อนุทิน ชาญวีรกูล-อุตตม สาวนายน-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์เกือบจะลงตัวทุกพรรค บนตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อต่อสู้ในสนามเลือกตั้งรอลุ้นปชป.จะไปทางไหน วังวนขัดแย้งรัฐบาลมีประเด็นขบเหลี่ยมกันเล็กน้อยกับพลังประชารัฐฐานที่มั่น “ลุงตู่”ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้เริ่มจะเข้าที่เข้าทางสำหรับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง“ภูมิใจไทย” เรียบร้อยไปแล้วได้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” คุมทัพ“พลังประชารัฐ” ได้ “อุตตม สาวนายน” เป็นหัวหน้าพรรค“ประชาธิปัตย์” ยังไม่รู้หัวก้อยว่าใครจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ซึ่งต้องรักษาเก้าอี้ให้ได้“นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” คู่แข่งที่ประกาศสู้ยิบตาแรกๆนึกว่าสู้กันเพื่อภาพลักษณ์ที่สดใสของพรรค แต่ทำไปทำมาปรากฏว่าเริ่มเล่นกัน “แรง” มากขึ้นเป็นลำดับ“เพื่อไทย” ล่าสุดบอกว่าเคาะแล้วจะเป็น “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” แต่ก็คงต้องลุ้นจนกว่าจะถึงจุดสุดท้ายที่แน่ๆก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร” จะมาบัญชาการนอกประเทศที่ฮ่องกงด้วยว่าไปแล้วเครือข่ายเพื่อไทยนั้นได้มีการวางแผน “แยกกันเดินรวมกันตี” โดยจะให้เพื่อไทยเป็นพรรคหลัก มีพรรคลูกอย่าง “เพื่อธรรม” และ “เพื่อชาติ” เป็นแนวร่วมแถมยังมี “อนาคตใหม่” เป็นพรรคพี่พรรคน้อง แม้การบริหารจัดการจะแยกขาดจากกันอย่างเด็ดขาดก็ตามน้ำหนักเด็ดขาดต่อการตัดสินใจน่าจะเป็นเจ้าของบ้านจันทร์ส่องหล้าปล่อยให้ “น้องแดง” ต้องดิ้นไปทำพรรคการเมืองใหม่ “เพื่อธรรม” เพื่อเป็นกำลังในทางการเมืองและเพิ่มอำนาจต่อรองต่อไปพลังประชารัฐแม้จะมาอย่างชิลๆ วางตัวตนเสร็จสรรพด้วยระดับ 4 รัฐมนตรีจากรัฐบาลซึ่งครองตำแหน่งสำคัญเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค โฆษกพรรคมีนักการเมืองจากพรรคอื่นๆ เข้ามาร่วมไม่น้อยล่าสุด “สามมิตร” จะยกทัพมาร่วมอีกราว 70 คน โดยจะเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้า หลังจากเกิดปัญหาจนกลายเป็นข่าวว่าจะ “แตกคอ” กันว่าไปแล้วเป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่ไปด้วยกัน เพราะการก่อกำเนิดพรรคการเมืองนี้ก็เป็นคนของรัฐบาลชุดนี้นี่แหละ...ที่คิดและวางแผนแต่ปัญหาคงเป็นเรื่องของพื้นที่เรื่องของค่าใช้จ่าย เรื่องของอำนาจต่อรองที่ผ่านมาได้มีการแบ่งภาระในหลายส่วน แต่ละส่วนก็ไปหาผู้สมัครแล้วนำมาเสนอให้พรรคพิจารณาปัญหามันคงอยู่ตรงนี้แหละ...แต่ที่ไม่มีปัญหาคือ “พี่ใหญ่” ซึ่งรับหน้าที่ “ผู้จัดการใหญ่”เพราะนักการเมืองนั้นต้องการที่จะลงสมัครเลือกตั้งเพื่อขึ้นสู่เวที แต่นั่นต้องหมายความว่าจะต้องชนะให้ได้ที่สำคัญก็คือจะต้องได้เป็นรัฐบาลลำพังตรงนี้คงไม่เท่าไร แต่ในแวดวงรัฐบาลเดียวกันนั่นแหละคือปัญหาไม่น้อย เพราะพลังประชารัฐนั้นมีคนของรัฐบาลเป็นแกนสำคัญนั่นก็หมายความหากได้เป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้งเหล่านี้จะมีอำนาจต่อรองที่สูง แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกฯก็ตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องพลังประชารัฐนั้นดูไม่ค่อยสบอารมณ์ของเพื่อนพ้องน้องพี่บางคนเพราะต่อไปจะทำให้ถูกลดบทบาทไร้อำนาจต่อรอง ข้อสำคัญก็คือความไม่มั่นใจว่ารัฐบาลใหม่จะตั้งให้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่?ชักติดใจเสียแล้ว...มัน “เพลิน” ดีมิใช่หรือ?"ลิขิต จงสกุล"