดินทางตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วประเทศ แล้วทั้งคู่ก็แต่งงานกันในที่สุดแต่แม้จะวิวาห์พาฝันกันแล้ว ทั้งพระเอกและนางเอกกลับต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่หลวง นั่นคือ อาการติดเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของแจ็คฝ่ายพระเอกนั่นเอง ที่ฉุดให้เค้านับวันจะยิ่งตกต่ำลงไปเรื่อยๆ ตรงข้าม (และสวนทาง) กับแอลลี่ที่มี “นักปั้นศิลปินชั้นเซียน” มาทาบทามให้เข้าสังกัด และผลักดันให้เธอได้ออกอัลบั้ม จนกลายเป็นศิลปินชั้นนำอย่างเต็มตัว แถมนำพาทั้งชื่อเสียงและรางวัลเกียรติยศมาให้การที่พระเอกเป็นคนติดเหล้า นี่แหละ ที่อยากนำมาคุยกัน เนื่องจากในชีวิตจริงก็มีคู่รักที่ฝ่ายหนึ่งเป็นคนติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้อีกฝ่ายได้ปวดหัวอยู่นะในหนัง เราจะเห็นพระเอกเป็นคนขี้เหล้ามาตั้งแต่เริ่มต้น คล้ายคนที่ไม่ดื่มแล้วทำงานไม่ได้อย่างงั้นแหละ แต่ขณะเดียว กันการดื่มมากไปก็ทำให้ตัวเค้าควบคุมสติและพฤติกรรมของตัวเองไม่ได้เช่นกันถามว่าทำไมคนเราถึงต้องติดเหล้าด้วยล่ะ? คำตอบที่ได้ก็สารพัด เช่น ชอบดื่มเพราะทำให้ลืมความเศร้าหรือความทุกข์, พอดื่มมากๆก็ทำให้เป็นคนร่าเริงและสนุกสนาน เคยได้ยินคำว่า เหล้าเปลี่ยนนิสัยไหมล่ะก็นั่นแหละ บางทีการดื่มเหล้ายังช่วยทำให้ลืมปมด้อยบางอย่างที่ตัวเองมีและไม่กล้าบอกใครก็เป็นได้แล้วถ้าเผื่อใครมีแฟนเป็นคนติดเหล้า นึกรึว่า เธอหรือเค้าจะชอบใจ เพราะต้องไม่ชอบแน่ๆ เนื่องจากหากใครขึ้นชื่อว่า เป็นคนติดเหล้าแล้วละไซร้ จะเป็นคนปากเหม็นและตัวเหม็นแถมยังควบคุมการกระทำของตัวเองไม่ได้ ดังนั้น พวกขี้เหล้าจึงอาจทำอะไรที่ “ขายขี้หน้า” ชาวบ้านได้อย่างง่ายดายมากหนำซ้ำ การติดเหล้ายังเป็นอันตรายต่ออาชีพการงานของตัวเองและคู่รักด้วยฉะนั้น ถ้าหากสาวใดมีแฟนเป็นคนติดเหล้าละก็ สิ่งที่คุณสามารถช่วยให้แฟนมีพัฒนาการที่เป็นผู้เป็นคนที่ดีขึ้นกว่านี้ ก็ได้แก่ 1.พูดคุยให้ฝ่ายที่ติดเหล้าติดยาไปเข้ารับการรักษาหรือเข้ารับการบำบัด ให้จงได้การติดเหล้าก็เป็นเสมือนโรคชนิดหนึ่งที่คุณในฐานะผู้อยู่เคียงข้างกับเค้า ควรสนับสนุนให้แฟนไปรักษาตัวให้หายจากอาการติดเหล้าติดยานี้สักที เพราะไม่เป็นผลดีต่อคนในครอบครัว แม้ว่าคุณจะต้องชักแม่น้ำทั้ง 5 มาอธิบายว่า ทำไมการเข้ารับการรักษาด้วยการบำบัดหรือรักษาอย่างไรก็ตามนั้น ดีต่อเค้ามากแค่ไหนก็ต้องทำ2.ในบ้านต้องเก็บเครื่องดื่มมึนเมาออกไปให้หมดเรียกว่า ภายในบ้านอย่าให้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาวางไว้ให้เค้าเห็นเชียว เพราะไม่เช่นนั้น ถ้าเค้าเปรี้ยวปากอยากดื่มขึ้นมา เค้าก็จะหาวิธีดื่มมันจนได้สิน่า ดังนั้น ในฐานะที่คุณเป็นห่วงเค้าจึงควรเก็บเครื่องดื่มเหล่านี้ออกไปจากบ้านให้หมด3.เวลาไปทานข้าวนอกบ้านกันก็อย่าให้เค้าสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาดในเวลาที่พวกคุณอยากออกไปทานข้าวยามเย็นหรือไปดินเนอร์กัน อย่าให้เค้าสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มเชียว แม้เค้าจะอ้างว่า นานๆดื่มที ก็อย่าใจอ่อนไปเสียก่อน.@@@@เมอร์ลิน