เมื่อวานนี้ผมพูดถึงบริษัท AEG Entertainment หุ้นส่วนของ “เดอะมอลล์กรุ๊ป” ที่จะมาร่วมลงทุน 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างอารีน่ายักษ์ 2 แห่งในประเทศไทยไปบ้างแล้ววันนี้ขออนุญาตขยายความเพิ่มเติมขึ้นอีกนิดนะครับ ว่าบริษัทนี้เป็นใครมาจากไหนและดังขนาดไหนที่สำคัญเมื่อวานผมเอ่ยถึงตัวแทนของ AEG ที่มาแถลงข่าวคู่กับ คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ซึ่งเป็นซีอีโอในระดับเอเชียเท่านั้นเผอิญได้อ่านเจอคำแถลงของประธานใหญ่และผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ที่กล่าวกับสื่อสหรัฐฯถึงเหตุผลที่บริษัทของเขาตัดสินใจมาร่วมลงทุนในประเทศไทย คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในการให้กำลังใจไทยแลนด์ของเรา ก็เลยขออนุญาตนำมาลงเป็นของแถมให้ด้วยเรามาเริ่มกันที่ความยิ่งใหญ่ของ AEG กันซะก่อนนะครับว่า สรรพคุณของเขาเป็นอย่างไรบ้างคำว่า AEG ย่อมาจาก Anschutz Entertainment Group ซึ่งก่อตั้งโดย Philip Anschutz เพื่อดำเนินธุรกิจทั้งด้านกีฬา บันเทิงและบริหารเครือข่ายสนามกีฬา (อารีน่า) และสถานบันเทิงควบคู่กันในด้านกีฬาบริษัทนี้เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลและฮอกกี้หลายทีม ที่ดังที่สุดก็คือเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล แอลเอ แกแล็กซี่ ในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา ที่ครั้งหนึ่ง เดวิด เบคแคม เคยไปเล่นให้ และยังมีหุ้นส่วนในทีมอีกหลายๆทีมของสหรัฐฯ อาทิ ชิคาโก ไฟร์, ดีซี ยูไนเต็ด ฯลฯในส่วนของสนาม หรือ อารีน่า บริษัทนี้เป็นเจ้าของและผู้บริหาร The O2 Arena ที่อังกฤษ, Play Station Theater ในนิวยอร์ก O2 World ที่เบอร์ลิน, เมอร์เซเดส เบนซ์ เซ็นเตอร์ ที่ปักกิ่ง ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ และ Staples Center ที่ L.A. รวมทั้งสิ้น 120 แห่งทั่วโลกสำหรับ Staples Center ที่ L.A. นั้น เป็นสนามเหย้าของทีมบาสเกตบอลที่ดังที่สุดของสหรัฐฯ อันได้แก่ ทีม แอลเอ เลเกอร์ส และ แอลเอ คลิปเปอร์ส ที่แฟนบาสเกตบอล NBA ทั่วโลกคุ้นเคยอย่างดียิ่งสำหรับในด้านกิจกรรมบันเทิงบริษัทนี้ก็ยิ่งใหญ่อีกนั่นแหละ เป็นผู้จัดการแสดงระดับเวิลด์ทัวร์ให้แก่ จัสติน บีเบอร์, เซลิน ดีออน, เคที เพอร์รี, เทย์เลอร์ สวิฟต์ ฯลฯ และวง “หินกลิ้ง” หรือ เดอะโรลลิ่ง สโตนส์ ที่แฟนเพลงทั่วโลกรู้จักอย่างขึ้นใจย้อนเวลาไปในอดีตบริษัทนี้แหละที่เป็นผู้บริหารและจัดการการแสดงคอนเสิร์ตของ ไมเคิล แจ็กสัน หนึ่งในตำนานนักร้องระดับโลกในปี 2552 AEG รับหน้าเสื่อเป็นผู้จัดทัวร์รายการคอนเสิร์ตของ ไมเคิล แจ็กสัน ทั่วโลก รวมทั้งการแสดงรอบ 2 ซึ่งกำหนดไว้ 50 รอบ แต่ยังไม่ได้แสดงเพราะไมเคิลมาเสียชีวิตเสียก่อนทีนี้ก็มารู้จักท่านประธานผู้ก่อตั้งบริษัท หรือมิสเตอร์ ฟิลิป แอนซ์ชุตซ์ กันบ้าง ปัจจุบันอายุ 78 ปีแล้วครับ เป็นชาวเมืองเดนเวอร์ว่ากันว่าเขามีทรัพย์สินประมาณ 11,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3.8 แสนล้านบาท เป็นคนรวยอันดับที่ 108 ของโลก จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ในวันที่มีข่าวว่า AEG มาลงนามร่วมทุนสร้าง Arena ยักษ์ 2 แห่ง ในประเทศไทย รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เขาเป็นคนเห็นชอบกับโครงการนี้ด้วยเหตุผลว่า“กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีศักยภาพ แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การเจริญเติบโตยังมีอุปสรรค กรุงเทพฯมีประชากร 10 ล้านคน เป็นเมืองที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากที่สุดของโลก แต่มีอารีน่าแห่งเดียว จุได้เพียง 12,000 คน และก็เก่าแล้วสร้างมา 30 ปี”“นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีเสถียรภาพทางการเมืองและให้การสนับสนุนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หากทั้ง 2 อารีน่านี้เสร็จจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองชั้นนำในด้านความบันเทิงของเอเชียตะวันออก”ผมถึงได้อุทานไว้ในข้อเขียนฉบับเมื่อวานว่า คุณศุภลักษณ์ อัมพุช เธอเก่งจริงที่ดึง AEG มาได้ และยังทำให้ คุณฟิลิป แอนซ์ชุตซ์ พลอยเชื่อมั่นในประเทศไทยของเราไปด้วยจากนี้ไปก็คงต้องลุ้นละครับว่าอีก 3-4 ปีข้างหน้า เมื่อโครงการใหญ่ยักษ์นี้จบลงทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปอย่างที่คุณศุภลักษณ์และคุณฟิลิปคาดหวังไว้หรือไม่?ที่สำคัญก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีก 3-4 ปีข้างหน้าใครจะเป็นรัฐบาลและเสถียรภาพทางการเมืองจะเป็นอย่างไรเรามาร่วมลุ้นไปพร้อมๆกัน ก็แล้วกัน.“ซูม”