คลื่นความถี่สูงส่งตรงมาจาก “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เปิดอกกับสื่อเป็นครั้งแรกหลังขึ้นครองจ่าฝูงกองทัพเท่าที่อ่านดูพอจะจับใจความแยกเป็นประเด็นสำคัญๆ ได้ดังนี้1. สานต่อนโยบายอดีต ผบ.ทบ. ทำให้กองทัพเป็น Smart Soldier และ Strong Army เพราะทราบดีว่าในอนาคต กองทัพบกต้องเผชิญสถานการณ์หลายอย่าง ตามปฏิทินการเลือกตั้งต้นปีหน้า พร้อมเตือนกำลังพลให้ระมัดระวังตัว ต้องถูกจับจ้องจากนักการเมือง2. จุดยืนทางการเมืองของ ผบ.ทบ.คนใหม่ เนื่องจากจะเป็นผู้คุมกลไกงานด้านความมั่นคง พร้อมไปกับการรักษาสมดุลอำนาจ“บิ๊กแดง” ยืนยันพร้อมสนองตอบงานรัฐบาล ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม หากทำเพื่อประชาชน แต่ทั้งนี้ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี“ไม่ต้องห่วงผมยืนยันจุดยืนของผมในการกำหนดทิศทางให้กำลังพลดำเนินการ ผมทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์และเกินร้อยไม่ว่าใครมาเป็นนายผม...ความเป็นกลางขึ้นอยู่กับคนมองบางครั้งเรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำเป็นกลางแต่มุมมองของคนอื่นมองว่าเราไม่เป็นกลาง ถามว่าเอาอะไรมาตัดสินว่ากองทัพอยู่ตรงไหน ขอให้มั่นใจว่ากองทัพเป็นกลางอยู่เคียงข้างประชาชน จะทำทุกอย่างให้ประชาชนอยู่ดีกินดีทุกโอกาส”3. ประเด็นสำคัญที่สุดที่ทุกคนอยากรู้ก็คือ ในอนาคตหากเกิดวิกฤติกองทัพจะปฏิวัติอีกหรือไม่ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์เท้าความไปยังอดีต ถึงเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องตัดสินใจทำรัฐประหาร และเชื่อว่าการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่อยู่ที่ประชาชน“ผมมั่นใจว่าถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุของการจลาจลก็ไม่มีอะไร ประเทศไทยเคยมีปฏิวัติมา 10 กว่าครั้ง แต่ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว เพราะช่วงหลังเกิดจากการเมืองทั้งสิ้น แต่เชื่อว่านักการเมืองที่ดีก็มีไม่ดีก็มี ผมเสียใจในหลายๆเรื่องที่เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมถูกละเมิด การตัดสินคดีในหลายคดีกับคนทำความผิด บอกว่าไม่เป็นธรรมแล้วประเทศชาติจะอยู่ตรงไหน อะไรเป็นกลาง อะไรคือจุดยืนของประเทศ ในเมื่อบอกคนนี้ผิดก็แย้งว่าไม่ผิด ถูกแกล้ง แล้วจะอยู่อย่างไรผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จะให้คนไทยอยู่กันอย่างไรโดยไม่มีกฎระเบียบวินัย”และ 4. บทบาทของกองทัพในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เตือนสติทั้งในส่วนของกำลังพล และประชาชนคนไทยว่า“องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงพระอิสริยยศและดำรงตำแหน่งเป็นจอมทัพไทย เป็นสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด กองทัพบกถือเป็นข้ารองบาท มีหน้าที่และหัวใจปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง และเป็นศูนย์รวมจิตใจ กองทัพบกจะใช้ศักยภาพและขีดความสามารถทุกอย่าง ในการปกป้องสถาบัน... รัฐบาลผลัดเปลี่ยนไป แต่องค์พระมหากษัตริย์ต้องอยู่คู่ฟ้าคู่แผ่นดินไทยไปตลอด นี่คือหน้าที่ของกองทัพบกจะปกป้องสถาบันด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมี”เป็นการส่งสัญญาณเตือนยกแรกไปยังบรรดานักเลือกตั้งทั้งหลาย ว่าโรดแม็ปเลือกตั้งกำลังเดินหน้าไปตามสเต็ป หากทุกพรรคเดินไปตามครรลอง ต้นปีหน้าก็ได้เลือกตั้งแน่แต่หากมีการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายจนบ้านเมืองจะเดินต่อไปไม่ได้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตก็พึงสังวรเอาไว้ได้เลยว่า อาจต้องถูกเว้นวรรคกันยาวๆชัดเจนไม่ต้องถอดรหัส “ถ้าการเมืองไม่จุดไฟ ก็ไม่มีปฏิวัติ”.เพลิงสุริยะ