ขั้วฟูลไทม์การเมืองต้องเร่งสปีดกันฝุ่นตลบถึงแม้ในปีกอำนาจรัฐบาล ขั้วพลังประชารัฐจะมี 4 รัฐมนตรีต้องแบ่งเวลาการบ้าน นอกเวลาค่อยลุยสู้การเมืองแบบพาร์ตไทม์ แต่มี “ของขาย” ระดับแม่เหล็กเพราะอยู่ร่วมรัฐบาลที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังปั่นผลงานโค้งสุดท้ายหลายโปรเจกต์เริ่มเห็นเนื้อเห็นหนัง “ประชารัฐ” เริ่มติดหูติดตาคนดูกระตุ้นแต้มทางอ้อม เข้าทางค่ายการเมืองใหม่ที่สำคัญ 4 รัฐมนตรีก็รู้ดี “เวลาเหมาะสม” จะโดดลงสนามเต็มตัว โค้งนี้มีอะไรใส่ให้หมดโดยเฉพาะ “อุลตร้าแมน” อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ รมว.อุตสาหกรรม แบ่งภาคเคลียร์งานคั่งค้าง ทั้งเร่งโปรเจกต์ศูนย์ไซเบอร์พอร์ตไทยแลนด์ อินโนสเปซ แหล่งบ่มเพาะสตาร์ตอัพเอสเอ็มอี ด้านดิจิทัล สารพัดโครงการในอีอีซี ไปจนกระทั่งทุ่มงบฯหมื่นล้านอุ้มชาวไร่อ้อย ฯลฯเข้าเป้าก็มีโอกาสแต้มไหลส่วนรัฐมนตรีอีก 3 รายก็เหยียบคันเร่งไปในทิศทางเดียวกัน ในฐานะร่วมทีมเศรษฐกิจรัฐบาลโดยมี “กัปตันทีมเศรษฐกิจ” อย่าง “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ ล่าสุดเพิ่งนั่งหัวโต๊ะบัญชาการเร่งเครื่องบิ๊กโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน วงเงินกว่า 1 ล้านล้านบาทชนิดเช็กลิสต์ละเอียด ทำผังเวลา ดีเดย์เดินหน้าตามเป้า ไม่ดองรอรัฐบาลหน้าขั้วพลังประชารัฐเลยมีน้ำมีนวล นำหน้าคู่แข่งไปไกลในขณะที่ขั้วอื่นๆลุยการเมืองเต็มเวลาก็จริง แต่อีกทางก็ “ฝุ่นตลบฟูลไทม์” เหมือนกันโดยเฉพาะ 2 ค่ายใหญ่ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีศึกในชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ผู้สมัคร 3 ราย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-วรงค์ เดชกิจวิกรม–อลงกรณ์ พลบุตร” ลุยเดือดกันจริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่แน่ๆงานนี้วิน–วิน ได้ทุกฝ่ายและเหนืออื่นใด ข่าวคราวศึกชิงเก้าอี้ประมุขพรรค ปชป.กระหึ่ม นำเสนอทางหน้าสื่อต่อเนื่อง พรรคประชาธิปัตย์ที่พักหลังโดนมองเมินจากโฟกัสการเมืองพลิกกลับมาเป็น “ตัวแปร” ที่น่าสนใจอีกครั้งยกเหตุเดินสายลงพื้นที่หาเสียงหัวหน้าพรรค ได้เช็กแต้มเช็กกลไกหัวคะแนนไปในตัวไม่ต้องจ้างบริษัทอีเวนต์โชว์เชียร์ แถมพรางเกมหาเสียงเนียนๆกันเลยแต่ที่ดูแล้ว ออกอาการต้องสปีดกันตีนขวิดมากสุด น่าจะเป็นค่ายการเมืองในเครือข่ายนายใหญ่ “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” ที่ล่าสุดลูกทัพลูกค่ายเริ่มมึนกับยุทธศาสตร์ “แตกตัว”แยกกันเดินรวมกันตี แก้เกมกติกาใหม่ตามรัฐธรรมนูญ อีกทางก็จับแยกศึกเจ๊ๆเฮียๆในพรรคเพราะคีย์แมนแกนนำอาจเข้าใจยุทธวิธี “เพื่อไทย–เพื่อธรรม–เพื่อชาติ” เป้าหมายเดียวกันที่ “เพื่อเธอ–นายใหญ่” แต่ไพร่พลเลือกกันไม่ถูกแถมยังสร้างความงงงวยไปถึงแฟนคลับฐานเสียงเลยถึงคิวด่วนที่ “ทักษิณ” ต้องเคลื่อนฐานบัญชาการมาที่ฮ่องกงแต่จะเคลียร์จะเคาะยังไงต้องรอติดตาม ค่ายสารพัด “เพื่อ” จะวงแตกก่อนหรือไม่ เพราะไม่เท่าไหร่ก็มีสื่อรายงานพรรคอะไหล่ของจริงแพลมยี่ห้อ “ไทยรวมพลัง” มาอีกชื่อหนึ่งแล้วในสถานการณ์ที่จะเร่งสปีดจัดทัพเตรียมสู้ตามให้ทันพรรคใหม่ เร่งๆไปก็ติดกึ้กติดกั้กโดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องคิดหนัก ไม่พ้นปมเกี่ยวโยง “ลูกโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย “นายใหญ่–นายหญิง” ที่ล่าสุดอัยการส่งฟ้องปมฟอกเงิน โยงคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยยังไม่รู้บทสรุปชนักคดี “กล่องดวงใจ” ครอบครัวตระกูลชินฯจะเป็นเช่นไรยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ยุทธการที่วางไว้ เวลานี้จึงเริ่มลังเลจะลุยก็ไม่สุด–ช่องสัญญาณก็ยังเชื่อมไม่ติดอยู่ในจุดความเสี่ยงสูง “นายใหญ่” ต้องครุ่นคิดอีกหลายตลบ.ทีมข่าวการเมือง