การละเล่นเด็กชายไทย จับจิ้งหรีดมาปั่นหัวให้กัดกัน นิทานเรื่อง จิ้งหรีดส่งเสียงไพเราะจับใจ บอกว่าเพราะกินน้ำค้างจากยอดหญ้า ลาอยากเสียงเพราะกินตามบ้าง ไม่ช้าลาโง่ตัวนั้นก็ตายแต่เด็กจีน...ตั้งแต่เด็กสามัญไปถึงชั้นองค์จักรพรรดิ หนังเรื่องจักรพรรดิองค์สุดท้าย ทิ้งมุกให้ยิ้มตอนจบเรื่อง จิ้งหรีดในกล่องที่ฮ่องเต้เด็กซุกไว้ข้างบัลลังก์ยังอยู่ เมื่อระบบคอมมิวนิสต์เปลี่ยนฮ่องเต้เป็นคนทำสวน...จิ้งหรีดตัวเดียวในกล่องข้างบัลลังก์นั้น ยังไม่เท่าจิ้งหรีดนับหมื่นตัว ที่ทำหน้าที่ประสานเสียง เหมือนวงออเคสตราสมัยใหม่ เฉลิมฉลองวันตรุษจีนให้ฮ่องเต้เฉียนหลงหนังสือ “มองตะเกียบ เห็นป่าไผ่” ของ นิธิพันธ์ วิประวิทย์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์จีน (สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊ค ก.ย.2561)เล่ม 3 เพิ่งถึงมือสดๆร้อนๆ มีเรื่อง ตรุษจีนของเฉียนหลง กับเสียงออเคสตราธรรมชาติผมตั้งใจอ่านก่อนเรื่องอื่นในวันตรุษจีน เมื่อฮ่องเต้เฉียนหลงเสร็จจากพิธีไหว้ตรุษจีนช่วงเช้ามืด เสด็จก้าวเข้าตำหนัก “ไท่เหอเตี้ยน” จิ้งหรีดนับหมื่นตัว จะพร้อมใจกันส่งเสียงดังระงมจิ้งหรีดเหล่านั้น อยู่ในกระปุกน้ำเต้า ถูกวางไว้สองฝั่งบัลลังก์ โดยฝีมือเหล่าขันทีฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ แต่พวกขันทีเรียกชื่อว่า “พิธีหมื่นแคว้นเข้าเฝ้า”จิ้งหรีดเขียว ที่ถูกเลือกมาใช้ในพิธี ภาษาจีนเรียก “กัวกัว” คำ “กัว” พ้องเสียงกับคำ “กั๋ว” ที่แปลว่า “แคว้น” (กั๋วสำเนียงจีนแต้จิ๋วฮกเกี้ยน คือก๊ก)เมื่อจิ้งหรีดเขียวนับหมื่น พร้อมเพรียงส่งเสียงร้องต้อนรับ จึงเป็นคำเปรียบเปรยว่า แว่นแคว้นนับหมื่นมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ ในวันแรกของปีพวกขันทีใช้สติปัญญาลุ่มลึกทำได้ขนาดนี้ ว่ากันว่าฮ่องเต้เฉียนหลง ซึ่งทรงมีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง จึงทรงปีติยินดีกับพิธีนี้ยิ่งนักบางคนมีคำถาม ทำไมจิ้งหรีดเป็นหมื่นตัว จึงตั้งวงประสานเสียงได้พร้อมเพรียงขนาดนี้คำตอบก็คือ ชาวจีนนิยมเลี้ยงจิ้งหรีดในกล่องไม้ หรือในกระปุกน้ำเต้า เอาไว้แหย่ให้ส่งเสียงร้องฟังเล่นๆ หรือแหย่ให้กัดกันเพื่อเล่นพนันกัน...เนิ่นนานมาแล้วทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ เลี้ยงจิ้งหรีดไว้จริงจัง ทั้งเป็นสัตว์เลี้ยงกะทัดรัดที่พกติดตัวไปได้ง่าย“กัวกัว” จิ้งหรีดเขียว เป็นจิ้งหรีดฤดูร้อน ส่งเสียงในฤดูร้อน หรือในฤดูใบไม้ผลิบ้าง และจะหยุดร้องในฤดูหนาว ส่วนใหญ่จะตาย แต่ถ้าคนเลี้ยงไว้ดี บางตัวก็อยู่พ้นหน้าหนาวมีคำถามอีก แล้วอะไรทำให้จิ้งหรีดพร้อมเพรียงส่งเสียงร้อง มีใครเป็นผู้อำนวยเพลงหรือเปล่าทันทีที่ฮ่องเต้เฉียนหลงก้าวแรกเข้าตำหนัก คำตอบ เพราะพวกขันทีใช้วิธีเป่าลมร้อนใส่ตัวจิ้งหรีดสัญชาตญาณจิ้งหรีด เมื่อรู้ตัวว่าอุณหภูมิเปลี่ยน เมื่อตัวแรกเริ่มส่งเสียง ตัวที่สอง ที่สาม และตัวต่อๆไปก็ส่งเสียงตาม วงออเคสตราธรรมชาติก็เริ่มบรรเลงในสมัยโบราณ สมัยที่ยังไม่มีเสียงจากการบันทึก เสียงจากทีวี เสียงประกาศรถไฟฟ้า เสียงโทรศัพท์มือถือ เสียงเปิดคอมพิวเตอร์...ผู้คนยุคนั้นจึงต้องอยู่กับความเงียบ และต้องการเสียงคลายความเหงาธรรมชาติไม่ใจร้าย ความเงียบทุกฤดูกาลไม่ได้เงียบกริบ มีเสียงเล็กๆผสมผสานมากน้อยแตกต่างกันไป ในเมืองหนาว แม้สัตว์หยุดพักจำศีล น้ำเป็นน้ำแข็ง แต่ก็ยังมีเสียงนก กบ แมลง หรือเสียงลมหวีดหวิว ฯลฯนิธิพันธ์ วิประวิทย์ จบเรื่องนี้ด้วยคำถาม...เราหยุดฟังเสียงตามฤดูกาลของธรรมชาติ ครั้งล่าสุดเมื่อไร... คำถามนี้ สำหรับคนยุคใหม่ น่าจะลองหาคำตอบด้วยตัวเอง.กิเลน ประลองเชิง