พรุ่งนี้เป็นเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ข้าพระพุทธเจ้า นายนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย ผู้เขียนคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ผมน้อมนำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ในการทำงานหลายอย่าง อย่างแรกก็คือ Simplicity หรือทำให้ง่าย ซึ่งเป็นหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นแนวคิดของการทำสิ่งที่สลับซับซ้อนให้เข้าใจง่ายด้วยการใช้กฎแห่งธรรมชาติเป็นแนวทางในการคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขงานการพัฒนาประเทศให้ดำเนินไปโดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบนิเวศโดยส่วนรวมอีกโครงการหนึ่งที่ผมประทับใจมากคือ ธนาคารโค-กระบือ เพื่อบริการแก่เกษตรกรเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจน ไม่มี โค กระบือเป็นปัจจัยการผลิตเป็นของตนเอง โดยการให้เช่าซื้อผ่อนส่งระยะยาว ให้เช่าเพื่อใช้งาน ให้ยืมเพื่อผลิตพันธุ์หรือใช้งาน ลูกโคกระบือที่เกิดใหม่จะเป็นสมบัติของธนาคาร ประโยชน์ของธนาคารฯก็คือ เกษตรกรสามารถบริหารงานให้รับการบริการได้อย่างทั่วถึงภายในชุมชนโดยรัฐบาลไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อโคกระบือมาแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรที่ยากจนเหมือนในอดีตหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร อีกประการหนึ่งก็คือธรรมชาติช่วยธรรมชาติ เป็นแนวคิดการเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองปัญหาของธรรมชาติได้อย่างละเอียด ว่าถ้าต้องการแก้ไขธรรมชาติก็ต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ เช่น การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรมโดยพระราชทานพระราชดำริการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติหลักการทรงงานฯ อีกประการหนึ่งของพระองค์คือ ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ทรงใช้หลักในการแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัดที่ราษฎรสามารถทำได้เอง หาได้ในท้องถิ่น และนำสิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาคนั้นมาแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องลงทุนหรือไม่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากนักOne-Stop Services บริการรวมที่จุดเดียว แนวคิดของหลักการทรงงานนี้คือ การปรับลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มักจะต่างคนต่างทำ และยึดติดกับการเป็นเจ้าของเป็นสำคัญ ให้แปรเป็นการร่วมมือกันโดยไม่มีเจ้าของ เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มอย่างมีเอกภาพ เพื่ออำนวยประโยชน์สูงสุดให้ประชาชนอย่างเต็มที่Holistic หรือ ทำงานแบบองค์รวม แนวคิดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ก็คือ มองอย่างครบวงจร ทรงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยงจุดยุทธศาสตร์ไทยเป็นอีกหนึ่งในศาสตร์พระราชาที่กล่าวถึงพื้นที่ที่มีความสำคัญในทางการเมือง เศรษฐกิจ จิตวิทยา และกำลังรบทางทหาร ทั้งในยามสงบและยามสงครามของไทย มี “สบรวก” เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำที่อำเภอเชียง-แสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดรอยต่อของประเทศไทย ลาว และเมียนมา“ช่องบก” คือ พื้นที่สามเหลี่ยมรกต บริเวณอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจุดรอยต่อของประเทศไทย ลาว และกัมพูชา“ฉนวนน่าน” คือ พรมแดนไทยที่จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเลย ซึ่งมีพื้นที่ของประเทศลาวยื่นล้ำเข้ามาในดินแดนไทยคล้ายปากนกแก้ว และมีภูเขาต่อเนื่องจากลาวเข้ามาในดินแดนไทย“ฉนวนไทย” คือ พื้นที่ที่เชื่อมระหว่างที่ราบลุ่มเจ้าพระยาในภาคกลางกับที่ราบต่ำในประเทศกัมพูชา เป็นที่ราบดินตะกอนที่แม่น้ำพัดพามาทับถม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้วยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา หมายถึง เข้าใจปัญหา เข้าใจประชาชน เข้าใจงานที่ปฏิบัติและงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเข้าถึงคือ การเข้าถึงทุกพื้นที่ เข้าถึงจิตใจประชาชน และพัฒนาคือ การพัฒนาในทุกด้านควบคู่กันไป กำหนดเป้าหมายการพัฒนาอย่างชัดเจน เพื่อพัฒนาอย่างเป็นระบบคิดถึงศาสตร์พระราชาครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com