วันนี้ครบสองปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อหลวงของแผ่นดิน เสด็จสวรรคต พสกนิกรทุกคนยังรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นมิเสื่อมคลาย โดยเฉพาะ โครงการพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาของชาติ การอยู่ดีกินดีของประชาชน ตลอดรัชสมัยของพระองค์ มีโครงการพระราชดำริเกิดขึ้นถึง 4,741 โครงการ เป็น โครงการพระราชดำริด้านน้ำถึง 3,248 โครงการ เพราะ น้ำคือชีวิต ที่ไหนมีน้ำ ที่นั่นประชาชนก็ทำมาหากินเลี้ยงชีพได้เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 วันเสาร์สบายวันนี้ผมขอชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง โครงการพระราชดำริเรื่องน้ำ กันนะครับวันอังคารที่ผ่านมา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เพิ่งลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้า โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ ต.หนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เป็น 1 ใน 4 โครงการที่เพิ่งผ่านการอนุมัติของ คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ โครงการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริมาตั้งแต่ปี 2525 ทรงทวงถามโครงการนี้จากรัฐบาลถึง 4 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งให้กับประชาชน เพิ่งจะได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างหลังจากที่ผ่านมานานถึง 36 ปีจังหวัดชัยภูมิ อยู่ติดกับ เทือกเขาดงพญาเย็น เป็นต้นน้ำของ แม่น้ำชี แต่มีพื้นที่เก็บกักน้ำน้อย มีเพียง เขื่อนจุฬาภรณ์ ที่เก็บกักน้ำได้เพียง 164 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่เป็นแอ่งกระทะทำให้เกิดน้ำท่วมภัยแล้งเป็นประจำพล.อ.ฉัตรชัย เปิดเผยว่า อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เกิดจากความต้องการของประชาชนมานานกว่า 30 ปีแล้ว ที่สำคัญก็คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริถึง 4 ปี คือปี 2525, 2526, 2536 และ 2540 เนื่องจากพื้นที่ชัยภูมิเป็นแอ่งกระทะ ฝนตกมากจะเกิดปัญหานํ้าท่วม พอหมดฝนก็ประสบปัญหาภัยแล้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งไว้ว่า ต้องสร้างอ่างเก็บนํ้าเอาไว้ ไม่ให้นํ้าไหลลงไปท่วมข้างล่าง และนำนํ้าที่เก็บเอาไว้ให้ประชาชนใช้ในช่วงหน้าแล้ง ปี 2538 กรมชลประทานได้ออกแบบและศึกษาผลกระทบ พบว่าต้องใช้พื้นที่ป่า 2,100 ไร่ แต่ไม่สามารถขออนุญาตได้ทั้งหมด โครงการจึงต้องชะลอมาจนถึงวันนี้(ทีป่าสงวนถูกทำลายไปปีละเป็นล้านไร่ทุกปี ไม่เห็นรัฐบาลที่ผ่านมารับผิดชอบอะไร แต่ป่าแค่ 2,100 ไร่ เพื่อแก้ปัญหานํ้าท่วมภัยแล้งให้ประชาชนอย่างถาวร กลับอ้างกฎหมายกันสารพัด จนต้องชะลอโครงการออกไปไม่มีกำหนด)พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ ได้จัดทำ แผนยุทธศาสตร์นํ้าแห่งชาติ และ อ่างเก็บนํ้าลำสะพุง แห่งนี้ได้เริ่มวางยุทธศาสตร์มาตั้งแต่ปี 2558 จนในที่สุดได้ปรับแบบก่อสร้างโดยลดพื้นที่ป่าลงจาก 2,100 ไร่ เหลือ 354 ไร่ และถอยร่นจุดก่อสร้างลงมาจากเดิม 3 กม. สามารถเก็บนํ้าได้เพิ่มมากกว่าเดิม จาก 32 ล้าน ลบ.ม. เป็น 47 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บนํ้าลำสะพุงจะได้รับงบประมาณก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 ถึงปี 2567 แต่จะเร่งให้เก็บนํ้าได้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ 40,000 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์เกือบ 90,000 คนดร.สมเกียรติ ประจำวงศ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่ทำการเกษตรมากที่สุดของประเทศรวม 63.85 ล้านไร่ แต่ มีพื้นที่ชลประทานเพียง 6.38 ล้านไร่ หรือ 10% ของพื้นที่การเกษตร เกษตรกรต้องอาศัยนํ้าฝนเป็นหลักในการทำเกษตร ผลผลิตจึงขึ้นกับสภาพดินฟ้าอากาศเป็นหลักข้อมูลเหล่านี้ยืนยันว่า เกษตรกรไทยที่ยากจนทุกวันนี้ ไม่เพียง “ขาดเงิน” แต่ “ขาดนํ้า” ที่เป็นหัวใจของการเกษตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเห็นปัญหานี้ จึงมีพระราชดำริเรื่องนํ้าถึง 3,248 โครงการ เกือบ 70% ของโครงการพระราชดำริทั้งหมดเพื่อนำ “อู่ข้าวอู่นํ้า” ของไทยกลับคืนมา รัฐบาลจะแก้ความยากจนของเกษตรกรก็ต้องแก้ที่ระบบชลประทานนี่แหละ.“ลม เปลี่ยนทิศ”